24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 12 พฤษภาคม 2569
24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 12 พฤษภาคม 2569
>> หญิงวัย 68 ปีถูกรถไฟเฉี่ยวชนเสียชีวิต ริมทางรถไฟภายในเขื่อนป่าสักฯ จ.ลพบุรี
06.35 น. อาสาฯ ร่วมกตัญญู พัฒนานิคมลพบุรี รับเเจ้งจากศูนย์วิทยุสื่อสาร สภ.พัฒนานิคม มีบุคคลถูกรถไฟเฉี่ยวชนเสียชีวิตภายในเขื่อนป่าสักฯ หมู่ที่ 6 ตำบลหนองบัว อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี
สถานที่เกิดเหตุ บริเวณสถานีรถไฟภายในเขื่อนป่าสักฯ พบร่างผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นผู้หญิง อายุประมาณ 68 ปี นอนเสียชีวิตอยู่ข้างรางรถไฟตรงสถานีฯ สภาพร่างผู้เสียชีวิตนอนหงายสวมใส่เสื้อยืดคอกลมสีเทา สวมใส่ผ้าถุงที่บริเวณที่ศีรษะมีแผลฉีกขาดเปิดขนาดใหญ่และที่บริเวณกกหูข้างซ้ายมีแผลฉีกขนาดใหญ่ ขาข้างซ้ายมีแผลฉีกขาดและขาผิดรูปคาดว่าน่าจะเสียชีวิตประมาณ 5-6 ชั่วโมงแล้ว
สอบถาม สามีของผู้เสียชีวิต เล่าให้ฟังว่า ทั้งคู่ ไม่มีบ้านพักจึงเร่ร่อนหารับจ้างลับมีดแถวอำเภอพัฒนานิคม แล้วได้มานอนพักอยู่อาศัยที่สถานีรอรถไฟภายในเขื่อนประมาณ15วัน และผู้เสียชีวิตได้ออกจากที่พักไปตลาดตั้งแต่ตอนประมาณ 5 โมงเย็น ของวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 แล้วยังไม่กลับบ้าน พอช่วงเช้าวันนี้ (12 พ.ค.) ประมาณ 06.00 น. ได้มีคนมีเรียกที่พักบอกภรรยาเสียชีวิตอยู่ข้างรางรถไฟ จึงโทรตามเจ้าหน้าที่ตำรวจและอาสาฯร่วมกตัญญูมาตรวจสอบในที่เกิดเหตุ
อาสาฯร่วมกตัญญูพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจพนักงานสอบสวนสภ.พัฒนานิคมและแพทย์เวรโรงพยาบาลพัฒนานิคมร่วมกันชันสูตรพลิกร่างผู้เสียชีวิตและถ่ายภาพเก็บหลักฐานตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณพื้นที่ในที่เกิดเหตุเพื่อหาสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ต่อไป ก่อนที่มอบร่างผู้เสียชีวิตให้อาสาสมัครฯ นำร่างผู้เสียชีวิตไปชันสูตรต่อที่โรงพยาบาลพัฒนานิคมเบื้องต้นต่อไป
>> ผบ.ตร. สั่งเอกซเรย์ต่างชาติทั่วประเทศ หลังพบชาวจีนซุกคลังแสง ย้ำฟันเด็ดขาดตำรวจเอี่ยว
10.15 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยความคืบหน้ากรณีจับกุมชาวจีนพร้อมอาวุธจำนวนมากว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ได้สั่งการด่วนให้ทุกหน่วยเร่งตรวจสอบและปราบปรามคนต่างชาติที่กระทำผิดกฎหมาย ป้องกันปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ การลักลอบเข้าเมือง และการใช้ประเทศไทยเป็นฐานกระทำผิด โดยกำหนดมาตรการเร่งด่วน 3 เดือน ให้ “เอกซเรย์” พื้นที่เสี่ยงทั่วประเทศ โดยเฉพาะจุดที่มีชาวต่างชาติรวมตัวจำนวนมาก พร้อมจัดทำฐานข้อมูลกลุ่มต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด อาชญากรรมทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และค้ามนุษย์
