WHAUP ลงนาม PPA ‘ยี่ดา นิว แมททีเรียล’ ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป 16.64 เมกะวัตต์
รุกขยายพอร์ตพลังงานสะอาดรับดีมานด์ภาคตสาหกรรม ชูจุดเด่นช่วยลูกค้าลดต้นทุนค่าไฟฟ้ากว่า 1,220 ล้านบาทตลอดอายุสัญญา 20 ปี ดึง AI - UOC คุมการผลิตไฟฟ้าแบบ Real-time เพิ่มเสถียรภาพการบริหารจัดการพลังงานในยุคต้นทุนผันผวน คาดดำเนินการติดตั้งแล้วเสร็จพร้อมจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) ภายในไตรมาส 4 ปี 2570 มุ่งเป้าสนับสนุน Green Manufacturing
9 พฤษภาคม 2569 - สำนักข่าวเศรษฐกิจรายงานบริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAUP เดินหน้าขยายสัดส่วนธุรกิจพลังงานหมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดประกาศลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ร่วมกับ บริษัท ยี่ดา นิว แมททีเรียล (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อดำเนินการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) ขนาดกำลังการผลิตรวม 16.64 เมกะวัตต์ ณ โรงงานในจังหวัดชลบุรี
การลงนามในครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนยุทธศาสตร์การสร้างความเติบโตในกลุ่มธุรกิจสาธารณูปโภคและพลังงาน โดยโครงการดังกล่าวมีเป้าหมายหลักในการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานภายในสถานประกอบการ และลดภาระต้นทุนด้านสาธารณูปโภคให้แก่พันธมิตรทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้รูปแบบการให้บริการแบบครบวงจร (Integrated Solutions) ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ การลงทุน การติดตั้ง ตลอดจนการดูแลรักษาในระยะยาว
จากการประเมินในเบื้องต้น โครงการ Solar Rooftop ของ ยี่ดา นิว แมททีเรียล จะส่งผลดีต่อโครงสร้างต้นทุนและสิ่งแวดล้อม ดังนี้ :
- ด้านต้นทุน : คาดการณ์ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานไฟฟ้าได้รวม 1,220 ล้านบาท ตลอดอายุสัญญา 20 ปี
- ด้านสิ่งแวดล้อม : ช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 206,491 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า
- ระยะเวลาดำเนินงาน : ปัจจุบันเริ่มขั้นตอนการติดตั้งแล้ว และมีกำหนดการจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบภายในไตรมาส 4 ของปี 2570
"พลังงานไม่ใช่เพียงต้นทุนการผลิตอีกต่อไป แต่กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจในระยะยาว ภาคอุตสาหกรรมจำเป็นต้องปรับตัวจากการพึ่งพาพลังงานรูปแบบเดิม ไปสู่การสร้าง ‘พอร์ตพลังงานที่ยืดหยุ่น’ มากขึ้น" - นายอัครินทร์ ประเทืองสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร WHAUP
ยกระดับการจัดการด้วย AI และระบบ Real-time Monitoring
เพื่อให้การผลิตไฟฟ้ามีประสิทธิภาพสูงสุด WHAUP ได้บูรณาการเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาใช้ในการบริหารจัดการระบบ โดยมีการเชื่อมต่อข้อมูลไปยังศูนย์ควบคุมปฏิบัติการ (Utility Operation Center - UOC) ซึ่งช่วยให้สามารถติดตามผลการดำเนินงานแบบ Real-time Monitoring
การนำระบบดิจิทัลมาใช้นี้ จะช่วยให้บริษัทสามารถวิเคราะห์และพยากรณ์การผลิตไฟฟ้าได้อย่างแม่นยำ ลดความเสี่ยงจากการขัดข้องของระบบ และตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่มุ่งเน้นมาตรฐานการเป็นโรงงานสีเขียว (Green Manufacturing) ท่ามกลางสภาวะความผันผวนของค่าไฟฟ้า (Ft) ในตลาดโลก
นายอัครินทร์ ระบุว่า โครงการนี้สะท้อนความคืบหน้าของแผนงานในปี 2569 ที่ต้องการขยายฐานลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรมขนาดใหญ่อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นโซลูชันที่สร้างผลลัพธ์เชิงธุรกิจที่จับต้องได้ ทั้งในแง่การลดรายจ่ายและการเสริมความมั่นคงทางพลังงาน
นอกจากโครงการ Solar Rooftop แล้ว WHAUP ยังมีแผนขยายรูปแบบการจัดหาพลังงานที่ยืดหยุ่นยิ่งขึ้น อาทิ :
- Direct Power Purchase Agreement (Direct PPA): การทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง
- Peer-to-Peer Energy Trading: การต่อยอดสู่ระบบการซื้อขายไฟฟ้าในอนาคต
แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับพันธกิจหลักของดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป (WHA Group) ในการผลักดันภาคอุตสาหกรรมไทยสู่ความยั่งยืน และเตรียมความพร้อมรับมือกับความท้าทายในยุคการเปลี่ยนผ่านพลังงาน (Energy Transition) เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันให้แก่คู่ค้าในระดับสากล