โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กรมอนามัยเตือน! โลกร้อนคร่า 10 ล้านชีวิต/ปี ชูแนวคิด “สุขภาวะยั่งยืน” รับมือวิกฤตสภาพภูมิอากาศ

Manager Online

เผยแพร่ 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เผย การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ สิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจ ชู แนวคิดการสร้างสุขภาวะที่ยั่งยืน ผ่านการปาฐกถาหัวข้อ “การสร้างสุขภาวะที่ยั่งยืนภายใต้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก (Building Sustainable Wellness Under Climate Change)” ชวน บุคคลและหน่วยงานดีเด่นที่ได้รับพระราชทานรางวัล Princess Health Award ร่วมอภิปราย “ความสำเร็จสู่เส้นทางงานส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม” ในงานวิชาการส่งเสริมสุขภาพ และอนามัยสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ครั้งที่ 18 พ.ศ. 2569 ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร

วันนี้ (16 มี.ค.) แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า โลกกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อทั้งระบบสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ โดยเฉพาะสถานการณ์โลกร้อนที่ทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกเพิ่มสูงขึ้นและเกิดปรากฏการณ์สภาพอากาศสุดขั้วบ่อยครั้ง องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีประชากรกว่า 38 ล้านคนทั่วโลกมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจากโรคที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศ ขณะเดียวกันยังมีผู้เสียชีวิตจากมลพิษทางอากาศและฝุ่น PM2.5 เฉลี่ยกว่า 8 ล้านคนต่อปี รวมถึงมีผู้เสียชีวิตจากสภาพอากาศร้อนจัดประมาณ 2.4 ล้านคนต่อปี

“การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศยังส่งผลกระทบต่อสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์หลายด้าน ทั้งสิทธิในการดำรงชีวิต สิทธิด้านสุขภาพ สิทธิในการเข้าถึงน้ำสะอาดและระบบสุขาภิบาล รวมถึงความมั่นคงทางอาหารและที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะในกลุ่มเปราะบาง เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีรายได้น้อย ผลกระทบด้านสุขภาพ พบว่าอุณหภูมิที่สูงขึ้นเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคลมแดด ภาวะขาดน้ำ และโรคหัวใจและหลอดเลือด ขณะที่มลพิษทางอากาศส่งผลต่อโรคระบบทางเดินหายใจและโรคปอดเรื้อรัง นอกจากนี้ ภัยพิบัติ เช่น น้ำท่วมและพายุ ยังส่งผลต่อระบบสาธารณสุข การเข้าถึงบริการสุขภาพ ความปลอดภัยด้านอาหารและน้ำ การสร้างสุขภาวะที่ยั่งยืนในยุค Climate Change จึงจำเป็นต้องดำเนินการควบคู่หลายมิติ ทั้งการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพให้ประชาชนสามารถปรับตัวและดูแลสุขภาพตนเองได้ การพัฒนาสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ เช่น เมืองสุขภาพดี อาหารปลอดภัย น้ำสะอาด และสิ่งแวดล้อมปลอดมลพิษ รวมถึงการเสริมความเข้มแข็งของระบบสาธารณสุข กรมอนามัยจึงนำเสนอและแลกเปลี่ยนความสำเร็จของผู้ได้รับ Princess Health Award ในการขับเคลื่อนงานด้านสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมของประเทศ” อธิบดีกรมอนามัย กล่าว

รองศาสตราจารย์ ดร.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นำเสนอประสบการณ์การทำงานด้านสุขภาพเมือง ผลงานสำคัญ อาทิ การเปิดคลินิกมลพิษทางอากาศ PM2.5 โครงการห้องเรียนปลอดฝุ่นโครงการตรวจสุขภาพเชิงรุก 1 ล้านคน กิจกรรม วิ่งล้อมเมืองใน 50 เขต เพื่อส่งเสริมการออกกำลังกายของประชาชน และผลักดันความก้าวหน้าในสายงาน นักฉุกเฉินการแพทย์ เพื่อยกระดับระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินในเมืองใหญ่

ศาสตราจารย์ ดร.วงศา เล้าหศิริวงศ์ คณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้นำเสนอการขับเคลื่อนงานด้านความรอบรู้สุขภาพ ทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาค และการพัฒนานวัตกรรม “ชุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็กสองภาษา (ไทย–พม่า)” โครงการวิจัย “การดำเนินยุทธศาสตร์ที่ชุมชนเป็นผู้นำเพื่อลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดในประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในพื้นที่ภาคตะวันออกของเมียนมา” รวมถึงการผลักดันการเผยแพร่งานด้านการส่งเสริมสุขภาพและความรอบรู้ด้านสุขภาพอย่างต่อเนื่อง

ด้าน นายแพทย์อดุลย์ เร็งมา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลยี่งอเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จังหวัดนราธิวาส ได้นำเสนอแนวคิดการพัฒนา โรงพยาบาลสีเขียว (Green Hospital) โดยมุ่งสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเยียวยาและการฟื้นฟูสุขภาพของผู้ป่วย ภายใต้แนวคิด “รมณียสถานเพื่อการเยียวยา” ที่เน้นการออกแบบพื้นที่และสภาพแวดล้อมของโรงพยาบาลให้เป็นธรรมชาติ ส่งเสริมทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจของผู้รับบริการ

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...