ทั้งนี้ คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากการจับกุม ชาวจีนวัย 31 ปี พร้อมอาวุธปืนและวัตถุระเบิดจำนวนมากในพื้นที่ จ.ชลบุรี โดยตำรวจยืนยันเบื้องต้นยังไม่พบความเชื่อมโยงการก่อการร้าย แต่ยังอยู่ระหว่างขยายผลเส้นทางอาวุธและเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง พร้อมย้ำหากพบข้าราชการตำรวจหรือเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปมีส่วนช่วยเหลือ จะถูกดำเนินคดีทั้งทางอาญา วินัย และปกครองอย่างเด็ดขาด
>> ก.สาธารณสุข ตรวจแล้วฝูงค้างคาวแม่ไก่วัดจันทราราม ยันไร้เชื้อโควิดพันธุ์ใหม่
10.46 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่วัดจันทราราม ตำบลโคกพุทรา อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง ซึ่งเป็นแหล่งที่มีค้างคาวแม่ไก่นับหมื่นตัว อาศัยอยู่บนต้นไม้หลังโบสถ์มานานนับ 100 ปี ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่ไม่กังวลฝูงค้างคาวแม่ไก่ หลังมีข่าวยืนยันพบเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในค้างคาวไทย ซึ่งที่ผ่านมานั้น ทางเจ้าหน้าที่สาธารณสุข มาตรวจแล้วไม่พบเชื้อ และบริเวณดังกล่าวไม่เคยเกิดโรคระบาด
นายสุวัฒน์ ฉลาดคิด กำนันตำบลโคกพุทรา เล่าให้ฟังว่า ชาวบ้านในพื้นที่ไม่กังวลฝูงค้างคาวแม่ไก่ ที่ผ่านมานั้นมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเข้ามาตรวจแล้วไม่พบเชื้อ ซึ่งบริเวณวัดจันทรารามมีฝูงค้างคาวแม่ไก่อาศัยอยู่นับหมื่นตัวมานานกว่า 100 ปีแล้ว ที่ผ่านมาก็ไม่เคยเกิดโรคระบาดแต่อย่างใด โดยมีเรื่องเล่าถึงความอาถรรพ์ค้างคาวหลวงพ่อเพชรที่อาศัยอยู่บนต้นไม้หลังโบสถ์วัดจันทาราม มานานนับ 100 ปี ด้วยบารมีหลวงพ่อเพชร จึงทำให้ไม่มีใครกล้าทำร้ายค้างคาว
ชาวบ้านมีความเชื่อว่าค้างคาวแม่ไก่ฝูงนี้ เป็นค้างคาวแม่ไก่ที่อพยพออกจากถ้ำ ติดตามมาเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อเพชร และเกาะกิ่งมาอาศัยอยู่ที่ต้นไม้ บริเวณข้างโบสถ์และในช่วงเย็นจะโบยบินเป็นฝูงไปหากิน โดยก่อนออกไปหากิน ฝูงค้างคาวจะบินรอบโบสถ์ และไม่เคยบินข้ามหลังคาโบสถ์เลยสักครั้ง
>> "รองนายกฯ สีหศักดิ์" เตรียมส่งทนายช่วยคนไทยถูกจับหาของป่า ย้ำ "เกาะกูด" เป็นของไทย
11.11 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ ระบุถึงกรณีที่ทหารกัมพูชาจับตัวคนไทยหาของป่าในข้อหาลักลอบข้ามแดนว่า ขณะนี้อยู่ในกระบวนการ เรื่องการให้ความช่วยเหลือในเรื่องทนายความ ซึ่งขณะนี้มีการประสานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมติดตามอย่างใกล้ชิด
