ทรูมันนี่ จับมือ ตำรวจไซเบอร์ ส่งแอป ‘Cyber Check’ เป็นเกราะคุ้มกันภัยการเงิน
ทรูมันนี่ ยกระดับกำแพงความปลอดภัย ผสานกำลังตำรวจไซเบอร์ ชวนผู้ใช้งานติดตั้งเครื่องมืออัจฉริยะ "Cyber Check" ตรวจสอบ ‘เบอร์-บัญชี-ลิงก์’ ต้องสงสัยได้ทันที พร้อมสร้างระบบนิเวศการเงินที่โปร่งใส มุ่งเป้าลดจำนวนเหยื่อออนไลน์และเสริมความแข็งแกร่งให้ภาคธุรกิจไทยเติบโตอย่างยั่งยืนบนโลกดิจิทัล
วันที่ 3 เมษายน 2569 - ในยุคที่ระบบเศรษฐกิจดิจิทัลกลายเป็นฟันเฟืองหลักของประเทศ ความเชื่อมั่นในระบบการชำระเงิน (Payment Security) จึงไม่ได้เป็นเพียงทางเลือก แต่เป็นรากฐานสำคัญของเสถียรภาพทางการเงิน
ล่าสุด บริษัท ทรูมันนี่ จำกัด ได้ยกระดับยุทธศาสตร์ความปลอดภัยเชิงรุก ผ่านความร่วมมือกับ กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.สอท.) หรือ ตำรวจไซเบอร์ เพื่อบูรณาการระบบนิเวศความปลอดภัยดิจิทัลให้ครอบคลุมทุกมิติการทำธุรกรรม
ท่ามกลางการแพร่ระบาดของอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่มีความซับซ้อนสูง การส่งเสริมให้ผู้ใช้งานเข้าถึงเครื่องมือ "Cyber Check" ถือเป็นการสร้างเกราะป้องกันด่านแรก (First Line of Defense) ที่มีประสิทธิภาพ โดยแอปพลิเคชันนี้ทำหน้าที่เป็นฐานข้อมูลกลาง (Centralized Database) ในการตรวจสอบความน่าเชื่อถือของคู่ค้าและคู่สนทนา ไม่ว่าจะเป็น
- Verification : ตรวจสอบประวัติเบอร์โทรศัพท์และบัญชีธนาคารก่อนการโอนเงิน
- Authentication : ยืนยันช่องทางสื่อสารอย่างเป็นทางการขององค์กร เพื่อป้องกันการแอบอ้าง (Brand Spoofing)
- Whitelisting : สนับสนุนให้ผู้ประกอบการที่สุจริตลงทะเบียนเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในระบบตลาดดิจิทัล
นายจงรักษ์ ขันติอุดม ผู้อำนวยการฝ่ายกำกับดูแลการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ บริษัท ทรูมันนี่ จำกัด ระบุว่า ความร่วมมือครั้งนี้คือการแสดงเจตนารมณ์ในการร่วมขับเคลื่อนความปลอดภัยที่เป็น "วาระแห่งชาติ" โดยมุ่งเน้นการลดความเหลื่อมล้ำทางข้อมูล (Information Asymmetry) ระหว่างมิจฉาชีพและผู้บริโภค ซึ่งจะช่วยลดความเสียหายเชิงเศรษฐกิจในภาพรวม
พ.ต.ท. ประวิทย์ วงษ์เกษม รอง ผกก.1 บก.สอท.2 เน้นย้ำว่าการบูรณาการข้อมูลร่วมกับภาคเอกชนอย่างทรูมันนี่ จะช่วยให้การเฝ้าระวังภัยไซเบอร์มีความแม่นยำและรวดเร็ว (Real-time Surveillance) ส่งผลดีต่อการสืบสวนและสกัดกั้นเส้นทางการเงินของกลุ่มมิจฉาชีพได้อย่างทันท่วงที
ความร่วมมือในครั้งนี้ คือการวางห่วงโซ่ความเชื่อมั่น (Value Chain of Trust) ที่แข็งแกร่ง ซึ่งเป็นปัจจัยชี้วัดความสำเร็จของ FinTech ในระยะยาว การมีระบบตรวจสอบที่โปร่งใสและเชื่อมโยงกับภาครัฐ จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถขับเคลื่อนกิจกรรมทางเศรษฐกิจบนโลกออนไลน์ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน