โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

TISCO หวั่นจีดีพีไทยปีนี้ต่ำกว่า 1% จากเดิม 1.8% หากตะวันออกกลางยืดเยื้อรุนแรง

efinanceThai

เผยแพร่ 17 มี.ค. เวลา 05.41 น.

TISCO หวั่นจีดีพีไทยปีนี้ต่ำกว่า 1% จากเดิม 1.8% หากตะวันออกกลางยืดเยื้อรุนแรง

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -17 มี.ค. 69 12:41 น.

TISCO รับกังวลความตึงเครียดในตะวันออกกลางยืดเยื้อรุนแรง กดจีดีพีไทยปี 69 ต่ำกว่า 1% แม้ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 1.8% เดิม 1.6% หลังเศรษฐกิจไตรมาส 4/68 ดีกว่าคาด ประเมินทุกการเพิ่มขึ้น 10% ของราคาน้ำมันดิบดูไบจากสมมุติฐานเดิมที่ 72 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล จะกระทบจีดีพี 0.3-0.4% พร้อมยกระดับความคุ้มครองสู่ระบบการบริหารความเสี่ยงทั้งครอบครัว ผ่านเกราะป้องกันครบวงจรจาก 3 Save Series ดูแลทั้งบ้านอย่างสมดุล

นายเมธัส รัตนซ้อน หัวหน้าฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจ ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในปีนี้มีแนวโน้มเติบโตที่ 1.8% แม้ได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของการลงทุนภาคเอกชนในช่วงปลายปีก่อน ตามมาตรการ Fast-pass ของภาครัฐ และ ผลกระทบจากมาตรการภาษีสหรัฐฯ ที่น้อยกว่าคาด แต่ยังต้องเผชิญแรงกดดันจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ที่ส่งผลให้อิหร่านตัดสินใจปิดช่องแคบฮอร์มุส ซึ่งเป็นเส้นทางการขนส่งน้ำมันกว่า 20% ของโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์ต่างๆ ทั้งปุ๋ย เม็ดพลาสติก ตามต้นทุน และ ค่าขนส่งที่สูงขึ้น โดยมีรายละเอียดดังนี้

-ประเมินว่า ทุกการเพิ่มขึ้น 10% ของราคาน้ำมันดิบดูไบจากสมมุติฐานเดิมที่ 72 ดอลลาร์สหรัฐฯ /บาร์เรล จะกระทบจีดีพีราว 0.3-0.4% ดันเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นราว 0.8% และ มีแนวโน้มที่จะทำให้เงินบาทอ่อนแตะ 33 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นอย่างน้อยในไตรมาส 2 โดยต้องจับตาพัฒนาการของสงคราม และ ความไม่แน่นอนในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด หากความขัดแย้งยืดเยื้อรุนแรง เศรษฐกิจไทยอาจเติบโตไม่ถึง 1% ในปีนี้ และ ค่าเงินบาทอาจอ่อนค่าไปไกลถึง 35 บาท/ดอลลาร์

-นอกจากปัจจัยภายนอกครัวเรือนไทยยังต้องเผชิญความเสี่ยงเชิงโครงสร้างในหลายมิติ ทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Risk) การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด (Super Aged Society) และ ความเปราะบางด้านสุขภาพ (Health Risk) ซึ่งล้วนเป็นแรงกดดันต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจในระยะยาว

-โดยรายงาน Thailand Country Climate and Development Report ของธนาคารโลกระบุว่า ไทยอาจสูญเสียมูลค่าทางเศรษฐกิจ 7-14% ภายในปี 2593 หากไม่สามารถปรับตัวรับมือได้กับผลกระทบจากภาวะโลกร้อนได้ เนื่องจากประสิทธิภาพแรงงานที่ลดลงจากอากาศร้อนจัด น้ำท่วมรุนแรง ผลผลิตภาคการเกษตรที่ถดถอย และ การกัดเซาะชายฝั่งที่ทำลายภูมิทัศน์ และ ส่งผลโดยตรงต่อการท่องเที่ยว แม้การลงทุนด้านเทคโนโลยีสีเขียวอาจช่วยหนุนจีดีพีได้ราว 45% แต่ไทยจำเป็นต้องเร่งปรับตัว และ เร่งดำเนินการในหลายด้าน

