ทรัมป์ไม่พอใจคำตอบของอิหร่านเรื่องข้อเสนอยุติสงคราม
สำนักข่าว IRNA สื่อของรัฐบาลอิหร่าน รายงานว่า อิหร่านได้ส่งคำตอบต่อข้อเสนอล่าสุดของสหรัฐฯ เพื่อยุติความขัดแย้ง ผ่านปากีสถานซึ่งทำหน้าที่เป็นประเทศตัวกลาง อย่างไรก็ตาม อิหร่านไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดของคำตอบ นอกเหนือจากการระบุว่า “ตามกรอบการทำงานที่เสนอมานั้น การเจรจาในขั้นตอนนี้จะมุ่งเน้นไปที่ประเด็นการยุติสงครามในภูมิภาค”
ทั้งนี้ แม้ว่าทางการอิหร่านจะไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดของคำตอบที่ส่งกลับไปให้สหรัฐฯ แต่กลุ่มผู้นำระดับสูงได้ออกมาเคลื่อนไหวเกี่ยวกับแนวโน้มของการเจรจาในครั้งนี้
โดย มาซูด เปเซชเคียน ประธานาธิบดีอิหร่าน โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า “จะไม่มีวันก้มหัวให้ศัตรู และหากมีการพูดถึงเรื่องการพูดคุย หรือการเจรจา นั่นไม่ได้หมายถึงการยอมจำนนหรือการล่าถอย” ในทางตรงกันข้าม เป้าหมายของเราคือการรักษาไว้ซึ่งสิทธิของชาติอิหร่าน และเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติด้วยความเข้มแข็งและเด็ดเดี่ยว
ขณะที่ นายเอบราฮิม เรซาอี สมาชิกคณะกรรมการความมั่นคงแห่งรัฐสภาอิหร่าน โพสต์ข้อความว่า “เวลาเหลือน้อยลงทุกทีสำหรับชาวอเมริกัน เป็นผลประโยชน์ของพวกเขาเองที่จะไม่ทำอะไรบุ่มบ่าม และจมดิ่งลงไปลึกกว่าเดิม ทางเลือกที่ดีที่สุดคือการยอมแพ้และยอมอ่อนข้อให้ ต้องปรับตัวเข้ากับระเบียบภูมิภาคใหม่ได้แล้ว”
ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social ระบุว่า "เขาไม่ชอบคำตอบของอิหร่าน เป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้อย่างสิ้นเชิง" โดยทรัมป์ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมใดๆ เกี่ยวกับคำตอบของอิหร่าน
รายงานระบุว่า เงื่อนไขสำคัญของอิหร่านประกอบด้วย การยุติสงครามทันที การยกเลิกการปิดล้อมทางทะเลโดยสหรัฐฯ การรับประกันว่าจะไม่มีการโจมตีอิหร่านเพิ่มเติม และการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร รวมถึงข้อห้ามส่งออกน้ำมันอิหร่าน ขณะที่ สหรัฐฯ เสนอให้มีการยุติการสู้รบชั่วคราว ก่อนเข้าสู่การเจรจาในประเด็นอ่อนไหว เช่น โครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน
ขณะเดียวกันทรัมป์ได้กล่าวตำหนิอิหร่านอย่างรุนแรงเมื่อวานนี้ โดยระบุว่า อิหร่านทำการหลอกลวงมานานหลายทศวรรษ พร้อมทั้งวิพากษ์วิจารณ์อดีตผู้นำสหรัฐฯ โดยเฉพาะอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา ผ่านโพสต์บนแพลตฟอร์ม ทรูธ โซเชียล ของเขา
ทรัมป์อ้างว่า อิหร่านได้เล่นเกมกับสหรัฐฯ และโลกมานานหลายสิบปี ได้รับประโยชน์อย่างมหาศาลจากนโยบายในสมัยรัฐบาลของอดีตประธานาธิบดีโอบามา โดยได้อ้างถึงข้อตกลงทางการเงินในช่วงเวลาดังกล่าว รวมถึงการโอนเงินไปยังกรุงเตหะราน โดยชี้ให้เห็นว่าข้อตกลงเหล่านั้นเอื้อประโยชน์ให้อิหร่านมากเกินไป
ในโพสต์ดังกล่าว ทรัมป์ยังกล่าวหาอิหร่านว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับการโจมตีชาวอเมริกัน และการปราบปรามการประท้วงภายในประเทศ พร้อมกับเตือนว่า อิหร่านจะไม่สามารถดำเนินการใด ๆ โดยไม่ต้องรับผิดชอบได้อีกต่อไป เขายังได้เปรียบเทียบจุดยืนของเขากับจุดยืนของทั้งโอบามา และอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน โดยใช้ถ้อยคำวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงต่อทั้งคู่
ขณะที่ นายไมค์ วอลซ์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติกล่าวว่า สหรัฐฯ ขีดเส้นเอาไว้อย่างชัดเจนว่าพวกเขาต้องการอะไรจากอิหร่าน และเศรษฐกิจโลกไม่สามารถถูกอิหร่านจับเป็นตัวประกันได้อีกต่อไป
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความตึงเครียดที่ยังดำเนินอยู่ วอลซ์ได้ระบุชัดเจนว่า แม้สหรัฐฯ จะเตรียมพร้อมสำหรับการกลับมาสู้รบกันอีกครั้ง แต่ทรัมป์ต้องการมุ่งเน้นไปที่การใช้การทูตในทุกทางที่ทำได้ ก่อนที่จะกลับไปใช้กำลังทางทหาร
ข่าวที่เกี่ยวข้อง