โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“วีระยุทธ” อัดครม.พิเศษ ไร้มาตรการรับมือวิกฤตพลังงานสงกรานต์

INN News

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • INN News

"วีระยุทธ" อัด ครม.นัดพิเศษ ไร้มาตรการรับมือวิกฤตพลังงานช่วงสงกรานต์ เสนอ 4 ข้อเร่งด่วน อุดหนุนขนส่ง-อัปเดตข้อมูลน้ำมัน-กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก-เยียวยากลุ่มเปราะบางทันที

นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน เปิดเผยภายว่า หลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ เมื่อช่วงค่ำวานนี้ ว่า แม้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะเรียกประชุม ครม. ภายหลังเข้าพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณ เพื่อส่งสัญญาณเริ่มต้นการทำงานของรัฐบาลโดยทันที แต่กลับไม่ปรากฏมาตรการหรือแนวทางรองรับสถานการณ์ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึง

นายวีระยุทธ ระบุว่า สถานการณ์ราคาพลังงานที่ผันผวนในขณะนี้ ส่งผลให้ประชาชนจำนวนไม่น้อยยังลังเลต่อการเดินทางกลับภูมิลำเนา ขณะที่ผู้ประกอบการเองก็เผชิญความไม่แน่นอนในการบริหารต้นทุนและประคองธุรกิจ โดยประชาชนคาดหวังให้รัฐบาลแสดงความชัดเจนเกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือ ทั้งในด้านค่าครองชีพและการประคับประคองเศรษฐกิจ ทั้งนี้ พรรคประชาชนขอเสนอ 4 มาตรการเร่งด่วน เพื่อให้รัฐบาลพิจารณาดำเนินการทันที เพื่อบรรเทาผลกระทบและสร้างความมั่นใจในช่วงเทศกาลสำคัญ ดังนี้

ประเด็นแรก เสนอให้อุดหนุนระบบขนส่งสาธารณะระดับ “เส้นเลือดฝอย” ทั่วประเทศ โดยชี้ว่า แม้ภาครัฐจะตรึงราคาค่าโดยสารรถทัวร์และรถร่วมบริการขนาดใหญ่ไว้จนถึงวันที่ 20 เมษายน 2569 แต่ในส่วนของรถตู้และรถมินิบัสซึ่งเป็นระบบขนส่งต่อเชื่อมไปยังพื้นที่อำเภอและตำบล กลับเผชิญต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากราคาน้ำมันดีเซลที่พุ่งสูงกว่า 50 บาทต่อลิตร จากเดิมที่ใช้อัตราฐาน 38.99 บาทต่อลิตร

สถานการณ์ดังกล่าวมีความเสี่ยงที่ผู้ประกอบการจะลดจำนวนเที่ยววิ่งหรือหยุดให้บริการในบางเส้นทาง ขณะที่การปล่อยให้ปรับค่าโดยสารแบบลอยตัวก็จะยิ่งเพิ่มภาระให้ประชาชน พรรคประชาชนจึงเสนอแนวทาง “อุดหนุนรายหัว” ตามระยะทางและจำนวนผู้โดยสาร เพื่อรักษาสมดุลทั้งฝั่งผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการ

ประเด็นที่สอง เสนอให้เร่งปรับปรุงและอัปเดตข้อมูลสถานการณ์น้ำมันผ่านระบบ Fuel Now ให้ครอบคลุมมากขึ้น โดยระบุว่า ปัจจุบันมีสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศประมาณ 25,000 แห่ง แต่มีเพียงราว 7,200 แห่งเท่านั้นที่รายงานข้อมูลเข้าสู่ระบบ ส่งผลให้ประชาชนขาดข้อมูลในการวางแผนการเดินทาง โดยเฉพาะในช่วงที่มีความกังวลเรื่องน้ำมัน

ประเด็นที่สาม เสนอให้รัฐบาลใช้ช่วงเทศกาลสงกรานต์เป็นโอกาสกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ด้วยการจัดตั้ง “จุดซื้อขายสินค้าท้องถิ่น” ในแต่ละจังหวัด เพื่อช่วยระบายผลผลิตเกษตรและเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ โดยให้มีการบูรณาการระหว่างกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานในพื้นที่ รองรับทั้งผู้เดินทางขาออกและขากลับ

ส่วนประเด็นที่สี่ เสนอให้เร่งออกมาตรการเยียวยากลุ่มเปราะบางโดยทันที โดยไม่ควรรอการประชุม ครม. ในวันที่ 11 เมษายน ตามที่ฝ่ายรัฐบาลระบุ เนื่องจากยังมีประชาชนจำนวนมากที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากวิกฤตพลังงาน ทั้งกลุ่มชาวนา ชาวประมง ผู้ประกอบการขนส่ง และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับพลาสติก

นายวีระยุทธ ระบุเพิ่มเติมว่า ภาคประมงได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยมีเรือประมงพาณิชย์กว่า 9,000 ลำ และครอบครัวประมงพื้นบ้านกว่า 100,000 ครัวเรือน ที่ต้องเผชิญต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ขณะเดียวกัน อุตสาหกรรมพลาสติกซึ่งมีผู้ประกอบการกว่า 2,500 แห่ง ก็เริ่มได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนวัตถุดิบที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน

ทั้งนี้ ยังเสนอให้รัฐบาลเร่งจัดหาน้ำมันจากแหล่งอื่นเพิ่มเติม เพื่อรองรับภาคประมงและภาคอุตสาหกรรมที่จำเป็น พร้อมทั้งพิจารณามาตรการช่วยเหลือด้านต้นทุนอย่างเร่งด่วน เพื่อป้องกันผลกระทบลุกลามเป็นวงกว้างไปยังภาคเศรษฐกิจอื่น

“รัฐบาลไม่ควรปล่อยให้ประชาชนต้องรอความชัดเจนในช่วงเวลาสำคัญเช่นนี้ มาตรการช่วยเหลือสามารถเริ่มต้นได้ทันที หากมีความพร้อมในการบริหารจัดการ”

นายวีระยุทธ ย้ำว่า วิกฤตพลังงานในครั้งนี้ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ในหลายภาคส่วน รัฐบาลจึงจำเป็นต้องเร่งดำเนินมาตรการทั้งระยะสั้นและระยะยาวควบคู่กัน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและลดภาระของประชาชนในช่วงสถานการณ์ที่เปราะบางนี้

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...