โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ทีมงาน อ.เชน อธิบาย 'ห้องปลอดฝุ่น' 3.6 พันบาท ชูความดันบวก ป้องสมองเด็ก-เซฟกลุ่มเปราะบาง

MATICHON ONLINE

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ฉัตริน คณะทำงาน อว. อธิบายเบื้องหลัง “ห้องปลอดฝุ่นครบวงจร” 3,600 บาท ฝีมือนักวิจัยไทยที่ประสิทธิภาพสู้ระบบนำเข้าหลักแสน ชู “ความดันบวก” หัวใจสำคัญปกป้องสมองเด็กจาก CO2 และปิดรอยรั่วอาคารที่เครื่องฟอกอากาศทั่วไปทำไม่ได้ ยันเดินหน้ายุทธศาสตร์ 2 ขา ‘เซฟชีวิตกลุ่มเปราะบางวันนี้-ขุดรากถอนโคนต้นเหตุวันหน้า’ ด้วย Deep Tech ระดับโลก ทั้ง ACSM วิเคราะห์ฝุ่นระดับโมเลกุลแบบที่จีนใช้สำเร็จ และกล้องอินฟราเรดเทคโนโลยี James Webb ล่าจุดไฟป่าแม่นยำสูง

เมื่อวันที่ 19 เมษายน นายฉัตริน จันทร์หอม อดีตรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ในฐานะคณะทำงานของ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และ รมว.อว.โพสต์เฟซบุ๊กอธิบายเรื่องการทำห้องปอดฝุ่นครบวงจรซึ่งเป็นเทคโนโลยีของนักวิจัยชาวไทย และการแก้ปัญหาระยะยาวเรื่อง PM 2.5 โดยระบุว่า

ตอบดราม่าเรื่อง“ห้องปลอดฝุ่นครบวงจร” จากการที่ อ.เชน ขึ้นไปเชียงใหม่เพื่อนำเอาเทคโนโลยีของคนไทย (ผลงานวิจัยของ มช. นำโดย ศ.เกียรติคุณ นพ.สุวัฒน์ จริยาเลิศศักดิ์ คณะสาธารณะสุขศาสตร์ และ ดร.วิภู รุโจปการ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ) มาแก้ปัญหาเรื่องฝุ่น ก็มี influ หลายคนที่เคลมว่าตนเป็นคนสายวิทย์ สาย STEM แต่ไม่มี intellectual integrity ออกมา spread misinformation

จริงๆ ผมไม่อยากมาเสียเวลาตอบข้อกล่าวหาคนที่วิจารณ์โดยยังไม่ได้อ่านข่าวให้จบด้วยซ้ำ แต่บังเอิญวันนี้เป็นวันเสาร์ก็เลยว่างตอบ

ผมเลยจะขอตอบทีละประเด็นนะครับ

1. “ซื้อเครื่องกรองฝุ่นใน app สีส้ม ราคาถูกกว่า 3,600 บาทของ อว.”
คนที่พูดแบบนี้คืออ่านแค่พาดหัวกับดูรูป (อาจจะหมดโควตา 2 บรรทัดต่อปีไปแล้ว) ถ้าสละเวลาอ่านข่าวให้จบ จะรู้ว่าระบบ ห้องปลอดฝุ่นครบวงจร มี 3 ส่วนครับ

ระบบความดันบวก
เครื่องฟอกอากาศ DIY (ไม่ถึง 1,000 บาท)
เซนเซอร์ IoT วัดฝุ่น
รวมต้นทุนวัสดุทั้งระบบ = ~3,600 บาท สำหรับพื้นที่ 50 ตร.ม.

