โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

กองทัพเรือ สกัดลักลอบเข้าเมือง–ปราบสินค้าหนีภาษี ชี้สะท้อนความเดือดร้อนประชาชนกัมพูชาจากผลกระทบความขัดแย้งตามแนวชายแดน

สวพ.FM91

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า วันนี้ (27 เมษายน 2569) กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) โดยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี (ฉก.นย.จันทบุรี) ได้ดำเนินการลาดตระเวนและตั้งจุดตรวจตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ประมาณ 100 กิโลเมตร อย่างเข้มงวด สามารถตรวจพบและสกัดกั้นการกระทำผิดกฎหมายได้หลายกรณีต่อเนื่อง

โดยในช่วงเวลาเช้ามืด กองร้อยทหารพรานนาวิกโยธินที่ 526 ได้จัดกำลังลาดตระเวนซุ่มตรวจในเวลากลางคืน บริเวณพื้นที่ชายแดนอำเภอโป่งน้ำร้อน ตรวจพบกระสอบต้องสงสัยจำนวน 2 ใบ ตรวจสอบพบเป็นยาสมุนไพรและอาหารแปรรูป จึงได้ทำการตรวจยึด และประสานเจ้าหน้าที่ศุลกากรจังหวัดจันทบุรีเข้าดำเนินการตามกฎหมาย

ต่อมาช่วงเวลา 10.00 น. กองร้อยทหารพรานนาวิกโยธินที่ 521 บูรณาการร่วมกับสรรพสามิตพื้นที่จันทบุรี ศุลกากรจังหวัดจันทบุรี ตรวจคนเข้าเมือง และสถานีตำรวจภูธรบ้านแปลง ได้ตั้งจุดตรวจสกัดในพื้นที่ สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้ 2 ราย พร้อมของกลางเป็นสินค้าที่มิได้เสียภาษี อาทิ บุหรี่ต่างประเทศ สุรา และเครื่องดื่มจำนวนมาก ซึ่งลักลอบซุกซ่อนมากับรถจักรยานยนต์ ก่อนนำตัวส่งเจ้าหน้าที่สรรพสามิตดำเนินคดีตามกฎหมาย

ต่อมาเวลา 11.00 น. กองร้อยทหารพรานนาวิกโยธินที่ 542 ได้จัดกำลังเฝ้าตรวจบริเวณใกล้หลักเขตแดนที่ 58 ตรวจพบบุคคลต้องสงสัยจำนวน 9 คน ลักลอบเข้ามาในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ได้แสดงตัวเข้าควบคุมสถานการณ์ สามารถจับกุมชาวกัมพูชาได้ 8 คน เป็นชาย 2 คน หญิง 6 คน ส่วนอีก 1 คน ซึ่งคาดว่าเป็นผู้นำพา ได้หลบหนีข้ามกลับไปยังฝั่งประเทศกัมพูชา โดยแต่งกายคล้ายทหารกัมพูชา จากการตรวจสอบเบื้องต้น ผู้ถูกควบคุมตัวทั้งหมดไม่มีเอกสารเดินทาง และให้การสอดคล้องกันว่า เคยเข้ามาทำงานในพื้นที่อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี เป็นเวลานาน ก่อนจะเดินทางกลับประเทศในช่วงเทศกาลปีใหม่ และพยายามลักลอบกลับเข้ามาทำงานกับนายจ้างเดิมอีกครั้ง โดยมีการว่าจ้างนำพาในอัตราคนละ 3,500 บาท ซึ่งนายจ้างเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่าย

ทั้งนี้ โฆษกกองทัพเรือ กล่าวเพิ่มเติมว่า ทั้ง 3 เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความยากลำบากของประชาชนในพื้นที่ชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน ที่ยังคงเผชิญกับปัญหาปากท้อง การขาดแคลนโอกาสทางเศรษฐกิจ รวมถึงเครื่องอุปโภคบริโภคพื้นฐาน อันเป็นผลพวงจากการตัดสินใจของผู้นำที่ผิดพลาดในการพาประเทศเข้าสู่ความขัดแย้งระหว่างประเทศ ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากเดือดร้อน จำเป็นต้องเสี่ยงลักลอบข้ามแดนเข้ามาหางานทำ หรือขนย้ายสินค้าผิดกฎหมายเพื่อยังชีพ อย่างไรก็ตาม กองทัพเรือยังยืนยันการปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มงวดในการปิดด่านและควบคุมพื้นที่ชายแดน ตามนโยบายของรัฐบาล

สำนักงานโฆษกกองทัพเรือ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...