เมื่อถามว่า กัมพูชาได้ขึ้นทะเบียนบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย กับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาว่าด้วยพื้นที่ที่ไทยและกัมพูชาอ้างสิทธิในไหล่ทวีปทับซ้อนกัน 2001 หรือ MOU2544 เพื่อเป็นหลักฐานเรื่องเส้นเขตแดน ก่อนที่รัฐบาลไทยจะประกาศยกเลิก นายสีหศักดิ์กล่าวว่า กัมพูชาเป็นรัฐภาคีของกฎหมาย อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ.1982 หรือ UNCLOS ซึ่งเป็นกรอบเดียวกันกับที่เราจะพูดคุย ในขณะที่ MOU2544 เราก็ยกเลิกไปแล้ว ได้เห็นว่าการเจรจาภายใต้ UNCLOS เป็นเรื่องที่ดี ไม่ต้องเสียเวลา แต่ยังไม่ควรที่จะสรุปว่าจะใช้กลไกใด
กรณีกัมพูชาไปขึ้นทะเบียน MOU2544 เพื่อบันทึกเป็นหลักฐาน กรณีเส้นเขตแดนที่กัมพูชาลากผ่านเกาะกูด จ.ตราด ของไทย นายสีหศักดิ์กล่าวว่า อันนั้นไม่ได้ เพราะภายใต้กฎหมาย UNCLOS ต้องไปดูเรื่องเขตแดน ซึ่งเป็นกติกากฎหมายระหว่างประเทศที่สากลยอมรับ ซึ่งตนไม่ทราบว่าเขาไปแอบขึ้นทะเบียนอะไรอย่างไร รู้เพียงอย่างเดียวว่าจะคุยกันภายใต้กฎหมาย UNCLOS "หากมีการลากเส้นจะรู้เลยว่าเกาะกูดเป็นของไทยอยู่แล้ว" นายสีหศักดิ์กล่าว
>> แผ่นดินไหว ขนาด 3.3 ภายในพื้นที่ของ สปป.ลาว
13.57 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 3.3 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศ สปป.ลาว ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของ บ้านน้ำช้าง ต.ขุนน่าน อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.น่าน ประมาณ 112 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย
>> อุบัติเหตุหมู่ แล้วรถทัวร์เสียหลักลงข้างทาง ชนเพิงไม้ร้านขายอึ่ง มีผู้บาดเจ็บ 30 กว่าราย จ.นครราชสีมา
13.57 น. สภ.อุดมทรัพย์ รับแจ้งเหตุ อุบัติเหตุรถชนกัน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย บริเวณถนนทางหลวงหมายเลข 304 (ปักธงชัย – วังน้ำเขียว) ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 244 ต.อุดมทรัพย์ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา
ที่เกิดเหตุ พบรถทัวร์โดยสารสาย ระยอง-อุบลราชธานี ลักษณะเสียหลักพุ่งชนท้ายรถบรรทุกพ่วงและตกข้างทางทับเพิงพักริมถนน มีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ต้องระดมกำลังเข้าช่วยเหลือเป็นการด่วน
ตรวจสอบ พบว่า พนักงานขับรถ ร่างถูกอัดติดอยู่กับตัวรถ กู้ภัยต้องใช้เครื่องมือตัดถ่างช่วยเหลือออกมา นอกจากนี้ยังมีผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บรวม 30 ราย และแม่ค้าพ่อค้าเพิงขายอึ่งบาดเจ็บอีก 2 ราย รวมยอดผู้บาดเจ็บทั้งสิ้น 32 ราย ถูกลำเลียงส่งโรงพยาบาลวังน้ำเขียวอย่างเร่งด่วน
พ.ต.อ.สมหมาย พิศุทธิ์เศรษฐ์ศิริ ผกก.สภ.อุดมทรัพย์ เปิดเผยว่า อุบัติเหตุครั้งนี้ ลักษณะเป็นเหตุซ้ำซ้อน โดยเริ่มจากรถยนต์กระบะ สีดำ ทะเบียน ขอนแก่น เสียหลักลื่นไถลไปชนเสาไฟฟ้าเกาะกลางถนนจนล้มขวางทาง เป็นจังหวะเดียวกับที่รถบรรทุก 18 ล้อ ป้ายทะเบียน กรุงเทพมหานคร ขับสวนทางมาจากฝั่งวังน้ำเขียว ทำให้เสาไฟฟ้าที่หักโค่นเข้าไปติดอยู่ใต้ท้องรถบรรทุกจนรถหยุดกะทันหันและวิ่งต่อไปไม่ได้ ในขณะนั้น รถทัวร์โดยสารซึ่งขับตามหลังรถบรรทุกมา ไม่สามารถหยุดรถได้ทัน จึงพุ่งชนเข้าที่บริเวณท้ายรถบรรทุกอย่างจัง ก่อนจะเสียหลักแฉลบลงข้างทางไปกวาดเพิงพักร้านขายอึ่งริมถนน จนมีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก เบื้องต้นพบผู้บาดเจ็บปานกลางศีรษะแตก 3 ราย และบาดเจ็บเล็กน้อยอีก 29 ราย