เทียบกับระบบนำเข้าจากต่างประเทศที่ราคาหลักหมื่นหลักแสน นี่คือเหตุผลที่งานวิจัยชิ้นนี้มีค่า เพราะมันทำให้อากาศสะอาดไม่ใช่สินค้าฟุ่มเฟือยของคนมีเงิน

2. “ทำไมต้องมีระบบความดันบวก ใช้แค่เครื่องฟอกอากาศไม่พอเหรอ?”
ไม่พอ และในระยะยาวเป็นอันตรายต่อกลุ่มเปราะบางครับ

2.1 เครื่องฟอกอากาศไม่กำจัด CO₂ และ CO₂ ที่สะสมทำร้ายสมองเด็ก
เครื่องฟอกอากาศหมุนเวียนอากาศในห้อง ไม่ได้เติมอากาศใหม่ ถ้าปิดห้องสนิทเพื่อกันฝุ่น CO₂ จากลมหายใจจะสะสมขึ้นเรื่อยๆ ในห้องเรียน/ห้องนอนที่ปิดสนิทและมีเด็กอยู่เยอะๆ CO₂ พุ่งถึง 2,000–3,000 ppm ได้ในเวลาไม่นานและส่งผลต่อสมองเด็ก [1][2][3]

2.2 US CDC แนะนำว่า: Aim for 5 ACH
US CDC ประกาศแนวปฏิบัติ “Aim for 5” ห้องที่มีผู้ใช้งานควรมีการเปลี่ยนอากาศอย่างน้อย 5 ครั้งต่อชั่วโมง [4]

เครื่องฟอกอากาศหมุนเวียนอากาศได้อย่างเดียวแต่ไม่ได้เติมอากาศใหม่ ต้องมีระบบความดันบวกเข้ามาช่วย

2.3 ความดันบวกปิดรอยรั่วที่เครื่องฟอกอากาศทำไม่ได้
แม้ปิดประตูหน้าต่างหมด PM2.5 ภายนอกก็ยังซึมเข้าห้องผ่านรอยรั่วของอาคาร บาง study วัด infiltration factor ในบ้านช่วงไฟป่าได้ 0.33–0.76 (ฝุ่นในบ้านเป็น 33–76% ของภายนอก แม้ปิดหน้าต่างหมด) [5]
เครื่องฟอกอากาศอย่างเดียวทำได้แค่เก็บกวาดฝุ่นที่อยู่ในห้อง แต่ไม่เติมอากาศใหม่ CO₂ สะสม และฝุ่นภายนอกยังซึมเข้ามาเรื่อยๆ

3. “เป็นการแก้แค่ปลายเหตุ ไม่แก้ต้นเหตุ”
อันนี้ก็ไม่ได้อ่านข่าวให้จบเหมือนกัน
อว. เดินหน้า 2 แนวทางพร้อมกัน

ระยะสั้น: ปกป้องชีวิตคนที่กำลังป่วยขณะนี้
ค่าฝุ่นที่เชียงใหม่วันนี้ 150–180 มคก./ลบ.ม. เด็กในสถานสงเคราะห์สูดเข้าไปทุกวัน ใครก็ตามที่บอกว่าห้องปลอดฝุ่นไม่ควรทำเพราะเป็นการแก้ปลายเหตุ กรุณาไปบอกเด็กในสถานสงเคราะห์บ้านเวียงพิงค์ว่า “อดทนสูดฝุ่นไปก่อน รอให้พี่แก้ต้นเหตุเสร็จค่อยว่ากัน”

ระยะยาว: ใช้ deep tech เพื่อสืบต้นเหตุและวิธีแก้
อว. (ผ่าน NARIT) กำลังพยายามทำสิ่งที่ไทยยังไม่เคยทำสำเร็จมาก่อน:

1. Real-time Mass Spectrometry (ACSM) เครื่องมือที่จำแนกองค์ประกอบทางเคมีของฝุ่น PM2.5 ระดับโมเลกุลแบบ real time จีนใช้เครื่องมือนี้เป็นเครือข่ายใหญ่และแก้ปัญหา PM2.5 สำเร็จในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ไทยตอนนี้มี 3 เครื่อง (เชียงใหม่ กทม. สงขลา) และผลเบื้องต้นกำลังปฏิวัติความเข้าใจเรื่องฝุ่นในไทย เช่น พบว่าการเผาชีวมวลไม่ใช่สาเหตุเดียว แต่มี secondary aerosol จาก NOx, SOx ที่ทำปฏิกิริยากับสารอินทรีย์ระเหยง่ายในบรรยากาศด้วย

