บิตคอยน์ พยายามยืนเหนือ 70,000 ดอลลาร์ ท่ามกลางแรงกดดันเงินเฟ้อ–น้ำมันพุ่ง
บิตคอยน์ กำลังพยายามหาจุดสมดุลบริเวณ 70,000 ดอลลาร์ ขณะที่ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้น และตลาดหุ้นที่ร่วงลงอย่างหนัก กำลังกดดันความเชื่อมั่นของนักลงทุนเกี่ยวกับทิศทางเงินเฟ้อในสหรัฐฯ
21 มี.ค. 2569- ราคาบิตคอยน์ (BTC) ที่ระดับ 70,455 ดอลลาร์ถูกปฏิเสธอย่างรวดเร็วจากจุดสูงสุดในกรอบ 76,000 ดอลลาร์เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ก่อนจะถูกแรงขายกดลงหลุดระดับ 70,000 ดอลลาร์ ส่งผลให้นักเทรดเริ่มกังวลว่าราคาตอนนี้อาจยังไม่ถึงจุดต่ำสุด
เว็บไซต์ Cointelegraph อ้างอิงการวิเคราะห์ของ Aksel Kibar นักวิเคราะห์ทางเทคนิคในตลาดการเงิน ที่ระบุว่า รูปแบบกราฟ “bearish wedge” ซึ่งมักเป็นสัญญาณลบ อาจกำลังก่อตัวขึ้นอีกครั้ง คล้ายกับที่เคยเกิดในช่วงปลายปี 2025 ต่อเนื่องถึงต้นปี 2026 โดย Aksel Kibar อธิบายว่า “หากราคาหลุดแนวรับด้านล่าง จะเป็นสัญญาณว่ามีโอกาสปรับตัวลงไปถึง 52,500 ดอลลาร์”
[caption id="attachment_233145" align="aligncenter" width="636"]
ราคาบิตคอยน์ ช่วยเช้าวันที่ 21 มี.ค. 2569[/caption]
Kibar ยังอ้างถึงมุมมองก่อนหน้านี้ว่า บิตคอยน์จำเป็นต้องเคลื่อนไหวสอดคล้องกับค่าเฉลี่ยระยะยาว เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการแกว่งตัวในกรอบ และการสร้างฐานราคาใหม่ นอกจากนี้ เขายังเตือนว่า รูปแบบดังกล่าวอาจพัฒนาเป็น “rising wedge” โดยมีเป้าหมายทดสอบแนวรับบริเวณ 73,700-76,500 ดอลลาร์
ราคาบิตคอยน์ที่ร่วงต่ำกว่า 70,000 ดอลลาร์เกิดขึ้นพร้อมกับแรงขายในตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยนักลงทุนเกิดความกังวลเกี่ยวกับราคาน้ำมันที่พุ่งสูง ต้นทุนจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอล-อิหร่าน รวมถึงผลกระทบต่อเงินเฟ้อ ซึ่งทั้งหมดนี้ได้บั่นทอนความเชื่อมั่นของตลาด
The Kobeissi Letter ซึ่งเป็นสำนักวิเคราะห์ตลาดการเงิน ระบุว่า แนวโน้มนโยบายของรัฐบาล Trump อาจส่งผลต่อเงินเฟ้อ โดยชี้ว่า “ขณะนี้ตลาดให้น้ำหนักถึง 50% ที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในสิ้นปี 2026 ทั้งที่เพียงไม่กี่เดือนก่อน ตลาดยังคาดว่าจะมีการลดดอกเบี้ยถึง 4 ครั้งในปีนี้”
ขณะที่รายงาน BTC Options Weekly จาก Glassnode ระบุว่า บิตคอยน์ได้กลับมาเคลื่อนไหวในกรอบเดิมอีกครั้ง หลังจากทะลุ 75,000 ดอลลาร์ขึ้นไปได้เพียงช่วงสั้น ๆ โดยนักวิเคราะห์อธิบายว่า ในตลาดออปชัน แรงหนุนจากสถานะ “short gamma” บริเวณ 75,000 ดอลลาร์ได้เริ่มหายไปแล้ว ซึ่งหมายความว่า ปัจจัยจากตลาดอนุพันธ์ที่เคยช่วยเร่งให้ราคาปรับตัวแรงกำลังลดลง
“ภายใต้การย่อตัวในรอบนี้ แรงส่งของการทะลุแนวต้านเริ่มอ่อนแรงลง และตลาดมีแนวโน้มกลับเข้าสู่การเคลื่อนไหวแบบแกว่งตัวในกรอบอีกครั้ง”
อ้างอิง : cointelegraph.com , coinmarketcap.com