ส่องดัชนีการเมืองไทย เม.ย. 69 ลดลงทุกตัวชี้วัด วอนเร่งแก้ปัญหาปากท้อง
The Bangkok Insight
อัพเดต 03 พ.ค. เวลา 02.03 น. • เผยแพร่ 03 พ.ค. เวลา 02.03 น. • The Bangkok Insightสวนดุสิตโพล สำรวจดัชนีการเมืองไทยเดือน เม.ย. 2569 ลดลงจากเดือนก่อน ยกผลงานฝ่ายค้านโดดเด่น นักการเมืองฝ่ายรัฐบาล 'อนุทิน' ยังครองใจ วอนเร่งแก้ปัญหาปากท้อง
สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง ดัชนีการเมืองไทย ประจำเดือนเม.ย. 2569 จากกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 2,214 คน ระหว่างวันที่ 27-30 เม.ย. 2569 พบว่า กลุ่มตัวอย่างให้คะแนนภาพรวมดัชนีการเมืองไทยประจำเดือนเม.ย. เฉลี่ย 3.79 คะแนน ลดลงจากเดือนมี.ค. 2569 ที่ได้3.89 คะแนน
สำหรับตัวชี้วัดที่ได้คะแนนสูงสุด คือ ผลงานของฝ่ายค้าน เฉลี่ย 4.31 คะแนน ตัวชี้วัดที่ได้คะแนนต่ำสุด คือการแก้ปัญหายาเสพติดและผู้มีอิทธิพล เฉลี่ย 3.22 คะแนน นักการเมืองฝ่ายรัฐบาลที่มีบทบาทโดดเด่น คือ อนุทิน ชาญวีรกูล 39.07% รองลงมาคือ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ 28.22% ด้านฝ่ายค้าน คือ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ 27.82% รองลงมาคือ รักชนก ศรีนอก 23.25%
สิ่งที่อยากฝากบอกรัฐบาล คือ แก้ปัญหาปากท้อง ลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชน 49.82% และสิ่งที่อยากฝากบอกฝ่ายค้าน คือ ตรวจสอบการทุจริตและการใช้งบประมาณของรัฐบาล 44.37%
ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า ผลสำรวจดัชนีการเมืองไทยที่ลดลงทุกตัวชี้วัด แสดงให้เห็นว่า ประชาชนไม่ได้กังวลเฉพาะเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แต่กำลังมองภาพรวมของการเมือง การบริหารประเทศ เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตไปในทิศทางเดียวกัน คือ ยังไม่เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนพอ โดยเฉพาะคะแนนด้านเศรษฐกิจและปากท้องยังอยู่ในระดับต่ำ
เสียงสะท้อนของประชาชน จึงอยากฝากถึงรัฐบาลให้เร่งแก้ปัญหาปากท้อง ค่าครองชีพ เพราะโจทย์ใหญ่ของรัฐบาลไม่ใช่แค่การประกาศนโยบาย แต่คือการทำให้ประชาชนรู้สึกได้ว่าชีวิตดีขึ้นจริง
ผู้ช่วยศาสตราจารย์กัญญกานต์ เสถียรสุคนธ์ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ โรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวว่า ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการทำงานของรัฐบาลลดลงอย่างต่อเนื่อง
หากวิเคราะห์แล้ว จะเห็นว่าปัจจัยภายนอกอย่างสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางมีนัยส้าคัญต่อการรับรู้ของประชาชน โดยเฉพาะผลกระทบด้านราคาพลังงานที่ส่งผลโดยตรงต่อค่าไฟฟ้า ราคาน้ำมัน และราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่รายได้และค่าจ้างไม่ได้เพิ่มตาม ความไม่พอใจจึงไม่ได้มุ่งไปที่ปัจจัยภายนอก แต่กลับย้อนมาที่ประสิทธิภาพของรัฐบาลในการบรรเทาผลกระทบแทน
วิกฤตภายนอกครั้งนี้ จึงเป็น บททดสอบ ความสามารถของรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมราคาสินค้า การด้าเนินนโยบายตามที่ประกาศ หรือการวางมาตรการเชิงรุก หากรัฐตอบสนองล่าช้า ไม่ชัดเจน หรือขาดความโปร่งใส ก็ยิ่งตอกย้ำปัญหาเดิม เช่น การแก้ไขปัญหาเชิงเศรษฐกิจ การบริหารประเทศ และข้อกังขาเรื่องคอร์รัปชัน
วิกฤตตะวันออกกลางจึงกลายเป็นอีกหนึ่งแรงที่ฉุด ส่งผลให้ระยะห่างของความคาดหวัง ระหว่างรัฐกับประชาชนกว้างขึ้น ทำให้ดัชนีความเชื่อมั่นลดลงในหลายมิติ สิ่งเหล่านี้ สะท้อนว่า ความเชื่อมั่นทางการเมืองไทยในปัจจุบันขึ้นอยู่กับความสามารถ
ของรัฐในการแปลงวิกฤตภายนอกให้กลายเป็นโอกาสของการบริหารจัดการภายในที่มีประสิทธิภาพและตรวจสอบได้ เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับประชาชนต่อไป
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- คนไทยร้อนไม่ไหว!! 'สวนดุสิตโพล' เผย 77% หวังรัฐช่วยลด-ตรึงค่าไฟ
- ‘สวนดุสิตโพล’ เปิดดัชนีการเมือง มี.ค.ร่วง เหตุวิกฤติพลังงาน ทำประชาชนแบกภาระอ่วม
- สวนดุสิตโพล เปิดผลสำรวจ 5 อันดับพรรคการเมือง ประชาชนนำลิ่ว 165 ที่นั่ง
ติดตามเราได้ที่