>> "รัชดา" ยืนยัน รัฐบาลไม่ได้ใช้งบกลางพันล้านซื้อลิขสิทธิ์บอลโลก รอกรมประชาสัมพันธ์ชี้แจงรายละเอียด
14.00 น. น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไม่มีการพิจารณาในเรื่องของงบกลางใด ๆ เกี่ยวการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 มีเพียงมติ ครม. รับทราบให้กรมประชาสัมพันธ์เป็นผู้ประสาน เพื่อดำเนินการให้เกิดการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 ซึ่งแนวทางกรมประชาสัมพันธ์มีอยู่แล้ว ที่ไม่ได้ลงในรายละเอียด เพราะว่าเดี๋ยวได้คำตอบแล้ว ก็จะเป็นข่าวดี แต่วันนี้ขอให้ข้อมูลเพียงเท่านี้ เพราะเป็นมติ ครม. สำหรับรูปแบบการดำเนินการคือ ทำให้มีการถ่ายทอดสด ซึ่งมีการเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน ดังนั้น กรมประชาสัมพันธ์จึงเป็นผู้รับผิดชอบ และจะชี้แจงให้ทราบอีกครั้ง
เมื่อถามว่า มีการระบุว่า ครม. มีการอนุมัติงบกลาง 1,300 ล้านบาท น.ส.รัชดา ย้ำว่าไม่มีการใช้งบกลาง ขอยืนยันไม่ได้ใช้งบประมาณของรัฐบาล 100% วันนี้ไม่มีการใช้งบประมาณแผ่นดิน ส่วนแหล่งเงินจะมาจากที่ใดนั้น กรมประชาสัมพันธ์จะเป็นผู้ชี้แจงเอง หากจะมีการดำเนินการหรือประสานงานในลักษณะใด ให้คนไทยได้ดูฟุตบอลโดยที่ไม่กระทบงบฯ ของรัฐ น่าจะมีความสุขกันทุกคน ขอให้สบายใจได้ว่าหากกระบวนการเรื่องนี้สิ้นสุดแล้ว คงจะมีรายละเอียดชี้แจงให้ทราบต่อไป
น.ส.รัชดา กล่าวอีกว่า ขอย้ำว่าข่าวอนุมัติงบกลางถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกเป็นข่าวที่ผิด ตนในฐานะโฆษกรัฐบาลต้องระมัดระวังการสื่อสารให้มากที่สุด และสิ่งที่อยากจะสื่อสารการถ่ายทอดฟุตบอลโลก ถ้าจะเกิดขึ้นจะไม่มีการใช้งบกลาง ไม่มีการใช้งบประมาณแผ่นดิน
น.ส.รัชดา กล่าวต่อไปว่า วันนี้มีคนตำหนิรัฐบาลแล้วว่าทำไมถึงอนุมัติงบกลางถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกเป็นพันล้านบาท ทั้งที่ประชาชนอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ ก็ต้องขออธิบายว่า ในยามวิกฤติขณะนี้รัฐบาลมุ่งมั่นที่จะประคับประคองชีวิตพี่น้องประชาชนในเรื่องของมาตรการเงินกู้ที่จะออกมาในรูปแบบไทยช่วยไทยพลัส บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ส่วนเรื่องฟุตบอลโลก ต้องขอให้เข้าใจว่าเป็นอีกประเด็นหนึ่ง
>> 'นายกฯ อนุทิน' นำทีมแถลงโชว์ผลงาน ปราบปรามเครือข่ายยาเสพติด 8 เดือนจับกุม 1.84 แสนคดี
14.50 น. ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ร่วมแถลงผลการปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดของตำรวจ ในห้วงวันที่ 1 ตุลาคม 2568 – 11 พฤษภาคม 2569 โดยมี พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมแถลง
