โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘พิพัฒน์’ คาใจปมน้ำมัน หลังโรงกลั่นบอกมีน้ำมันเพียงพอ

The Reporters

อัพเดต 18 มี.ค. เวลา 10.57 น. • เผยแพร่ 18 มี.ค. เวลา 10.57 น.

ถามกลับ “น้ำมันล่องหนไปไหน” ตั้งข้อสันนิษฐานมีใครแอบส่งออกทางเรือหรือไม่ เผยนายกฯ เรียกคุยทั้งระบบที่สภาฯ พรุ่งนี้ แจงแม้เป็นเจ้าของปั๊มแต่เป็นคนละสถานะ ขอให้เห็นใจโรงกลั่นเสี่ยงมากกว่า เพราะต้องสั่งล่วงหน้า 3 เดือน คาดการณ์ราคาไม่ได้ ออกตัวรับแทนเด็กปั๊ม หลังถูก ปชช.โวยไม่มีน้ำมันขาย ลั่น “อยากด่าให้มาด่าผม” พร้อมรับทุกข้อติชม

วันที่ (18 มี.ค.69) เวลา 16.10 น.ที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมในฐานะผู้อำนวยการ ศบก. กล่าวถึงกรณีที่เครือข่ายสมาพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทยออกมาประท้วงว่ามีการนำสต็อกน้ำมันเก่ามาขายในราคาปัจจุบัน โดยชี้แจงว่า น้ำมันสต็อกเก่าที่นำมาขายในราคาปัจจุบันนั้น การสั่งซื้อน้ำมันดิบไม่ใช่การสั่งซื้อวันนี้แล้วได้วันนี้ ต้องมีการสั่งซื้อล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 เดือน เพราะฉะนั้นวันที่สั่งซื้อกับการกลั่นในปัจจุบันคือน้ำมันในอดีต ก่อนมีการสู้รบในตะวันออกกลางแน่นอนว่าคือการสั่งซื้อราคาถูกแล้วมาขายในราคาแพง

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า ตนขอถามกลับว่า สมมติว่าวันนี้ราคาน้ำมันดิบ 100 เหรียญ อีก 3 เดือนข้างหน้าตนรับน้ำมันดิบเข้ามาที่คลัง แต่ปรากฏว่าสงครามยุติ ราคาน้ำมันดิบลงไป 60 เหรียญ แต่ ณ วันนั้นตนรับน้ำมันดิบมาที่ราคา 100 เหรียญ ถ้าจะขายใน 100 ก็รับไม่ได้อีกเช่นกัน ซึ่งนี่คือเป็นการพูดถึงแฟร์ทูแฟร์ เพราะเรามีกติกาการค้าขายและการแลกเปลี่ยน ไม่ใช่เอาแต่ได้ ฉะนั้นจึงขอฝากผู้ประกอบการและประชาชนคนไทยทั้งประเทศว่าวันที่เขารับซื้อราคาถูกมีกำไร ณ วันนี้ แต่เมื่อสงครามยุติถามกลับว่าเขาขาดทุนหรือไม่ และเชื่อว่าทุกคนคิดตัวเลขบวกลบคูณหารเป็น เพราะฉะนั้นก็ต้องให้ความยุติธรรมกับโรงกลั่นและผู้ประกอบการเช่นกัน

นายพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า เป็นที่รู้กันว่าตนมีสถานีบริการ ตนมีแบรนด์เรื่องการค้าขายน้ำมัน แต่ตนไม่ได้ซื้อน้ำมันดิบมากลั่นเองเพราะตนไม่มีโรงกลั่น ตนซื้อวันนี้ขายวันนี้อัตราเสี่ยงน้อย ไม่เหมือนโรงกลั่นที่ซื้อมาวันนี้อีก 3 เดือนถึงจะได้รับน้ำมันดิบ กลั่นแล้วราคาเท่าไรไม่มีใครรู้ เพราะฉะนั้นตนเองในฐานะเป็นผู้ค้ากับโรงกลั่นเราอยู่คนละสถานะ ความเสี่ยงของโรงกลั่นมีมากกว่า เพราะตนซื้อมาขายไปวันต่อวัน เพราะฉะนั้นตนไม่สามารถตอบแทนโรงกลั่นได้ทั้งหมด แต่ข้อเท็จจริงเป็นไปตามที่ตนอธิบายให้ฟัง จึงฝากผู้ประกอบการกับผู้ใช้น้ำมันในปัจจุบันให้เข้าใจว่าไม่มีใครอยากกลั่นแกล้งใคร

