เปิดลิสต์ 3 หุ้นปันผลแกร่ง! ใน SET50 จ่ายผลตอบแทนทะลุ 5% ต่อเนื่อง 5 ปีซ้อน
ท่ามกลางความผันผวนของตลาดทุน ข้อมูลระบุว่าปัจจุบันมีเพียง “3 บริษัทในดัชนี SET50” เท่านั้น ที่สามารถรักษาระดับอัตราเงินปันผลตอบแทน (Dividend Yield) ได้มากกว่า 5% อย่างต่อเนื่องยาวนานถึง 5 ปีติดต่อกัน
ซึ่งความสามารถในการรักษาระดับปันผลที่สูงและสม่ำเสมอแบบนี้ สะท้อนให้เห็นถึงฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง และนโยบายการคืนกำไรให้ผู้ถือหุ้นที่เป็นรูปธรรม
แล้วหุ้นระดับท็อปฟอร์มที่ฝ่าฟันทุกวิกฤติเศรษฐกิจและยังคงจ่ายปันผลได้อย่างโดดเด่นทั้ง 3 บริษัทนี้มีหุ้นอะไรบ้าง? Thairath Money จะพาไปเจาะลึกข้อมูลพื้นฐานและมุมมองจากนักวิเคราะห์กัน
เปิดรายชื่อ 3 หุ้นปันผลสูง 5% ตลอด 5 ปีใน SET50
ก่อนจะไปดูรายชื่อหุ้น เราต้องทำความเข้าใจก่อนว่าทำไมหุ้นในกลุ่ม SET50 จึงมีความสำคัญ โดยดัชนี SET50 เป็นดัชนีราคาหุ้นที่จัดทำโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งสะท้อนความเคลื่อนไหวของหุ้นขนาดใหญ่ 50 บริษัทที่มีมูลค่าตามราคาตลาดสูงและมีสภาพคล่องในการซื้อขายสูง
ถือเป็นกลุ่มหุ้น Blue Chip หรือหุ้นพื้นฐานดีของประเทศ อีกทั้งยังมีการกระจายตัวในหลากหลายอุตสาหกรรมหลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เช่น พลังงาน ธนาคารพาณิชย์ และสื่อสาร พร้อมมีการทบทวนรายชื่อทุก 6 เดือน เพื่อให้ดัชนีสะท้อนภาพรวมตลาดได้อย่างแม่นยำ จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับนักลงทุนระยะยาวที่ต้องการความมั่นคงของพอร์ตการลงทุน
จากการรวบรวมข้อมูลผ่านเครื่องมือ SETSMART ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ณ วันที่ 27 เมษายน 2569 พบว่ามี 3 บริษัทใน SET50 ที่ผ่านเกณฑ์อัตราเงินผลตอบแทนปันผลสูงกว่า 5% ต่อเนื่อง 5 ปี ได้แก่ LH, TCAP และ TISCO มีรายละเอียด ดังนี้
1.หุ้น LH หรือ บริษัทแลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัยรายใหญ่ของไทย โดยเป็นผู้นำในตลาดบ้านเดี่ยว นอกจากนี้ยังมีรายได้ประจำจากธุรกิจเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์และพื้นที่ค้าปลีก รวมถึงมีการถือหุ้นในบริษัทร่วมที่สำคัญ เช่น LHBANK, HMPRO, QH และ Q-CON
อัตราเงินปันผลตอบแทนย้อนหลัง 5 ปี
- ปี 2568 อยู่ที่ 8.47%
- ปี 2567 อยู่ที่ 9.90%
- ปี 2566 อยู่ที่ 7.36%
- ปี 2565 อยู่ที่ 5.05%
- ปี 2564 อยู่ที่ 5.68%
ข้อมูลจากสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA Consensus) ระบุว่าจากโบรกเกอร์ทั้งหมด 13 ราย ให้คำแนะนำ “ซื้อ” 3 ราย แนะนำ “ถือ” 9 ราย และแนะนำ “ขาย” 1 ราย
นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ให้คำแนะนำ "ถือ" โดยมองว่าธุรกิจที่อยู่อาศัยยังคงเผชิญแรงกดดันเชิงโครงสร้างจากอุปสงค์ที่อ่อนตัว การแข่งขันที่รุนแรงในตลาดแนวราบ และแผนการเปิดโครงการใหม่ที่จำกัด
อย่างไรก็ตาม คาดว่ากำไรในไตรมาส 1/2569 จะเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากฐานการโอนที่ต่ำ และมีปัจจัยหนุนจากธุรกิจโรงแรมและค่าเช่าที่มีเสถียรภาพมากขึ้นจากการรับรู้รายได้เต็มไตรมาส
2.หุ้น TCAP หรือ บริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) บริษัทโฮลดิ้งและบริษัทแม่ของกลุ่มธุรกิจทางการเงินธนชาต ประกอบธุรกิจการเงินครบวงจร ทั้งธนาคารพาณิชย์ บริหารสินทรัพย์ หลักทรัพย์ ประกันภัย และลีสซิ่ง โดยปัจจุบันถือหุ้นสัดส่วน 24.99% ในธนาคารทหารไทยธนชาต (TTB) และมีการลงทุนในบริษัทอื่น เช่น บมจ.เอ็ม บี เค (MBK) และ บมจ.ราชธานีลิสซิ่ง (THANI) เป็นต้น