ด้าน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ดำเนินการบูรณาการกำลังร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเข้มข้น ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ถึง 11 พฤษภาคม 2569 ในการขับเคลื่อนมาตรการปราบปรามยาเสพติดในทุกมิติ ส่งผลให้สามารถจับกุมคดีเกี่ยวกับยาเสพติดได้จำนวน 183,979 คดี และยึดของกลางได้จำนวนมาก อาทิ ยาบ้า 915 ล้านเม็ด ยาไอซ์ 34,116 กิโลกรัม เฮโรอีน 756 กิโลกรัม คีตามีน 5,222 กิโลกรัม ยาอี 274,880 เม็ด พร้อมอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดได้มูลค่ากว่า 7,143 ล้านบาท
ขณะที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ได้มีการติดตามคดีรายสำคัญที่น่าสนใจ อาทิ การขยายผลจับยาไอซ์ เครือข่ายวัยรุ่นข้ามภาค ยึดของกลางได้ 498 กิโลกรัม ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ แกะรอยบิ๊กดาต้า รวบแก๊งขนยาข้ามภาคคารถ 3 คัน ที่จังหวัดชัยภูมิ แกะรอยพัสดุเอกชนข้ามภาคยึดยาบ้าล็อตใหญ่ 6.96 ล้านเม็ด ที่จังหวัดเชียงใหม่และกระบี่ เป็นต้น
ด้านกองบัญชาการตำรวจนครบาล สามารถสกัดจับรถตู้ซุกไอซ์ 300 กิโลกรัมใต้หลังคา ที่อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ตำรวจภูธรภาค 1 สามารถขยายผลจับยึดยาบ้า 9.5 ล้านเม็ด ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน สามารถสกัดและจับกุม ยึดยาบ้า 1.9 ล้านเม็ดและไอซ์ 597 กิโลกรัม พร้อมรวบสองผู้ต้องหา ที่จังหวัดนครพนม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ร่วมกับ รฟท. สามารถจับกุม 3 ชาวต่างชาติ พร้อมกับยาไอซ์ 100 กิโลกรัม ระหว่างลำเลียงบนรถไฟขบวนที่ 134 (หนองคาย-กรุงเทพมหานคร) ขณะเข้าเขตจังหวัดขอนแก่น
>> อนุมัติ 452 ล้านบาท เยียวยากำลังพล มอบสิทธิ “บัตรทองฮีโร่” ดูแลครอบครัวผู้เสียสละ จากเหตุปะทะตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา
15.39 น. ครม. อนุมัติงบกลาง ปี 2569 ให้แก่กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก และกองทัพเรือ รวมวงเงิน 452,350,000 บาท เพื่อบรรเทาและเยียวยากำลังพลจำนวน 91 ราย ที่ได้รับผลกระทบทั้งทางร่างกายและจิตใจจากเหตุการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา
พร้อมทั้งพิจารณาแนวทางดูแลครอบครัวข้าราชการทหารที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่บริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา จำนวน 27 ราย โดยให้ได้รับ “สิทธิบัตรทองฮีโร่” หรือ UC Heroes สามารถใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้ในขอบเขตเทียบเท่าสิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการที่เคยได้รับอยู่เดิม จนกว่าผู้มีสิทธิจะได้รับสิทธิอื่นตามกฎหมาย ในกรณีที่เป็นบุตรของผู้เสียชีวิตให้ได้รับสิทธิต่อเนื่องจนกว่าจะบรรลุนิติภาวะ
