โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พบซากเสือโคร่งวัยรุ่นกลางทุ่งใหญ่ฯ ตะวันออก คาดสังเวยศึกชิงอาณาจักร ผู้ที่แข็งแกร่งกว่าคือผู้อยู่รอด เร่งเผาทำลายกันการโจรกรรม

MATICHON ONLINE

อัพเดต 21 เม.ย. เวลา 02.58 น. • เผยแพร่ 21 เม.ย. เวลา 02.38 น.

พบซากเสือโคร่งวัยรุ่นกลางทุ่งใหญ่ฯ ตะวันออก คาดสังเวยศึกชิงอาณาจักร ผู้ที่แข็งแกร่งกว่าคือผู้อยู่รอด เร่งเผาทำลายกันการโจรกรรม

วันที่ 21 เมษายน นายพนัชกร โพธิบัณฑิต ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 14 (ตาก) เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันออก รายงานการตรวจพบซากเสือโคร่งเพศเมียวัยรุ่นกลางป่าห้วยลากาเบิงเล็ก สภาพพบบาดแผลถูกกัดกระจุยทั่วตัว คาดตายจากการต่อสู้กับเสือเจ้าถิ่นเพื่อแย่งชิงอาณาเขตตามสัญชาตญาณสัตว์ป่า เร่งเผาทำลายซากทันทีตามระเบียบกรมอุทยานฯ เพื่อตัดวงจรโรคระบาดและป้องกันการโจรกรรมชิ้นส่วน

นายปิยะพงษ์ สืบเสน หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันออก รายงานว่า เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2569 คณะเจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ป่าห้วยน้ำเขียว ร่วมกับสถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ ได้เข้าดำเนินการปฏิบัติภารกิจเก็บกู้กล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่า (Camera Trap) เพื่อรวบรวมข้อมูลงานวิจัยในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันออก แต่ในระหว่างการเดินทางบริเวณป่าห้วยลากาเบิงเล็ก เจ้าหน้าที่ได้พบภาพที่น่าสลดใจเมื่อพบซากเสือโคร่งหนึ่งตัวนอนเสียชีวิตอยู่บนเส้นทางลาดตระเวน จึงประสานผู้เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบพื้นที่โดยละเอียดในทันที

จากการตรวจสอบสภาพซากเบื้องต้นพบว่าเป็นเสือโคร่งเพศเมียที่ยังอยู่ในช่วงวัยรุ่นหรือโตไม่เต็มวัย วัดขนาดอุ้งตีนหน้ากว้างได้ 8.5 เซนติเมตร ความยาว 10.5 เซนติเมตร และมีช่วงอุ้งเท้ายาว 7 เซนติเมตร โดยสภาพซากพบบาดแผลฉกรรจ์ซึ่งเป็นรอยเขี้ยวของสัตว์กินเนื้อขนาดใหญ่หลายแห่ง โดยเฉพาะจุดสำคัญบริเวณหลังลำคอ หน้าอก และโคนขาหลังด้านขวา ซึ่งทางเจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญร่วมกันสันนิษฐานว่าบาดแผลทั้งหมดเกิดจากการเข้าจู่โจมของเสือโคร่งเจ้าถิ่นที่มีความแข็งแกร่งกว่า โดยเป็นการต่อสู้เพื่อแย่งชิงอาณาเขตในการครอบครองพื้นที่ป่า ซึ่งเป็นพฤติกรรมปกติของสัตว์ตระกูลแมวป่าเมื่อก้าวเข้าสู่วัยที่จะต้องแยกตัวออกมาสร้างอาณาจักรของตนเอง

ภายหลังการบันทึกข้อมูลและรวบรวมหลักฐานเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่ได้ตัดสินใจดำเนินการเผาทำลายซากเสือโคร่งในจุดที่พบทันที เพื่อรักษาความสะอาดของระบบนิเวศและเป็นการตัดวงจรการแพร่กระจายของเชื้อโรคที่อาจส่งผลกระทบต่อสัตว์ป่าตัวอื่นในพื้นที่ นอกจากนี้ยังเป็นการป้องกันการลักลอบโจรกรรมชิ้นส่วนซากสัตว์ อาทิ หนัง หรือกระดูก เพื่อนำไปใช้ในทางที่ผิดกฎหมายหรือการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมายอีกทางหนึ่งด้วย

สำหรับการสูญเสียเสือโคร่งในครั้งนี้ แม้จะเป็นเรื่องที่สร้างความสะเทือนใจแก่เจ้าหน้าที่และผู้พบบรรจบ แต่ในทางนิเวศวิทยาถือเป็นปรากฏการณ์ “การคัดเลือกโดยธรรมชาติ” ที่ผู้ที่แข็งแกร่งกว่าคือผู้อยู่รอด อย่างไรก็ตาม การพบร่องรอยการแย่งชิงพื้นที่ในลักษณะนี้ ยังสะท้อนให้เห็นถึงความหนาแน่นและความสมบูรณ์ของประชากรเสือโคร่งในผืนป่ามรดกโลกทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันออก ที่ยังคงเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยที่สำคัญของสัตว์ป่าหายากระดับโลกสืบต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พบซากเสือโคร่งวัยรุ่นกลางทุ่งใหญ่ฯ ตะวันออก คาดสังเวยศึกชิงอาณาจักร ผู้ที่แข็งแกร่งกว่าคือผู้อยู่รอด เร่งเผาทำลายกันการโจรกรรม

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...