อัตราเงินปันผลย้อนหลัง 5 ปี
- ปี 2568 อยู่ที่ 5.67%
- ปี 2567 อยู่ที่ 6.34%
- ปี 2566 อยู่ที่ 6.26%
- ปี 2565 อยู่ที่ 7.06%
- ปี 2564 อยู่ที่ 7.95%
ข้อมูลจากสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA Consensus) ระบุว่าจากโบรกเกอร์ทั้งหมด 7 ราย ให้คำแนะนำ “ซื้อ” 3 ราย แนะนำ “ถือ” 4 ราย
บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุให้คำแนะนำ "ทยอยซื้อ" โดยปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2569 ขึ้นเป็น 8.4 พันล้านบาท รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของสินเชื่อในบริษัทลูกทั้ง TTB, THANI และธนชาตพลัส
แม้ธุรกิจประกันภัยจะได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวและน้ำท่วม แต่บริษัทได้ตั้งสำรองไว้ครบถ้วนตั้งแต่ไตรมาส 4/2568 แล้ว จึงไม่ส่งผลกระทบต่อเนื่องในปีนี้ นอกจากนี้ บริษัทยังเดินหน้าหาโอกาสลงทุนใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยเน้นให้ผลตอบแทนกับผู้ถือหุ้นอย่างยั่งยืน
หุ้น TISCO หรือ บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กลุ่มธุรกิจทางการเงินที่เน้นการให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ (โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้า) สินเชื่อจำนำทะเบียนรถ รวมถึงบริการด้านธุรกิจตลาดทุน เช่น การออกกองทุนรวม และธุรกิจนายหน้าค้าหลักทรัพย์
อัตราเงินปันผลย้อนหลัง 5 ปี
- ปี 2568 อยู่ที่ 7.01%
- ปี 2567 อยู่ที่ 7.87%
- ปี 2566 อยู่ที่ 7.77%
- ปี 2565 อยู่ที่ 7.20%
- ปี 2564 อยู่ที่ 6.56%
ข้อมูลจากสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA Consensus) ระบุว่าจากโบรกเกอร์ทั้งหมด 15 ราย แนะนำ “ซื้อ” 1 ราย แนะนำ “ถือ” 12 ราย และแนะนำ “ขาย” 2 ราย
บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ให้คำแนะนำ "ซื้อเก็งกำไร" เนื่องจากมองว่าราคาหุ้นปัจจุบันมี Upside ค่อนข้างจำกัด และซื้อขายบน P/BV ที่สูงกว่าธนาคารอื่น แต่บริษัทยังคงมีจุดเด่นเรื่องเงินปันผลระดับสูง
สำหรับแนวโน้มกำไรไตรมาส 2/2569 คาดว่าจะเร่งตัวขึ้นทั้งจากปีก่อนและจากไตรมาสก่อน โดยได้แรงหนุนจากการกลับมาเร่งขยายสินเชื่อรถยนต์มือหนึ่ง โดยเฉพาะกลุ่มรถ EV
ประกอบกับคุณภาพสินทรัพย์ยังอยู่ในระดับที่ดี แม้จะมีการตั้งสำรองเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับความเสี่ยงจากความไม่สงบทางเศรษฐกิจก็ตาม ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมจากตลาดทุนยังคงเติบโตได้ดี
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่
https://www.thairath.co.th/money/investment
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้
https://www.facebook.com/ThairathMoney
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดลิสต์ 3 หุ้นปันผลแกร่ง! ใน SET50 จ่ายผลตอบแทนทะลุ 5% ต่อเนื่อง 5 ปีซ้อน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- เปิดลิสต์ 3 หุ้นปันผลแกร่ง! ใน SET50 จ่ายผลตอบแทนทะลุ 5% ต่อเนื่อง 5 ปีซ้อน
- หุ้นเอเชียพุ่งแตะจุดสูงสุดรอบ 6 สัปดาห์ รับข่าวสหรัฐฯ-อิหร่านจ่อเจรจาใหม่
- หุ้นโรงกลั่นวิ่งขึ้น “เอกนัฎ” เรียกถกด่วน สางปมค่าการกลั่นพุ่ง
- เจาะงบ 11 หุ้นแบงก์ ไตรมาส 1 ปี 69 กำไรยังโตได้ แม้ “ดอกเบี้ยขาลง” พบรายได้ค่าธรรมเนียม-บริการพุ่ง
- DELTA ฉุดหุ้นไทยร่วงสวนทางหุ้นโลก จับตาสงครามตะวันออกกลางคลี่คลาย หนุนเงินไหลเข้าสินทรัพย์เสี่ยง
ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath