โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ห่วงเด็กอาจ ‘หลุดระบบการศึกษา’ เพราะมีรายจ่าย มูลนิธิกระจกเงาแจกชุดนักเรียน-อุปกรณ์การเรียน เพื่อให้การศึกษาใช้เงินน้อยลง

The Momentum

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • THE MOMENTUM

ในช่วงที่เศรษฐกิจของประเทศไทยยังคงซบเซาจากปัญหาสงคราม ทำให้ราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้น หลายครอบครัวจึงต้องปรับลดรายจ่าย ป้องกันการเผชิญหน้ากับปัญหาทางการเงิน

อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายบางประการก็เป็นสิ่งที่ตัดลดได้ยาก โดยเฉพาะรายจ่ายด้านการศึกษา สำหรับครอบครัวที่ต้องดูแลบุตรหลานวัยเรียน เนื่องจากมีภาระจำเป็น ไม่ว่าจะเป็นค่าชุดลูกเสือ ชุดนักเรียน รองเท้าผ้าใบ ไปจนถึงอุปกรณ์การเรียนอย่างสมุด ปากกา ดินสอ ที่จำเป็นต้องซื้อใหม่ หรือค่าธรรมเนียมการศึกษา ซึ่งหากครอบครัวไม่มีกำลังในการสนับสนุนสิ่งเหล่านี้ อาจทำให้เด็กหลุดจากการศึกษาได้

เพื่อไม่ให้เด็กหลุดจากระบบการศึกษาเพียงเพราะไม่มีอุปกรณ์ในการเล่าเรียน มูลนิธิกระจกเงาจึงจัดโครงการ ‘ตั้งรับเปิดเทอม’ แจกชุดนักเรียนและอุปกรณ์การเรียนโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ให้กับนักเรียนในครอบครัวยากไร้ เพื่อลดภาระด้านการศึกษาของผู้ปกครอง

ข้าวของมีทั้งชุดนักเรียน ทั้งนักเรียนหญิงชาย รองเท้า และอุปกรณ์การเรียนแบบอย่างครบถ้วน โดย เมธาวี เดชพ่วง เจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์มูลนิธิกระจกเงา ให้ข้อมูลว่า เป็นของมือสองที่ได้รับบริจาคจากหลายครอบครัวภายใต้โครงการ ‘ศูนย์แบ่งต่อ’ มูลนิธิกระจกเงา ก่อนจะทำการคัดแยกและส่งต่อให้กับผู้ที่ต้องการใช้ โดยเฉพาะเด็กจากครอบครัวยากจนในช่วงเปิดเทอมปี 2569

แม้อุปกรณ์การเรียนจะดูเป็นของใหม่ แต่เจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ระบุว่า มีนโยบายไม่ซื้อของใหม่ เนื่องจากมีการบริจาคสิ่งของเข้ามาอย่างต่อเนื่อง หากว่ามีอุปกรณ์การเรียนหรือเครื่องแต่งกายสำหรับนักเรียนแบบไหนที่ขาดแคลน มูลนิธิจะสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดียเพื่อขอรับบริจาคเพิ่ม

“เพราะหลักการของเราคือ ต้องใช้สิ่งของที่ได้รับบริจาคมาให้เกิดประโยชน์สูงสุดก่อน แต่ถ้าหากบริจาคเข้ามาในรูปของทุนทรัพย์ เราจะนำไปใช้ในกระบวนการอื่นๆ เช่น เมื่อทางมูลนิธิมีโครงการที่ต้องลงพื้นที่เพื่อนำสิ่งของจำเป็นสำหรับการศึกษาไปส่งต่อ ก็จะใช้เป็นงบประมาณสนับสนุนการเดินทาง หรือทำกิจกรรมต่างๆ”

ด้วยเหตุผลคือ การเน้นกระจายสิ่งของไปยังกลุ่มผู้ที่ต้องการอย่างแท้จริง เช่น เด็กที่ครอบครัวมีภาระค่าใช้จ่ายสูง ครอบครัวยากจน เพื่อเป็นตาข่ายเล็กๆ กั้นไม่ให้เด็กหลุดจากระบบการศึกษาเพราะภาระทางการเงิน โครงการ ‘ตั้งรับเปิดเทอม’ จึงกำหนดหลักเกณฑ์สำหรับผู้ปกครองและเด็กที่ประสงค์เข้าร่วมโครงการ โดยให้ครอบครัวดำเนินการบันทึกวิดีโอพร้อมบอกเหตุผลและเล่าความจำเป็นผ่านโจทย์ ‘สถานการณ์ช่วงเปิดเทอมที่ผ่านมาเป็นอย่างไรบ้าง และหากได้รับบัตรเชิญ ท่านคิดว่าบัตรเชิญดังกล่าว จะสามารถแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของท่านอย่างไรบ้าง’ ผ่านทางอินบ็อกซ์เพจมูลนิธิกระจกเงา

จากนั้นทีมงานของมูลนิธิฯ จะทำการคัดเลือก และติดต่อกลับไปยังครอบครัวที่ได้รับเลือก เพื่อทำการยืนยันสิทธิ โดยแต่ละครอบครัวจะมีคะแนน 1,000 คะแนน เท่ากันทุกครอบครัว สามารถใช้แลกรับอุปกรณ์การเรียนและเครื่องแต่งกายนักเรียนแต่ละชิ้น ซึ่งจะมีมูลค่าติดอยู่ทุกชิ้น ตั้งแต่ 5 คะแนนเป็นต้นไป อย่างไรก็ตาม โครงการดังกล่าวยังจำกัดเฉพาะครอบครัวที่สามารถเดินทางมารับสิ่งของเองได้ที่ศูนย์ประชาสัมพันธ์ทำการของมูลนิธิกระจกเงาเท่านั้น