“อีกส่วนหนึ่งผู้ที่ขับรถเข้าไปที่สถานีบริการ พอน้อง ๆ ในสถานีบริการบอกน้ำมันหมด พวกท่านก็ไปโวยวายใส่น้อง ๆ ที่ให้บริการ น้อง ๆ เขาอยากขายให้กับทุก ๆ ท่าน แต่เมื่อน้ำมันหมด พวกท่านไปด่าน้อง ๆ เขาก็ไม่รู้จะทำอย่างไร หาน้ำมันจากที่ไหนมาขายให้ ก็ขอให้เห็นใจน้อง ๆ ในสถานีบริการบ้าง ถ้าจะด่าก็ขอให้มาด่าที่ผมดีกว่า ผมพร้อมที่จะรับฟังทุก ๆ ข้อมูล คำถาม และคำติชม” นายพิพัฒน์ กล่าว

ส่วนที่ผู้ประกอบการปั๊มน้ำมันบางปั๊มระบุว่าถูกตัดโควตาน้ำมันลงไปถึง 50% นั้น นายพิพัฒน์ ชี้แจงว่า นี่คือส่วนที่นายกรัฐมนตรีขอเชิญทุกฝ่ายมาร่วมประชุมในวันพรุ่งนี้ (19 มี.ค.)ที่รัฐสภา จะเป็นการเชิญทุกฝ่ายที่อยู่ในซัพพลายเชนของพลังงาน ตั้งแต่โรงกลั่น ผู้ประกอบการ ขนส่ง และจ็อบเบอร์

“เพื่อมาแก้ผ้าดูทีละคนว่าใครเป็นคนกักตุนน้ำมัน ใครที่โกหก พรุ่งนี้จะเอามาเข้าเครื่องจับเท็จทุกคน สิ่งที่โรงกลั่นประกาศว่าน้ำมันคุณมี น้ำมันไม่ชอร์ต กระทรวงพลังงานบอกไม่ชอร์ต ปตท.บอกไม่ได้ชอร์ต และทำไมน้ำมันกลั่นออกมาแล้ว คลังน้ำมันหรือซัพพลายเออร์จึงไม่ได้รับน้ำมันเหมือนปกติ ซ้ำร้ายการขายส่งก็ไม่มีน้ำมันขาย เพราะฉะนั้นใครเท็จก็เชื่อว่าพรุ่งนี้พวกเราคงจะได้รู้ ตัวผมเองก็ไม่สบายใจ ผมก็เป็นส่วนหนึ่งที่เวลาไปรับน้ำมัน ตัวผมเองไม่ได้มีปั๊มน้ำมันยี่ห้อเดียว ผมมีทั้ง PT และมียี่ห้ออื่น เพราะเราต้องทำการเปรียบเทียบในแต่ละบริษัทว่าดูแลซัพพลายเออร์หรือแฟรนไชส์ของตัวเองอย่างไร ดังนั้นก็จะมีปั๊มน้ำมันของแต่ละยี่ห้อในอดีต ผมยกตัวอย่างปั๊ม ก. ผมได้รับน้ำมันอาจจะขายวันละ 10,000 ลิตร หรือ 15,000 ลิตร แต่วันนี้บางยี่ห้อขายให้ปั๊มผมเหลือแค่ 4-5 พันลิตร หายไปหมื่นลิตร แล้วหายไปไหน ในเมื่อคุณบอกว่าโรงงานกลั่นมีน้ำมันให้ น้ำมันไม่ได้ขาด และน้ำมันล่องหนไปไหน แล้วน้ำมันมันล่องหนได้เหรอ เพราะฉะนั้นต้องมีคนโกหกอย่างน้อยหนึ่งคน พรุ่งนี้นายกรัฐมนตรีจึงต้องเชิญทุกหน่วยงานมาหารือ เพื่อที่จะได้รู้ว่าใครพูดจริงใครพูดเท็จ ผมก็อยากรู้ เพราะผมก็โดนพี่ ๆ ถามทุกวัน ก็เริ่มตอบไม่ถูกแล้วเหมือนกันว่าข้อเท็จจริงคืออะไร เพราะที่ผมรู้ผมก็ตอบไปหมดแล้ว” นายพิพัฒน์ กล่าว