-ขณะเดียวกันประเทศไทยกำลังก้าวสู่สังคมสูงอายุระดับสุดยอด จากสัดส่วนผู้สูงอายุที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นแตะระดับ 28% ภายในไม่เกิน 3-4 ปีข้างหน้า จากระดับปัจจุบันอยู่ที่ราว 22% ขณะที่อัตราการเกิดที่ลดลงต่อเนื่องในหลายทศวรรษกำลังลดทอนฐานแรงงาน และ ศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจปีละ 0.5-1% ในช่วง 30 ปีข้างหน้า จากอุปทานแรงงานที่ลดลง อีกทั้ง ผลิตภาพลดลง และ ภาระทางการคลังด้านระบบสาธารณสุข และ บำนาญที่สูงขึ้น สวนทางกับรายได้ภาษีที่ลดลงตามจำนวนแรงงานวันทำงาน

-ความท้าทายนี้ยังสะท้อนชัดในระดับครัวเรือน เมื่อผู้สูงอายุจำนวนมากกว่า 35.7% ยังต้องพึ่งพาบุตรหลาน และ อีกกว่า 33.9% ยังต้องทำงานเพื่อหาเลี้ยงชีพต่อเพื่อให้มีรายได้เพียงพอ โดยข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติในปี 2560 ระบุว่า รายจ่ายเฉลี่ยต่อเดือนของผู้สูงอายุต่อคนอยู่ที่ 7,000 บาท ในเขตเมือง และ 4,500 บาท่ในเขตชนบท ซึ่งสูงกว่าเบี้ยผู้สูงอายุที่รัฐจัดสรรในอัตรา 600-1,000 บาทต่อเดือนหลายเท่าตัว ส่งผลให้ครอบครัวจำนวนมากเผชิญความเปราะบางทางการเงินอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

-ด้านสุขภาพ ยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญ โดย Global Medical Trend Survey ชี้ว่า ค่ารักษาพยาบาลในประเทศไทยเติบโตสูงถึง 10.8% ต่อปี สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่คาดว่าจะปรับขึ้นราว 10% โดยแม้รัฐจะมีระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า แต่ยังมีคนไทยอีกราว 8% ที่ไม่มีประกันสุขภาพหรือได้รับความคุ้มครองไม่เพียงพอ ส่งผลให้หลายครัวเรือนเสี่ยงต่อภาวะตึงตัวทางการเงินจากการเจ็บป่วย และ มีโอกาสตกสู่ความยากจนจากค่ารักษาที่เพิ่มแบบก้าวกระโดด

"เราปรับจีดีดีปีนี้ขึ้นมารอยู่ที่ 1.8% จากเดิม 1.6% เพราะไตรมาส 4/68 ตัวเลขออกมาดีกว่าที่คาด แต่หากตะวันออกกลางยืดเยื้อรุนแรงจีดีพีจะต่ำกว่า 1% หรือ แค่ 1% เท่านั้น โดยเรามองว่ายืดเยื้อประมาณ 3 เดือน แต่ถ้ารุนแรงก็อาจลากไปถึง 6 เดือน ส่งผลให้ภาพรวมไตรมาส 1/69 จีดีพีอาจโตได้ 1% เล็กน้อย ส่วนการที่รัฐจะคุมเพดานดีเซลใหม่เป็น 33 บาทนั้น เป็นเพียงโยกเวลาออกไป ยังไงก็สู้กลไกของตลาดไม่ได้ เพราะเชื่อว่าอีกหน่อยจะมีการปรับราคาขึ้นตามขั้นบันได ขยับทีละ 2 บาท จนไปถึง 40 บาท โดยหากจะให้กองทุนน้ำมันอุดหนุนก็จะทำได้เพียง 3-4 หมื่นล้านบาทในช่วง 1 เดือน แต่ถ้ามากกว่านี้ก็ต้องให้รัฐบาลออกพ.ร.ก. กู้เงินตรึงราคาน้ำมันก็จะไปถึง 1.5 แสนล้านบาท"