ศุภรัตน์ ทนหาญ หญิงวัย 30 ปี พาลูกสาวเดินทางมาพร้อมกับสามี โดยปีนี้เป็นปีที่ 2 ที่เธอเข้าร่วมโครงการ ในรอบแรกเธอเล่าว่า ข้าวของส่วนใหญ่ที่นำกลับไปเป็นเครื่องแต่งกาย อย่างไรก็ตาม การเดินทางกลับมารอบนี้ เธอและลูกสาวเลือกอุปกรณ์การเรียนเป็นส่วนใหญ่ เพราะมองว่า เสื้อผ้าที่นำกลับไปก่อนหน้านี้ยังคงใช้งานได้ จึงอยากส่งต่อให้คนอื่นๆ ที่จำเป็นมากกว่า

“สามีของเราทำงานคนเดียว ไม่มีรายได้ประจำ ต้องขับวินมอเตอร์ไซค์กับแกร็บ ส่วนคุณปู่ของลูกสาวก็เพิ่งป่วย ต้องผ่าตัดสมอง คุณย่าเป็นมะเร็งก็กำลังรักษาตัวอยู่ สำหรับเราที่เป็นคนหาเช้ากินค่ำ โครงการนี้ก็ช่วยลดภาระรายจ่ายไปเยอะ ทำให้เราสามารถเอาเงินที่จะต้องมาซื้ออุปกรณ์การเรียนครั้งนี้ ไปจุนเจือเสริมอย่างอื่น เป็นค่าเดินทางพาคุณพ่อไปหาหมอ คุณแม่ไปหาหมอได้” ศุภรัตน์กล่าว

เธอกล่าวต่อไปว่า ถึงแม้ค่าใช้จ่ายในโรงเรียน เช่น ค่าธรรมเนียมการศึกษาจะไม่ใช่ภาระที่หนักหนา ทว่าหากรวมกับค่าใช้จ่ายอุปกรณ์การเรียน ประกอบกับลูกสาวของเธอจะต้องเลื่อนชั้นไปเรียนวิชาใหม่ๆ ที่ต้องใช้อุปกรณ์ประกอบการเรียน เช่น พละศึกษา ก็อาจทำให้เธอมีภาระเพิ่มมากขึ้น ทว่าในวันนี้ที่ได้กลับมารับสิ่งของสนับสนุนของโครงการ ‘ตั้งรับเปิดเทอม’ อีกครั้ง ทำให้เธอรู้สึกชื้นใจ เพราะลูกสาวได้สิ่งของที่จำเป็นต่อการเรียนรู้ไปเป็นจำนวนมาก

“สิ่งที่หยิบไปเผื่อการเรียนในภาคเรียนหน้าก็คือ ลูกบาสเกตบอล เพราะลูกสาวเราจะต้องได้เรียนในเทอมถัดไป โดยส่วนตัวแล้วเขาอยากเรียนอยู่แล้ว อยากได้ลูกบาสมาตลอด แล้วก็จะมาบ่นให้เราฟัง แต่เราในฐานะแม่ก็ยังเห็นว่า เขายังเด็กเกินไปที่จะเล่น แต่วันนี้เขาได้สิ่งที่อยากได้แล้วสมใจเขา” เธอเล่า

ศุภรัตน์เล่าด้วยความรู้สึกภาคภูมิใจว่า ลูกสาวของเธอมีผลการศึกษาสูงสุดเป็นอันดับ 5 ของโรงเรียน ทั้งยังมีคะแนนสอบติดท็อป 10 ซึ่งเป็นผลลัพธ์ของการต่อสู้เพื่อให้ลูกสาวเข้าถึงการศึกษาอย่างไม่ย่อท้อของเธอเอง

นอกจากการใช้สถานที่ตั้งของมูลนิธิกระจกเงาเป็นจุดกระจายสิ่งของจำเป็นต่อการศึกษาแล้ว ยังมีคาราวานที่เดินทางไปยังพื้นที่ต่างๆ เพื่อเปิดแผงแจกชุดนักเรียนและอุปกรณ์การเรียนตามตลาด โดยล่าสุดนี้ ทีมงานของศูนย์แบ่งต่อ มูลนิธิกระจกเงา ลงพื้นที่ใกล้กับตลาดเจ้าพรหม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เกิดเป็นภาพที่เหล่าผู้ปกครองพากันมายืนรอเลือกชุดนักเรียนให้กับบุตรหลาน เพื่อให้พวกเขากลับเข้าสู่สถานศึกษาด้วยความพร้อมในวันเปิดเรียน

ทั้งนี้ สำหรับผู้ปกครองที่ต้องการเดินทางมารับสิ่งของที่มูลนิธิกระจกเงาด้วยตนเอง ยังไม่มีระบบให้วอล์กอินเข้ามาโดยไม่ผ่านการลงทะเบียน ผู้ประสงค์เข้ารับสิ่งของสามารถแจ้งความประสงค์โดยทำตามกติกาของโครงการให้ครบถ้วน และรอการติดต่อกลับจากเจ้าหน้าที่เพื่อทำการนัดหมายวันและเวลาที่สะดวก โดยโครงการจะสิ้นสุดในวันที่ 17 พฤษภาคม 2569

และสำหรับผู้ปกครองที่เคยรับอุปกรณ์การเรียนและเครื่องแบบนักเรียนไปแล้วในโครงการรอบก่อน ยังสามารถแจ้งความประสงค์รับสิ่งของซ้ำได้ หากมีความจำเป็น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...