2. Drone-mounted Spectrograph ร่วมกับ University of Science and Technology of China นำโดรนติดสเปกโตรมิเตอร์บินสำรวจแหล่งปล่อยมลพิษที่ความละเอียด 10 เมตร/พิกเซล ละเอียดกว่าดาวเทียม Sentinel-5P ประมาณ 100,000 เท่า และกำลังขยายผลในพื้นที่ขนาดใหญ่

3. ระบบตรวจจับไฟป่าเรียลไทม์ด้วยกล้องอินฟราเรด เทคโนโลยีช่วงคลื่นเดียวกับกล้องโทรทรรศน์อวกาศ James Webb แก้จุดอ่อนของดาวเทียม VIIRS/MODIS ที่มีความคลาดเคลื่อนตำแหน่ง 500 เมตร–3 กิโลเมตร และไม่ได้ผ่านไทยตลอดเวลา เราจะพัฒนาร่วมกับอาสาสมัครดับไฟป่าที่เป็นผู้ใช้งานจริง ตั้งเป้าใช้งานได้จริงภายใน 1 ปี

4. LiDAR วัด Planetary Boundary Layer + แบบจำลองฝุ่น PM2.5 เพื่อทำแผนที่แหล่งปล่อยมลพิษความละเอียดสูง

นี่คือการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุระดับโมเลกุล ระดับที่จีนใช้แก้ปัญหาสำเร็จในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา คนที่บอกว่าเราแก้แค่ปลายเหตุ กรุณาแสดงวุฒิภาวะด้วยการไปอ่านงานของ NARIT ก่อน แล้วค่อยมาวิจารณ์

เราพร้อมถกเถียงกับใครก็ตามที่วิจารณ์ด้วยข้อเท็จจริง การวิจารณ์เชิงเทคนิคที่ชี้ข้อบกพร่องจริงๆ เรายินดีรับฟังและปรับปรุง

แต่การวิจารณ์ที่ตั้งอยู่บนการ อ่านข่าวไม่จบ + ไม่เปิดตำราก่อนพิมพ์ + ไม่รู้ว่านักวิจัยกำลังทำอะไรอยู่จริงๆ เป็นการใช้ปัญหาของประชาชนมาเป็นเครื่องมือทางการเมือง

คนเชียงใหม่กำลังสูดฝุ่นอยู่ตอนนี้ ช่วยใช้เวลาและพื้นที่สื่อให้เกิดประโยชน์กับพวกเขา ไม่ใช่เอาไปทำลายงานวิจัยของนักวิทยาศาสตร์ไทยที่กำลังพยายามช่วยพวกเขา

ถ้าคุณคิดว่าคุณฉลาด ผมแนะนำให้มานั่งคุยกับ อาจารย์สุวัฒน์ อาจารย์วิภู ที่เป็นคนทำเทคโนโลยีนี้และทำเรื่องนี้มาทั้งชีวิต แล้วคุณจะรู้ตัวว่าคุณไม่ได้ฉลาดเลย

ถ้าคุณเป็น active citizen อย่างที่คุณเคลม ก็มาที่ อว. เพื่อให้คำแนะนำได้ครับ แต่สิ่งที่คุณทำอยู่ก็เป็นได้แค่ political actor ที่มีความรู้ด้านวิทยาศาสตร์นิดหน่อยแต่ไม่ได้มี intellectual integrity เลยครับ

ป.ล. อันนี้ไม่ได้ว่าเจ้าของโพสต์คนเดียวนะครับ แต่ขอใช้พื้นที่นี้ตอบคำถามใน comment section ของโพสต์นี้และโพสต์อื่นๆด้วย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทีมงาน อ.เชน อธิบาย ‘ห้องปลอดฝุ่น’ 3.6 พันบาท ชูความดันบวก ป้องสมองเด็ก-เซฟกลุ่มเปราะบาง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...