โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คิดจะฟ้องไทย…ไงกลายเป็นหมาหัวเน่า

ไทยโพสต์

อัพเดต 09 พ.ค. เวลา 19.41 น. • เผยแพร่ 09 พ.ค. เวลา 17.04 น.

สันดานโจร สันดานคนโกหก กล่าวหาไทยด้วยข้อความเป็นเท็จ พูดจาด้วยท่าทีที่รุนแรง หวังที่จะฟ้องประชาคมโลกให้ช่วยรุมประณามไทย ดรามาว่าข้อพิพาทระหว่างเขากับเราในเวลานี้ ไทยเราเป็นคนเริ่มต้น ไทยเราเป็นผู้ใหญ่รังแกเด็กอย่างไร้มนุษยธรรม ดรามาทำตัวเป็นผู้ถูกกระทำที่น่าสงสาร ใช้คนแก่ สตรี และเด็กเป็นตัวละครเรียกร้องความสงสารจากประชาคมโลก แต่ไม่ว่าจะพูดอะไร เรียกร้องอะไร ดันโป๊ะแตกเมื่อทางไทยเราได้รับโอกาสชี้แจงแบบสวนกลับด้วยทีท่าของสุภาพบุรุษที่มีความเป็นผู้ดีกว่า มิหนำซ้ำยังมีทั้งเอกสาร สนธิสัญญา และประวัติศาสตร์เป็นหลักฐานในการต่อสู้ จนประชาคมโลกเชื่อถือไทยมากกว่า และคนโกหก

ก็โดนสื่อระดับโลกขุดแฉยับว่าประเทศของเขาเป็น ‘สแกมโบเดีย’ ที่ปลิ้นปล้อนหลอกลวง และเป็นเคลมโบเดียที่อ้างเอาสิ่งที่เป็นของประเทศอื่นมาเป็นของตน เวลานี้ ทั้งองค์กรระหว่างประเทศและบรรดาประเทศมหาอำนาจทั้งหลาย เขาก็ไม่เอาด้วยกับประเทศนี้แล้ว เป็นหมาหัวเน่าที่กำลังล้มละลายทางการทหาร ทางการทูต ทางการข่าว และทางเศรษฐกิจ

นายกรัฐมนตรีของเขาเล่นละครสวมบทเหยื่อผู้ถูกรังแกบนเวทีโลก กล่าวหาไทยรุกล้ำอธิปไตยบริเวณปราสาทตาเมือนธม หวังให้มหาอำนาจพร้อมใจกดดันไทย แต่ผลลัพธ์กลับกลายเป็นขว้างงูไม่พ้นคอ ถ่มน้ำลายรดฟ้า เลยโดนน้ำลายตกใส่หน้าตัวเอง เพราะทีมการทูตไทยที่นำโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ร่วมกับข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศ ลุกขึ้นยืนหยัดด้วยหลักฐานเอกสารทางประวัติศาสตร์ แผนที่ตามหลักสากล และภาพถ่ายดาวเทียมปัจจุบัน และด้วยหลักฐานทางประวัติศาสตร์และเอกสารที่แน่นหนา ผู้แทนนานาชาติพยักหน้าเห็นด้วยกับจุดยืนของไทยแทบทั้งหมด

แค่นั้น หน้ายังแหกไม่พอ สื่อมวลชนระดับโลกหลายสำนักพร้อมใจกันกระหน่ำปากกาไปขุดคุ้ยความเน่าเฟะ ความปลิ้นปล้อน การโกหกตอแหล สร้าง Fake News ของผู้นำ นักการเมือง ข้าราชการ และ Influ ทาง Social media ของเขาแบบเจาะลึก พบความชั่วร้ายที่หลากหลาย พอที่จะสรุปเรียกประเทศนี้ว่าเป็นเมืองหลวงของอาชญากรรม ไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายแก๊ง Call Center ที่ใช้ประเทศชั่วร้ายนี้เป็นฐานหลอกลวงผู้คนทั่วโลก การค้ามนุษย์ข้ามชาติ การกักขังและทรมานเหยื่อที่ถูกหลอกไปทำงาน รวมถึงข้อกล่าวหาเรื่องการค้าอวัยวะมืด จนสื่อหลายแห่งขนานนามประจานอย่างเจ็บแสบว่านี่คือประเทศ Scambodia ที่หมายถึงดินแดนแห่งการหลอกลวง

