คิดจะฟ้องไทย…ไงกลายเป็นหมาหัวเน่า
สันดานโจร สันดานคนโกหก กล่าวหาไทยด้วยข้อความเป็นเท็จ พูดจาด้วยท่าทีที่รุนแรง หวังที่จะฟ้องประชาคมโลกให้ช่วยรุมประณามไทย ดรามาว่าข้อพิพาทระหว่างเขากับเราในเวลานี้ ไทยเราเป็นคนเริ่มต้น ไทยเราเป็นผู้ใหญ่รังแกเด็กอย่างไร้มนุษยธรรม ดรามาทำตัวเป็นผู้ถูกกระทำที่น่าสงสาร ใช้คนแก่ สตรี และเด็กเป็นตัวละครเรียกร้องความสงสารจากประชาคมโลก แต่ไม่ว่าจะพูดอะไร เรียกร้องอะไร ดันโป๊ะแตกเมื่อทางไทยเราได้รับโอกาสชี้แจงแบบสวนกลับด้วยทีท่าของสุภาพบุรุษที่มีความเป็นผู้ดีกว่า มิหนำซ้ำยังมีทั้งเอกสาร สนธิสัญญา และประวัติศาสตร์เป็นหลักฐานในการต่อสู้ จนประชาคมโลกเชื่อถือไทยมากกว่า และคนโกหก
ก็โดนสื่อระดับโลกขุดแฉยับว่าประเทศของเขาเป็น ‘สแกมโบเดีย’ ที่ปลิ้นปล้อนหลอกลวง และเป็นเคลมโบเดียที่อ้างเอาสิ่งที่เป็นของประเทศอื่นมาเป็นของตน เวลานี้ ทั้งองค์กรระหว่างประเทศและบรรดาประเทศมหาอำนาจทั้งหลาย เขาก็ไม่เอาด้วยกับประเทศนี้แล้ว เป็นหมาหัวเน่าที่กำลังล้มละลายทางการทหาร ทางการทูต ทางการข่าว และทางเศรษฐกิจ
นายกรัฐมนตรีของเขาเล่นละครสวมบทเหยื่อผู้ถูกรังแกบนเวทีโลก กล่าวหาไทยรุกล้ำอธิปไตยบริเวณปราสาทตาเมือนธม หวังให้มหาอำนาจพร้อมใจกดดันไทย แต่ผลลัพธ์กลับกลายเป็นขว้างงูไม่พ้นคอ ถ่มน้ำลายรดฟ้า เลยโดนน้ำลายตกใส่หน้าตัวเอง เพราะทีมการทูตไทยที่นำโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ร่วมกับข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ ลุกขึ้นยืนหยัดด้วยหลักฐานเอกสารทางประวัติศาสตร์ แผนที่ตามหลักสากล และภาพถ่ายดาวเทียมปัจจุบัน และด้วยหลักฐานทางประวัติศาสตร์และเอกสารที่แน่นหนา ผู้แทนนานาชาติพยักหน้าเห็นด้วยกับจุดยืนของไทยแทบทั้งหมด
แค่นั้น หน้ายังแหกไม่พอ สื่อมวลชนระดับโลกหลายสำนักพร้อมใจกันกระหน่ำปากกาไปขุดคุ้ยความเน่าเฟะ ความปลิ้นปล้อน การโกหกตอแหล สร้าง Fake News ของผู้นำ นักการเมือง ข้าราชการ และ Influ ทาง Social media ของเขาแบบเจาะลึก พบความชั่วร้ายที่หลากหลาย พอที่จะสรุปเรียกประเทศนี้ว่าเป็นเมืองหลวงของอาชญากรรม ไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายแก๊ง Call Center ที่ใช้ประเทศชั่วร้ายนี้เป็นฐานหลอกลวงผู้คนทั่วโลก การค้ามนุษย์ข้ามชาติ การกักขังและทรมานเหยื่อที่ถูกหลอกไปทำงาน รวมถึงข้อกล่าวหาเรื่องการค้าอวัยวะมืด จนสื่อหลายแห่งขนานนามประจานอย่างเจ็บแสบว่านี่คือประเทศ Scambodia ที่หมายถึงดินแดนแห่งการหลอกลวง
