เริ่มแล้ว! ศาลเปิดพิจารณาคดีพิพาทระหว่างอีลอน มัสก์และแซม อัลต์แมน
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าของการพิจารณคดีแพ่ง ซึ่งเป็นการฟ้องร้องระหว่างอีลอน มัสก์และแซม อัลต์แมน สองมหาเศรษฐีในแวดวงเทคโนโลยีเมื่อวันจันทร์ที่ 27 เมษายน โดยเริ่มกระบวนการคัดเลือกคณะลูกขุน ณ ห้องพิจารณาคดีของศาลรัฐบาลกลางเมืองโอคแลนด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา
การพิจารณาคดีมีกำหนดระยะเวลา 4 สัปดาห์ โดยมีเหล่าผู้บริหารระดับสูงในวงการเทคโนโลยีเตรียมขึ้นให้การเป็นพยาน นอกเหนือจาก มัสก์ ซึ่งเป็นซีอีโอของบริษัทเทสลาและสเปซเอ็กซ์ กับ อัลต์แมน ซึ่งเป็นซีอีโอของบริษัทโอเพนเอไอแล้ว ยังอาจมีการเรียกตัว สัตยา นาเดลลา ซีอีโอของบริษัทไมโครซอฟท์ รวมถึงสมาชิกในคณะกรรมการบริหารของโอเพนเอไอทั้งในอดีตและปัจจุบัน ตลอดจนเหล่านักวิจัยเอไอชั้นนำมาให้การต่อหน้าศาลด้วย
ผู้พิพากษาอีวอน กอนซาเลซ โรเจอร์ส ผู้นั่งบัลลังก์พิจารณาคดีนี้ให้ข้อสังเกตไว้ในการไต่สวนเมื่อปีที่แล้วว่าเป็นเรื่องของ “มหาเศรษฐีปะทะมหาเศรษฐี”
ประเด็นสำคัญของคดีนี้คือการเปลี่ยนแปลงของโอเพนเอไอจากสถานะของศูนย์วิจัยที่ไม่แสวงหาผลกำไรซึ่งก่อตั้งในปี 2558 ไปสู่บริษัทยักษ์ใหญ่ที่แสวงหาผลกำไรซึ่งปัจจุบันมีเงินลงทุนจากภายนอกในจำนวนมหาศาล โดยทั้ง มัสก์ และ อัลต์แมน เคยเป็นประธานร่วมก่อตั้งศูนย์วิจัยด้วยกันในตอนเริ่มแรก
มัสก์ ซึ่งปัจจุบันมีบริษัทสตาร์ทอัพเอไอที่เป็นคู่แข่งอย่าง “เอ็กซ์เอไอ” กล่าวว่าการเปลี่ยนสถานะจากองค์กรที่ไม่แสวงหากำไรคือ “การทรยศ” เขากล่าวหาว่า อัลต์แมนและคนอื่นๆ รับทั้งเงิน คำแนะนำ และเวลาจากเขาภายใต้ข้ออ้างว่าจะสร้างองค์กรเพื่อสาธารณประโยชน์ แต่กลับเปิดทางให้คนบางกลุ่มกอบโกยผลประโยชน์ในภายหลัง
มัสก์ ตัดสินใจฟ้องร้อง อัลต์แมน และจำเลยร่วมคนอื่นๆ ในปี 2567 โดยเรียกร้องค่าเสียหายที่เขาประเมินไว้ภายหลังว่ามีมูลค่าสูงถึง 134,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4.33 ล้านล้านบาท)
ทางฝั่งของ อัลต์แมน โต้กลับว่า มัสก์ กำลังบิดเบือนเรื่องที่ผ่านมา โดยแย้งว่า มัสก์ ได้ลาออกจากโอเพนเอไอเพราะความไม่พอใจตั้งแต่ปี 2561 และไม่เคยบริจาคเงินครบ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 32,310 ล้านบาท) ตามที่เคยสัญญาไว้ นอกจากนี้ยังกล่าวว่า มัสก์ เคยเห็นพ้องกับพวกเขาเมื่อหลายปีก่อนเรื่องความจำเป็นในการเปลี่ยนโอเพนเอไอให้เป็นบริษัทที่ต้องทำกำไรเพื่อระดมทุน เพียงแต่ตอนนั้น มัสก์ ต้องการครอบครองโอเพนเอไอไว้เอง และเสนอให้ควบรวมเข้ากับเทสลาของเขา
จังหวะเวลาของคดีนี้ยิ่งเพิ่มความเข้มข้น เนื่องจากโอเพนเอไอกำลังติดพันอยู่ในศึกหนักกับแอนโทรปิกและกูเกิล เพื่อแย่งชิงความเป็นผู้นำในตลาดเอไอ คดีนี้อาจทำให้เกิดการพลิกโฉมโอเพนเอไออย่างสิ้นเชิง หากลูกขุนและผู้พิพากษาเห็นพ้องกับ มัสก์ โดยในคำร้องที่แก้ไขล่าสุด มัสก์ ระบุว่าเงินใดๆ ที่ได้คืนจากโอเพนเอไอและผู้บริหารควรถูกส่งมอบให้มูลนิธิการกุศลของโอเพนเอไอแทน
มัสก์ ยังขอให้ผู้พิพากษาสั่งปลด อัลต์แมน และ เกรก บรอคแมน ผู้ร่วมก่อตั้ง รวมถึงขอคำสั่งศาลถาวรเพื่อรักษากฎบัตรดั้งเดิมของโอเพนเอไอไว้ เพื่อให้กลับไปเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่เปิดเผยรหัสโปรแกรม (โอเพนซอร์ส)
ด้านโอเพนเอไอเรียกข้อเสนอเหล่านี้ว่าเป็นการ “ดักซุ่มโจมตีทางกฎหมาย” กล่าวคือ มัสก์ จงใจแก้ไขคำร้องและเพิ่มข้อเรียกร้องที่รุนแรงในช่วงใกล้เริ่มการพิจารณาคดี เพื่อให้พวกเขาเตรียมตัวไม่ทันและสร้างแรงกดดันต่อภาพลักษณ์ของบริษัท
ในการพิจารณาคดีครั้งนี้ คณะลูกขุนจะเป็นเพียง "ที่ปรึกษา" หมายความว่าผู้พิพากษาจะเป็นคนพิจารณาคำตัดสินของคณะลูกขุน แต่ในท้ายที่สุด ผู้พิพากษาจะเป็นผู้ตัดสินชี้ขาดด้วยตนเองว่าจะให้ใครรับผิดหรือไม่ และจะเป็นคนกำหนดวิธีการเยียวยาด้วยตนเอง
มัสก์ ได้ร้องขอให้มีการพิจารณาคดีโดยใช้คณะลูกขุน ซึ่งผู้พิพากษาโรเจอร์สระบุว่าเธอจะจัดให้มีคณะลูกขุนที่ปรึกษาจำนวน 9 คน โดยไม่มีสำรอง คนเหล่านี้จะถูกคัดเลือกมาจากซานฟรานซิสโกและพื้นที่โดยรอบหลายแห่ง ซึ่งเป็นแหล่งรวมคนทำงานสายเทคโนโลยีจำนวนมาก ไปจนถึงกลุ่มผู้วิจารณ์เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์
ที่มา : nbcnews.com
เครดิตภาพ : AFP