นางกุสุมา ประถมศรีเมฆ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TISCO เปิดเผยว่า ความเสี่ยงยุคใหม่กำลังส่งผลกระทบต่อครอบครัวไทย จากข้อมูลธนาคารแห่งประเทศไทย พบว่า ครัวเรือนไทยกว่า 77% ไม่มีเงินออมฉุกเฉินเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่าย 6 เดือน ขณะที่สัดส่วนหนี้ครัวเรือนยังทรงตัวในระดับสูงราว 90% ของจีดีพี และ ค่ารักษาพยาบาลยังเติบโตเร็วกว่ารายได้อย่างต่อเนื่องเฉลี่ยปีละ 1011% ทำให้ความเสี่ยงด้านสุขภาพกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยที่บั่นทอนเสถียรภาพทางการเงินมากที่สุด

-ประกอบกับ โครงสร้างครอบครัวที่เปลี่ยนไป โดยครอบครัวเดี่ยวมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่ผู้สูงอายุต้องพึ่งพาลูกหลานมากขึ้น ทำให้ภาระการดูแล และ ภาระทางเศรษฐกิจของครัวเรือนทวีความเข้มข้นมากขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น ความเสี่ยงยุคใหม่ยัง ไหลลงมาถึงระดับครอบครัว อย่างชัดเจน ทั้งความเสี่ยงจากสังคมอายุยืน (Longevity Risk) ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่สูงขึ้นต่อเนื่อง(Healthcare Inflation) ความผันผวนทางศรษฐกิจ (Economic Volatility) ผลกระทบจากสภาพอากาศแปรปรวนและภัยพิบัติ (Climate & Catastrophe) ตลอดจนความเสี่ยงรูปแบบใหม่จากเทคโนโลยีดิจิทัลและการรุกคืบของ AI (Digital Risk / AI Disruption) ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยซ้อนทับกัน และ กระทบความมั่นคงครัวเรือนในทุกมิติ

-ท่ามกลางความเสี่ยงที่หลากหลาย วิธีปกป้องครอบครัวแบบเดิมอาจไม่เพียงพออีกต่อไป ครอบครัวจำเป็นต้องมี ระบบจัดการความเสี่ยงทั้งครอบครัว (Family Risk Management System) ที่ดูแลครบทั้งสุขภาพ รายได้ ทรัพย์สิน และ อนาคตระยะยาว เพื่อให้เหมาะสมกับความต้องการเฉพาะของแต่ละครอบครัว ตามบทบาทของทิสโก้ในฐานะ Your Trusted Financial Advisor จึงไม่ใช่เพียงการแนะนำผลิตภัณฑ์ แต่ คือ การเป็นที่ปรึกษาที่เดินไปกับลูกค้า ช่วยตั้งคำถามที่ถูกต้อง ตรวจสอบความเสี่ยงที่มองไม่เห็น และ ประกอบเกราะคุ้มครองให้มีความต่อเนื่องทางการเงินแม้ในวันที่ไม่คาดคิด

"Bancassurance ปีนี้ตั้งเป้าเติบโต 10% จากปีก่อนที่อยู่ 13,000 ล้านบาท โดยยอมรับว่า ภาวะเศรษฐกิจมีผลต่อการตัดสินใจซื้อประกันของลูกค้า ซึ่งปีที่แล้วสัดส่วนประกันสุขภาพ และ การวางแผนทางการเงิน มีสัดส่วนสูงถึง 60% ส่วนประกันรถอยู่ที่ 40% จาก 3-4 ปีก่อนประกันรถมีสัดส่วน 60% และ สุขภาพ 40%"