>> ตำรวจเชียงราย ยึดมอเตอร์ไซค์ดัดแปลงท่อ กว่า 500 คัน สั่งทำลายทันที
17.06 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่ลาน ภ.จว.เชียงราย นายประสงค์ หล้าอ่อน รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมพล.ต.ต.มานพ เสนากุล ผบก.ภ.จว.เชียงราย นำเจ้าหน้าที่ตรวจยึดรถจักรยานยนต์ดัดแปลงสภาพได้ 500 คัน และท่อไอเสียงที่ดัดแปลงผิดกฎหมาย โดยเฉพาะมีเสียงดังเกินกำหนด 760 อัน โดยท่อไอเสียดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.)เชียงราย นำรถบดไปทำการบดทำลายเพื่อไม่ให้นำไปใช้งานอีก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การตรวจยึดดังกล่าวมีขึ้น หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ภ.จว.เชียงราย ได้รับการร้องเรียนผ่านสายด่วน 1599 และ 191 หรือผ่านสื่อสาธารณะว่า มีกลุ่มวัยรุ่นรวมตัวกันนำรถจักรยานยนต์ที่มีเสียงดังออกมาขับแข่งขันกัน สร้างความเดือดร้อนรำคาญแก่ชาวบ้านในหลายพื้นที่เป็นอย่างมาก ภ.จว.เชียงราย จึงบูรณาการกับฝ่ายปกครองและตั้งจุดตรวจจุดสกัดเพื่อกวดขันจับกุม โดยสามารถตรวจยึดได้จำนวนมาก
พล.ต.ต.มานพ กล่าวว่า กรณีรถจักรยานยนต์ดัดแปลง ยิ่งปราบปรามก็ยังพบการกระทำผิดอีกจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากประชาชนอย่างต่อเนื่องจึงปราบปรามกันอย่างต่อเนื่องควบคู่กันไป
>> รวบหนุ่มแก๊งปลอมเว็บโรงแรมดัง หลอกโอนค่าที่พักทิพย์ พบเงินหมุนเวียนกว่า 20 ล้านบาท
17.26 น. ศูนย์สืบสวนสะกดรอยเเละการข่าว สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองแค ทำการจับกุม นายชอ (นามสมมุติ) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 728/2569 ในข้อหา ร่วมกันฉ้อโกง/ฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น/ฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา และในความผิดฐานเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ ของตนในการกระทำความผิดฯ โดยสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ที่บริเวณหน้าบ้านใน อ.หนองแค จ.สระบุรี จากนั้นได้ควบคุมตัวส่งมอบให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษผู้รับผิดชอบเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ คดีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษที่ 94/2567 ของกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ โดย นายชอ มีพฤติการณ์ร่วมกันจัดทำหน้าเว็บไซต์แอบอ้างเป็นเพจโรงแรมดัง เพื่อหลอกลวงผู้เสียหายโอนเงิน ค่าที่พักเข้าบัญชี นายชอ ก่อนโอนให้ผู้ร่วมขบวนการ เพื่อหลีกเลี่ยงการติดตามเส้นทางการเงิน มีเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 20 ล้านบาท
>> รถกระบะชนกับรถพ่วง ช่วงแยกแก่งหว้าแก่งไฮ บาดเจ็บหลายราย อาสากู้ภัยเร่งช่วยเหลือและนำส่ง รพ.