เวลานี้ 20 ชาติทั่วโลกต่างพร้อมใจเมินและประณามประเทศที่โกหกปลิ้นปล้อนนี้ ให้เป็นหมาหัวเน่าที่ไม่มีใครอยากจะคบหาด้วย และไม่เชื่อถือสิ่งที่พวกเขาพูดอีกต่อไปแล้ว เพราะมองออกว่า

  • ประเทศของเขาไม่ได้เป็นเหยื่อ แต่คือ ต้นตอของปัญหา
  • ประชาชนของพวกเขาและคนไทยของเราหลายรายเคยสูญเสียทั้งทรัพย์สินและสูญเสียชีวิตเพราะการเป็นโจรปล้นดินแดนของพวกเขา
  • มีคนจำนวนมากสูญเสียอิสรภาพจากขบวนการอาชญากรข้ามชาติที่เติบโตอย่างอิสระอยู่ในดินแดนนั้น
  • ทหารของเขาก็ต้องพบกับความทุกข์ทรมานในการทำสงครามกับไทยตามความต้องการของผู้นำของเขาที่เป็นหัวขบวนของอาชญากรรมหลากหลายรูปแบบ
  • เกมล่าพวกพ้องบนเวทีนานาชาติของผู้นำที่ชั่วร้ายของประเทศที่เป็นโจรรุกรานดินแดนของไทยเรา กำลังพังทลายไม่เป็นท่า
  • สถานะของประเทศที่ทำตัวเป็นโจรบนเวทีโลกก็ดิ่งเหวหนักกว่าเดิม

กรณีพิพาทในครั้งนี้ ประเทศของเขาพ่ายแพ้ทุกรูปแบบ ทุกสงคราม จนไม่อาจจะอยู่ได้อีกต่อไป จะพูดว่ากำลังล่มสลาย และกำลังจะล้มละลายทางเศรษฐกิจ ก็คงจะไม่ผิดนัก

  • ธุรกิจสีดำ สีเทา ที่หล่อเลี้ยงประเทศล่มสลายหมดแล้ว
  • การค้าขายชายแดนกับไทยก็ต้องมีอันยุติ
  • คนงานที่เข้ามาทำงานในประเทศไทย และส่งเงินกลับไปเลี้ยงประเทศก็ไม่มีแล้ว
  • เงินช่วยเหลือจากประเทศมหาอำนาจก็ยุติไปแล้ว
  • สินค้าเกษตรขายไม่ได้
  • ไม่มีคนไปเล่นการพนันในบ่อน
  • การท่องเที่ยวล้มเหลวไม่เป็นท่า

ทั้งหมดที่กล่าวมา ทำให้เราสามารถสรุปได้ว่าหมาหัวเน่าตัวนี้ ยากที่จะฟื้นกลับมารุ่งเรืองได้อีก เพราะพ่ายแพ้ทุกสงคราม ไม่ว่าจะเป็นการรบทางการทหาร ก็สู้แสนยานุภาพและยุทธศาสตร์ของไทยเราไม่ได้ ชั้นเชิงทางการทูต ทางการต่างประเทศก็สู้เราไม่ได้ การข่าวก็หมดความน่าเชื่อถือไปแล้ว สงครามวัฒนธรรม ทาง UNESCO ก็เอนมาทางไทยมากกว่า การค้าขายระหว่างเรากับเขา ถ้าหากยุติไปเขาเสียหายและเดือดร้อนมากกว่าเรา เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วเราอย่าทะเลาะกันเลยนะ สามัคคีกันไว้ เพื่อร่วมมือกันสู้กับโจรข้างบ้านอย่างเป็นเอกภาพเถอะนะ อย่าเอาแต่ด่าทอต่อว่า ด้อยค่ากันไปมาเลยนะ ร่วมมือกันสู้กับโจรในอาณาจักรอาชญากรรมดีกว่า.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...