โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บสย.ช่วยSMEsฝ่าวิกฤติต้นทุนพุ่ง ผนึกนอนแบงก์ ขยายค้ำประกัน

ทันหุ้น

อัพเดต 09 เม.ย. เวลา 12.32 น. • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

#ทันหุ้น – บสย. เร่งช่วย SMEs “กลุ่มเปราะบาง” ฝ่าวิกฤติยุคต้นทุนพุ่ง ชูค่าธรรมเนียมฟรี 3 ปี เดินหน้าผนึกน็อนแบงก์ ขยายค้ำประกันรายย่อย

ดร.สิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม หรือ บสย.เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลต่อต้นทุนดำเนินงานทั้งวัตถุดิบ การผลิต ค่าขนส่ง ที่พุ่งขึ้น บสย. พร้อมตอบสนองนโยบายรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs โดยเฉพาะกลุ่มรายย่อย Micro SMEs พ่อค้า แม่ค้า กลุ่มอาชีพอิสระ ซึ่งถือเป็นกลุ่มเปราะบางที่มีความเสี่ยงทางธุรกิจสูงในภาวการณ์ปัจจุบัน ทั้งปัญหาการเข้าถึงสินเชื่อ การขาดสภาพคล่อง การบริหารจัดการต้นทุน และเป็นกลุ่มที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ

*ฟรีค่าทำเนียม 3 ปีแรก

จากสถานการณ์ดังกล่าว บสย. ได้ตอกย้ำการช่วยเหลือ SMEs “กลุ่มเปราะบาง” ผ่าน โครงการค้ำประกันสินเชื่อ SMEs Smart Win วงเงินค้ำประกัน 10,000 ล้านบาท ค้ำประกันต่อราย 1 หมื่นบาท – 1 ล้านบาท ฟรีค่าธรรมเนียมค้ำประกัน 3 ปีแรก ปีต่อไปคิดตามระดับความเสี่ยง 3 ระดับ ตั้งแต่ 1%, 1.5% และ 2.5% เฉพาะโครงการนี้ บสย. ได้นำ Credit Scoring Model และ Risk-Based Pricing มาใช้ประเมินความเสี่ยงลูกค้า เพื่อลดต้นทุนทางการเงิน และเพิ่มอัตราการอนุมัติสินเชื่อของ SMEs ที่มีความเสี่ยงที่ยอมรับได้มากขึ้น

นอกจากนี้ ยังมุ่งกระตุ้นให้สถาบันการเงินปล่อยสินเชื่อ ด้วยการจ่ายเคลม (จ่ายค่าประกันชดเชย) หรือ Max Claim ในอัตราสูง เพื่อดูดซับความเสี่ยงด้าน Credit Cost และเพิ่มโอกาสด้านเครดิต (Credit Enhancement) ให้กับ SMEs เพื่อลดอัตราการปฏิเสธสินเชื่อ (Rejection Rate) และทำให้สถาบันการเงินมีความเชื่อมั่นในการพิจารณาสินเชื่อเพิ่มให้กับ SMEs มากยิ่งขึ้น

*ช่วน SME เข้าถึงสินเชื่อ

การช่วยเหลือ “กลุ่มเปราะบาง” เป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญของ บสย. เพื่อช่วยให้ SMEs รายย่อย ที่ขาดหลักทรัพย์ค้ำประกัน หรือขาดคนค้ำประกัน ในการขอสินเชื่อ สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น โดยไตรมาส 1/2569 (ม.ค. – มี.ค.) เพียงระยะเวลา 3 เดือน บสย. ให้ความช่วยเหลือ SMEs รายย่อย (วงเงินสินเชื่อที่ต้องการไม่เกิน 2 แสนบาท) ผ่านการค้ำประกันสินเชื่อกว่า 1,380 ล้านบาท ช่วย SMEs เข้าถึงสินเชื่อได้กว่า 15,000 ราย ซึ่งเป็นการเติบโตที่สูงมาก เมื่อเทียบกับปี 2568 (ม.ค. – ธ.ค.) ที่มียอดค้ำประกันกลุ่มรายย่อย 2,380 ล้านบาท ช่วย SMEs เข้าถึงสินเชื่อได้กว่า 19,150 ราย ความสำเร็จดังกล่าวมาจากการทำงานเชิงรุก และโครงการค้ำประกันสินเชื่อ SMEs Smart Win ที่ตอบโจทย์ SMEs รายย่อยมากยิ่งขึ้น

สำหรับประเภทธุรกิจ SMEs รายย่อย ที่ บสย. ค้ำประกันสินเชื่อ 3 อันดับแรก ได้แก่ ร้านค้าปลีกรายย่อย (โชห่วย) 40% ตามด้วยกลุ่มพ่อค้า แม่ค้าหาบเร่ แผงลอย ตลาดสด 29.4% และกลุ่มร้านทำผม เสริมความงาม 4.2% สะท้อนกลุ่มอาชีพหลักของ SMEs รายย่อย ซึ่งเป็นเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ

“จากวิกฤติพลังงานซึ่งสร้างผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม จากต้นทุนดำเนินงานที่พุ่งสูง การค้าขายที่ยากลำบากจากกำลังซื้อที่ลดลง จากนี้ บสย. จะเพิ่มความเข้มข้นในการช่วยเหลือ SMEs รายย่อย มากยิ่งขึ้น เพื่อช่วยให้ SMEs รายย่อย สามารถอยู่รอด อยู่ได้ และผ่านพ้นวิกฤติที่เกิดขึ้น” ดร.สิทธิกร กล่าว

*ผนึกนอนแบงก์ช่วย SMEs

ทั้งนี้ เพื่อให้ความช่วยเหลือ SMEs รายย่อย “กลุ่มเปราะบาง” ครอบคลุมทุกมิติ อีกหนึ่งแผนงานสำคัญจากนี้ คือ การขยายการค้ำประกันไปยังผู้ให้บริการสินเชื่อประเภทน็อนแบงก์ (Non-Bank) ในกลุ่ม “นาโนไฟแนนซ์” ซึ่งกระจายตัวอยู่ทั่วประเทศกว่า 70 ราย เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการกลุ่มนี้ ซึ่งมีปัญหาในการเข้าถึงสินเชื่อในระบบสถาบันการเงิน โดยเน้นวงเงินค้ำประกันรายละไม่เกิน 50,000 บาท เพื่อเสริมสภาพคล่องและต่อลมหายใจให้ธุรกิจสามารถผ่านพ้นวิกฤติในช่วงเวลานี้

นอกจากนี้ ตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา บสย. ยังให้ความช่วยเหลือ SMEs ลูกค้า บสย. ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง สำหรับผู้ประกอบธุรกิจท่องเที่ยว ธุรกิจส่งออกและนำเข้า โดยพักชำระค่าธรรมเนียมและค่าจัดการค้ำประกัน 3 เดือน สำหรับลูกค้าที่จะครบกำหนดชำระ ระหว่างวันที่ 15 มีนาคม – 30 เมษายน 2569 ปัจจุบันพบว่าสามารถช่วยลูกค้าพักชำระค่าธรรมเนียมทั้งสิ้น 46 ราย คิดเป็นภาระค้ำประกันประมาณ 48 ล้านบาท

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...