นายโสฬส ศิวะไพบูลย์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายประกันภัยธนกิจ ธนาคารทิสโก้ หรือ TISCO เปิดเผยว่า ทิสโก้ได้พัฒนา Family First 3 Save Series ระบบความคุ้มครองที่ทำงานเสมือนงบดุลของครอบครัวขึ้น ที่มองทรัพย์สิน ภาระ และ เป้าหมายอย่างสัมพันธ์กัน ตั้งหลักด้วยการ Save ความฝัน เพื่อรักษาอนาคตของครอบครัวไม่ให้ถูกกลืนหายไปกับความผันผวน ไม่ว่าจะเป็นเงินการศึกษาของลูก การออมตามเป้าหมาย หรือ แผนเกษียณ ต่อด้วย Save ความเสี่ยง เพื่อปิดจุดเปราะบางที่ทำให้ชีวิตสะดุด ทั้งค่ารักษาโรคร้ายแรง อุบัติเหตุ และ รายได้ที่อาจหยุดชะงัก และ ปิดท้ายด้วย Save ทรัพย์สิน เพื่อปกป้องฐานสำคัญของคุณภาพชีวิต ทั้งตัวบ้าน รถ ของใช้จำเป็น ไปจนถึงทรัพย์สินดิจิทัลในยุคที่เทคโนโลยีคือส่วนหนึ่งของกิจวัตร

-ในเชิงสถานการณ์แนวทางที่ปรึกษาเชิงรุกนี้ คือ การจัดลำดับสิ่งสำคัญตามบริบทของแต่ละบ้าน ยกตัวอย่าง คนโสดวัยทำงาน ซึ่งมีรายได้เป็นทรัพยากรหลักควรตั้งเกราะสุขภาพเป็นแกนกลาง ควบคู่กับความคุ้มครองโรคร้ายแรงและรายได้ทดแทนในช่วงพักรักษาตัว เพื่อให้ค่าใช้จ่ายประจำยังดำเนินต่อได้โดยไม่สะดุด พร้อมดูแลทรัพย์สินจำเป็นอย่างคอนโดมิเนียม รถยนต์ และ เสริมภูมิคุ้มกันด้านดิจิทัลสำหรับการทำธุรกรรมออนไลน์ไปพร้อมกัน ขณะที่อนาคตก็ไม่ควรมองข้าม ด้วยการเริ่มออมตามเป้าหมายระยะสั้นถึงกลาง และ วางแผนเกษียณ

-ส่วนครอบครัวกลุ่มแซนด์วิชที่ต้องดูแลทั้งลูกเล็กและผู้สูงอายุ ความเสี่ยงมักไม่ได้มาเพียงด้านเดียว การออกแบบระบบคุ้มครองจึงต้องโอบรับทั้งบ้าน เริ่มจากเสริมเกราะให้ผู้หาเลี้ยงหลักด้วยความคุ้มครองโรคร้ายแรง วางแผนสุขภาพสำหรับทุกคนในบ้าน เพิ่มความคุ้มครองอุบัติเหตุที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ และ ปกป้องฐานสำคัญที่เป็นทรัพย์สินในบ้าน เพื่อลดโอกาสการดึงเงินฉุกเฉินออกมาใช้โดยไม่จำเป็น ขณะเดียวกันแผนการศึกษาของลูกและแผนเกษียณของพ่อแม่ควรถูกกันเงินแยกให้ชัดเจน เพื่อรักษาความต่อเนื่องของอนาคต แม้เกิดเหตุไม่คาดคิดกับผู้หาเลี้ยงหลัก ครอบครัวก็ยังยืนหยัดได้โดยไม่ล้มทั้งระบบ

เรียบเรียง โดย กรณัช พลอยสวาท
อีเมล์. koranat@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...