18.55 น. ศูนย์วิทยุหน่วยกู้ภัยพิษณุโลก มูลนิธิประสาทบุญสถาน รับแจ้ง รถกระบะชนกับรถพ่วง และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ บริเวณ แยกแก่งหว้าแก่งไฮ ในพื้นที่ อ.นครไทย จ.พิษณุโลก
ที่เกิดเหตุ พบรถยนต์กระบะ อีซูซุ ดีแม็กซ์ สีเทา ป้ายทะเบียน พิษณุโลก ลักษณะชนกับ รถพ่วง ฮีโน่ สีขาว ป้ายทะเบียน ระยอง
ตรวจสอบ พบว่าผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 3 ราย รายที่ 1 ชาย อายุ 56 ปี ศีรษะแตก ถลอกฟกช้ำตามร่างกาย รายที่ 2 หญิง อายุ 33 ปี ฉีกขาดโหนกแก้มข้างซ้าย ถลอกฟกช้ำตามร่างกาย รายที่ 3 ชาย อายุ 1ปี ถลอกฟกช้ำตามร่างกาย เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครกู้ภัยพิษณุโลกปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำส่งโรงพยาบาลนครไทย ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นครไทย
>> เพลิงไหม้ภายในอาคาร ซอยลาดพร้าว 102 เสียหายหมดทั้งห้อง
19.55 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ คอนโดฯ แห่งหนึ่ง ซอยลาดพร้าว 102 ถนนลาดพร้าว แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นอาคารสูง 9 ชั้น ประกอบกิจการให้เช่าพักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นภายในห้องพัก ที่ชั้น 6 เพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งห้อง พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 32 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้ไม่สามารถตรวจสอบได้ เนื่องจากเพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งห้อง ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยหัวหมาก
>> รวบมือแทงผู้รับเหมาดับที่ซอยเรวดี จ.นนท์ หลังหนีกบดานบ้านแฟนที่ จ.ชลบุรี
21.30 น. ความคืบหน้ากรณีไรเดอร์ก่อเหตุใช้อาวุธมีดแทง ชายไทย อายุ 39 ปี อาชีพผู้รับเหมาก่อสร้าง เสียชีวิต หลังเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนกันบริเวณถนนเรวดี ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี ก่อนหลบหนีไป โดยก่อนหน้านี้ศาลจังหวัดนนทบุรีได้อนุมัติหมายจับ นายวอ (นามสมมุติ) อายุ 22 ปี ผู้ต้องหา ในข้อหา “ทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตาย” และ “พาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยเปิดเผยหรือไม่มีเหตุอันสมควร”
ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภาค 1 ร่วมกับ พ.ต.ท.เฉลิมฤทธิ์ ถาวร รองผกก.สส.สภ.เมืองนนทบุรี และ พ.ต.ท.ธีรพันธุ์ ทบสมัย สว.สส.สภ.เมืองนนทบุรี สามารถติดตามจับกุมตัวนายวอ (นามสมมุติ) อายุ 22 ปี ผู้ต้องหาได้สำเร็จ
โดยจับกุมตัวได้บริเวณหน้าร้านก๋วยเตี๋ยว สาขาบางละมุง อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ขณะกำลังหลบหนีไปกบดานอยู่กับแฟนสาว อายุ 21 ปี พร้อมตรวจยึดรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า สีเหลืองเทา หมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นรถที่ใช้ในวันเกิดเหตุ
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างควบคุมตัวผู้ต้องหากลับมาสอบสวนเพิ่มเติมที่ สภ.เมืองนนทบุรี ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
>> เพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน เสียหายวอดทั้งหลัง จ.มหาสารคาม
23.00 น. รับแจ้งจาก กู้ภัยตักศิลามหาสารคาม เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ที่บ้านดอนเรือ ต.ท่าตูม อ.เมือง จ.มหาสารคาม กู้ภัยตักศิลามหาสารคามพร้อมรถดับเพลิงออกตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุ พบเพลิงลุกไหม้บ้าน 2 ไม้ชั้น ครึ่งไม้ครึ่งปูน แสงเพลิงลุกไหม้รุนแรง บ้านเสียหายทั้งหลัง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงระงับเหตุเพลิงสงบ ในที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต สาเหตุเพลิงไหม้อยู่ระหว่างตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองมหาสารคาม
>> ไฟฟ้าลัดวงจร ซอยประชาสงเคราะห์ 28 พื้นที่เขตดินแดง
01.35 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ แมนชั่นแห่งหนึ่ง ซอยประชาสงเคราะห์ 28 ถนนประชาสงเคราะห์ แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นอาคารสูง 5 ชั้น ประกอบกิจการให้เช่าพักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นภายในห้องเช่าบริเวณชั้น 1 เพลิงลุกไหม้เสียหายหม้อหุงข้าวไฟฟ้า ตู้กับข้าว และเครื่องปรับอากาศ พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 1 ตารางเมตร ประชาชนใช้ถังดับเพลิงทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทำการระบายความร้อน
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก ไฟฟ้าลัดวงจรที่ปลั๊กไฟติดผนัง ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยห้วยขวาง