เวลานี้ 20 ชาติทั่วโลกต่างพร้อมใจเมินและประณามประเทศที่โกหกปลิ้นปล้อนนี้ ให้เป็นหมาหัวเน่าที่ไม่มีใครอยากจะคบหาด้วย และไม่เชื่อถือสิ่งที่พวกเขาพูดอีกต่อไปแล้ว เพราะมองออกว่า
- ประเทศของเขาไม่ได้เป็นเหยื่อ แต่คือ ต้นตอของปัญหา
- ประชาชนของพวกเขาและคนไทยของเราหลายรายเคยสูญเสียทั้งทรัพย์สินและสูญเสียชีวิตเพราะการเป็นโจรปล้นดินแดนของพวกเขา
- มีคนจำนวนมากสูญเสียอิสรภาพจากขบวนการอาชญากรข้ามชาติที่เติบโตอย่างอิสระอยู่ในดินแดนนั้น
- ทหารของเขาก็ต้องพบกับความทุกข์ทรมานในการทำสงครามกับไทยตามความต้องการของผู้นำของเขาที่เป็นหัวขบวนของอาชญากรรมหลากหลายรูปแบบ
- เกมล่าพวกพ้องบนเวทีนานาชาติของผู้นำที่ชั่วร้ายของประเทศที่เป็นโจรรุกรานดินแดนของไทยเรา กำลังพังทลายไม่เป็นท่า
- สถานะของประเทศที่ทำตัวเป็นโจรบนเวทีโลกก็ดิ่งเหวหนักกว่าเดิม
กรณีพิพาทในครั้งนี้ ประเทศของเขาพ่ายแพ้ทุกรูปแบบ ทุกสงคราม จนไม่อาจจะอยู่ได้อีกต่อไป จะพูดว่ากำลังล่มสลาย และกำลังจะล้มละลายทางเศรษฐกิจ ก็คงจะไม่ผิดนัก
- ธุรกิจสีดำ สีเทา ที่หล่อเลี้ยงประเทศล่มสลายหมดแล้ว
- การค้าขายชายแดนกับไทยก็ต้องมีอันยุติ
- คนงานที่เข้ามาทำงานในประเทศไทย และส่งเงินกลับไปเลี้ยงประเทศก็ไม่มีแล้ว
- เงินช่วยเหลือจากประเทศมหาอำนาจก็ยุติไปแล้ว
- สินค้าเกษตรขายไม่ได้
- ไม่มีคนไปเล่นการพนันในบ่อน
- การท่องเที่ยวล้มเหลวไม่เป็นท่า
ทั้งหมดที่กล่าวมา ทำให้เราสามารถสรุปได้ว่าหมาหัวเน่าตัวนี้ ยากที่จะฟื้นกลับมารุ่งเรืองได้อีก เพราะพ่ายแพ้ทุกสงคราม ไม่ว่าจะเป็นการรบทางการทหาร ก็สู้แสนยานุภาพและยุทธศาสตร์ของไทยเราไม่ได้ ชั้นเชิงทางการทูต ทางการต่างประเทศก็สู้เราไม่ได้ การข่าวก็หมดความน่าเชื่อถือไปแล้ว สงครามวัฒนธรรม ทาง UNESCO ก็เอนมาทางไทยมากกว่า การค้าขายระหว่างเรากับเขา ถ้าหากยุติไปเขาเสียหายและเดือดร้อนมากกว่าเรา เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วเราอย่าทะเลาะกันเลยนะ สามัคคีกันไว้ เพื่อร่วมมือกันสู้กับโจรข้างบ้านอย่างเป็นเอกภาพเถอะนะ อย่าเอาแต่ด่าทอต่อว่า ด้อยค่ากันไปมาเลยนะ ร่วมมือกันสู้กับโจรในอาณาจักรอาชญากรรมดีกว่า.