ส่วนปัญหาดังกล่าวเกิดจากระบบการขนส่งด้วยหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ขนส่งมีส่วนแต่ไม่ใช่ทั้งหมด แต่สิ่งสำคัญคือหน้าคลังน้ำมันไม่มีน้ำมันจ่ายแสดงว่ามันมีอะไรเกิดขึ้น หรือโรงกลั่นโกหกเพราะไม่มีน้ำมันจริง หรือกระทรวงพลังงานโกหกคุณไม่มีน้ำมันในสต็อก เพราะฉะนั้นทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ที่ข้อเท็จจริง กระทรวงพลังงานประกาศเมื่อวานเรายังมีสต็อก 101 วัน ขณะที่โรงกลั่นก็กลั่นออกมาเต็มกำลัง ดังนั้นเมื่อกลั่นเต็มน้ำมันต้องมีขาย จะไม่มีการขาดเลยแม้แต่วันเดียวจึงเกิดคำถามว่าเมื่อน้ำมันออกจากโรงกลั่นแล้วหายไปไหน มีใครส่งออกน้ำมันทางเรือไปขายหรือไม่ ตนขอตั้งคำถาม ซึ่งตั้งคำถามหลายครั้งแล้ว และได้ถามไปยังกรมธุรกิจพลังงานว่าได้งดการส่งออกน้ำมันแล้วหรือไม่ อันนี้คือปัจจัยหนึ่งที่ยังไม่สบายใจว่าสุดท้ายคุณได้ห้ามส่งออกทางเรือแล้วหรือยัง

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า สหพันธ์การขนส่งทางบกเรียกร้องยุติการจำกัดโควตาไม่เช่นนั้นจะยุติการเดินรถ นายพิพัฒน์ ถามกลับทันทีว่า

“จำกัดโควตาน้ำมันของใคร แล้วใครเป็นคนจำกัด”

โดยยืนยันว่า ภาครัฐไม่เคยจำกัดโควตาการขายน้ำมัน อดีตเคยซื้อน้ำมันอย่างไร วันนี้เมื่อออกจากโรงกลั่นก็ส่งให้ตามปกติ ก่อนจะย้อนถามว่า หากมีการจำกัดจริงจะเอาแทงก์ที่ไหนไปจัดเก็บ ในเมื่อน้ำมันถูกกลั่นออกมาทุกวัน ที่เก็บไม่มีแน่นอนเพราะมันโป่ง

ดังนั้นเมื่อมีการกลั่น มีการขายออก ก็ต้องมีคนใช้ ยังไงก็ไม่มีที่เก็บ และคนที่จำกัดโควตาคือใคร คือผู้ค้าใช่หรือไม่ จำกัดจากบริษัทแม่ไปสู่แฟรนไชส์ของตัวเอง จากโรงกลั่นไปสู่คลังน้ำมันในต่างจังหวัดใช่หรือไม่ นี่คือสิ่งที่นายกรัฐมนตรีอยากรู้ในวันพรุ่งนี้ว่าใครซ่อนความจริง

ส่วนที่ประธานสมาพันธ์การขนส่งทางบกบอกว่า “มีไอ้โม่งคอยปั่นราคา” นายพิพัฒน์ ถามว่า ใคร เพราะราคาน้ำมันขึ้นอยู่กับตลาดกลางเป็นผู้ประกาศ ประเทศไทยไม่สามารถประกาศราคาตลาดโลกได้ คนที่ประกาศคือกำลังรบกันอยู่ ต้องไปถามว่าใครได้ประโยชน์แต่ไม่ใช่ประเทศไทยแน่นอน เพราะประเทศไทยผลิตน้ำมันดิบได้ 70,000 บาร์เรลเท่านั้น

เมื่อถามต่อว่า สงสัยหรือไม่ว่าโรงกลั่นกักน้ำมันไว้ นายพิพัฒน์ ถามว่า โรงกลั่นมีที่เก็บหรือไม่ การออกมาทุกวันเพราะไม่มีที่เก็บมันก็โป่ง เพราะฉะนั้นโรงกลั่นก็ไม่มีสิทธิที่จะกักเหมือนกัน ฉะนั้นตนเชื่อว่าไม่มีใครที่จะสามารถกักได้ ยกเว้นคุณไม่ได้กลั่นเต็มกำลังตามที่คุณประกาศไว้ แต่ก็มีความเสี่ยงหากเก็บน้ำมันดิบไว้ จะรู้ได้อย่างไรว่าน้ำมันดิบในตลาดโลกจะร่วงลงเมื่อไร ใครจะรู้จึงมั่นใจว่าวันนี้ไม่มีใครอยากเสี่ยง การกักตุนที่มองไม่เห็นไม่มีใครอยากเสี่ยง

ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า สรุปตอนนี้มีการนำน้ำมันออกไปขายทางเรือใช่หรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า เป็นการสันนิษฐาน เพราะมีทางออกที่ส่งออกไปขายได้ทางเดียวคือการปล่อยให้ส่งออกทางทะเล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...