โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

SJWD เพิ่มรถอีวีลดต้นทุน รุก Green Logistics โตยาว

หุ้นวิชั่น

อัพเดต 31 มี.ค. เวลา 14.47 น. • เผยแพร่ 31 มี.ค. เวลา 07.47 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้น

หุ้นวิชั่น - SJWD ผนึกกำลัง EA ลุย Green Logistics เต็มตัว ขยายฟลีทรถหัวลากไฟฟ้า หนุนลดต้นทุน–คาร์บอน เสริมแกร่งขีดความสามารถแข่งขัน พร้อมเปิดอัพไซด์การเติบโตธุรกิจโลจิสติกส์–พลังงานในระยะยาว

นายบรรณ เกษมทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SJWD เปิดเผยว่า บริษัทให้ความสำคัญกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมผ่านการปรับปรุงกระบวนการดำเนินงานในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการบริหารจัดการฟลีทรถขนส่งเพื่อลดเที่ยววิ่งเปล่า (Backhaul Matching) การพัฒนาโซลูชันการขนส่งแบบผสมผสาน (Multimodal) ที่เชื่อมโยงการขนส่งทางเรือ ทางราง และทางถนนเข้าด้วยกัน ตลอดจนการนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน

หนึ่งในแนวทางสำคัญคือการนำรถขนส่งพลังงานไฟฟ้า (EV Truck) เข้ามาใช้ในระบบโลจิสติกส์ ควบคู่กับการติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Rooftop) บนคลังสินค้า และการนำระบบหุ่นยนต์อัตโนมัติ (ASRS) มาใช้ในการจัดเก็บสินค้า ซึ่งช่วยลดการใช้พลังงาน ลดต้นทุน และเพิ่มความแม่นยำในการบริหารคลังสินค้าได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยในปี 2568 บริษัทสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 32,315 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า เพิ่มขึ้นจาก 10,976 ตันในปี 2567 สะท้อนถึงความสำเร็จของการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ในการจัดทำโครงการ SCGJWD Logistics Decarbonizing เพื่อพัฒนาแนวทางลดการปล่อยคาร์บอนอย่างเป็นระบบ และยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานด้านความยั่งยืนให้ครอบคลุมทั้งห่วงโซ่คุณค่า ส่งผลให้บริษัทได้รับรางวัล “Best Sustainability Awards” กลุ่ม Sustainability Excellence จากงาน SET Awards 2025 ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้าน ESG ในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์

*ขยายลงทุนอีก 20 คัน

ด้านนายชวนินทร์ บัณฑิตกฤษดา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม SJWD กล่าวเสริมว่า บริษัทได้เริ่มนำรถหัวลากพลังงานไฟฟ้า (EV Truck) จำนวน 10 คันมาใช้งานตั้งแต่ปลายปี 2566 โดยเน้นให้บริการในพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์สำคัญของประเทศ โครงการดังกล่าวสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 300 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าในปี 2567 และยังช่วยลดต้นทุนพลังงานได้มากกว่า 50% เมื่อเทียบกับรถหัวลากที่ใช้เชื้อเพลิงดีเซล

ล่าสุด บริษัทได้ขยายการลงทุนในรถหัวลากไฟฟ้าเพิ่มเติมอีก 20 คัน ส่งผลให้ปัจจุบันมีรถ EV Truck รวมทั้งสิ้น 30 คัน โดยรถรุ่นใหม่มีศักยภาพในการวิ่งระยะไกลมากขึ้นจากการเพิ่มความจุแบตเตอรี่ถึง 50% ทำให้สามารถขยายเส้นทางการขนส่งสีเขียว (Green Logistics Route) ไปยังพื้นที่ห่างไกลได้มากขึ้น และเพิ่มความยืดหยุ่นในการให้บริการลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ

*ลดคาร์บอน ดันแข่งขัน

การเพิ่มจำนวนรถหัวลากไฟฟ้าในครั้งนี้ คาดว่าจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้เพิ่มขึ้นอีกประมาณ 600 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี และยังช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์องค์กรด้านความยั่งยืน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อความเชื่อมั่นของลูกค้า นักลงทุน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

ในด้านความร่วมมือทางธุรกิจ บริษัทได้ผนึกกำลังกับพันธมิตรสำคัญ ได้แก่ บริษัท โตโยต้า ทูโช (ไทยแลนด์) จำกัด ซึ่งทำหน้าที่เป็น Strategic Partner ในการสนับสนุนด้านการจัดหาเงินทุน ระบบบริหารฟลีท และโซลูชันพลังงาน รวมถึงบริษัท เน็กซ์ พอยท์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ที่ร่วมพัฒนาและส่งมอบรถหัวลากไฟฟ้าให้กับบริษัท โดยมี บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) เป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญในการสนับสนุนเทคโนโลยีและระบบนิเวศด้านพลังงานไฟฟ้า

*ลุยโลจิสติกส์สีเขียว

นายฉัตรพล ศรีประทุม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA และกรรมการบริษัท เน็กซ์ พอยท์ จำกัด (มหาชน) หรือ NEX กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนถึงการเร่งปรับตัวของภาคธุรกิจภายใต้แรงกดดันจากต้นทุนพลังงานที่ผันผวน และมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น โดยการนำยานยนต์ไฟฟ้ามาใช้ในภาคโลจิสติกส์ไม่เพียงช่วยลดต้นทุน แต่ยังช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

โดยภาพรวม การเปลี่ยนผ่านสู่ Green Logistics ของ SJWD ไม่ได้เป็นเพียงกลยุทธ์เชิงสิ่งแวดล้อม แต่เป็นการปรับโครงสร้างธุรกิจเพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคต ทั้งในด้านพลังงาน เทคโนโลยี และกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะช่วยให้บริษัทสามารถสร้างการเติบโตอย่างมั่นคง พร้อมส่งมอบผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...