เบี้ยประกันถูกลง กับโครงการ“สุขกาย สบายกระเป๋า”
จากการศึกษาข้อมูลการรับประกันภัยสุขภาพ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือ คปภ. พบว่า ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลเป็นส่วนของค่ายาและเวชภัณฑ์ถึงกว่า 30% โดยช่วงระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้มีอัตราเพิ่มขึ้นเฉลี่ยสูงสุดถึง 25% ต่อปี
เมื่อค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลปรับเพิ่มขึ้นทุกปี ประชาชน หรือผู้เอาประกันสุขภาพ จึงมักซื้อแผนคุ้มครองที่มีวงเงินความคุ้มครองค่อนข้างสูง เพื่อให้เพียงพอตามอัตราเงินเฟ้อในการรักษาพยาบาลที่ปรับเพิ่มขึ้นทุกปี ส่งผลให้เบี้ยประกันภัยอยู่ในระดับสูงและอาจกระทบต่อความสามารถในการชำระเบี้ยในระยะยาว
กรณีที่ออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มีรูปแบบเฉพาะให้นำใบสั่งยาจากแพทย์ไปซื้อยาเองจากร้านขายยา พบว่ายาบางชนิด ที่แพทย์สั่งจะเป็นยาเฉพาะ ซึ่งไม่สามารถหาซื้อได้จากร้านขายยาทั่วไป ส่งผลให้ประชาชนไม่มีทางเลือกจึงต้องรับยาจากทางโรงพยาบาล
*รับยาที่ร้านแทนรพ.
ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการในการแก้ปัญหาดังกล่าว นายอาภากร ปานเลิศ รองเลขาธิการ ด้านกำกับธุรกิจประกันภัย คปภ. บอกว่า คปภ. ได้มีการหารือกับภาคธุรกิจประกันภัย ในการร่วมสนับสนุนโครงการ “สุขกาย สบายกระเป๋า” ด้วยการกำหนดเงื่อนไขในความคุ้มครองผู้ป่วยนอก (OPD) ที่เป็นทางเลือกให้มีความคุ้มครองที่รองรับการนำใบสั่งยาจากแพทย์และสามารถไปซื้อยาที่ร้านขายยาได้ เพื่อให้ผู้เอาประกันภัย ไม่จำเป็นต้องเลือกแผนความคุ้มครองที่สูงเกินความจำเป็น
ตัวอย่างเช่น ผู้เอาประกันภัยอายุ 31 – 35 ปี จากเดิมเลือกซื้อแผน OPD วงเงินคุ้มครอง 3,000 บาทต่อครั้ง เบี้ยประกันภัย 9,365 บาทต่อปี หากปรับลดวงเงินเหลือ 1,500 บาทต่อครั้ง เบี้ยประกันภัยจะอยู่ที่ 4,683 บาทต่อปี ซึ่งผู้เอาประกันภัยจะมีทางเลือกยืดหยุ่นมากขึ้นในการเลือกรับยาจากสถานพยาบาล หรือ ขอใบสั่งยาจากแพทย์ไปซื้อยาที่ ร้านขายยา ซึ่งมีค่าใช้จ่ายต่ำกว่าได้ ทำให้ผู้เอาประกันภัยสามารถบริหารวงเงินความคุ้มครองได้อย่างมีประสิทธิภาพ
*เลือกแผนอย่างยืดหยุ่น
รวมถึงกรณีที่เป็นการทำประกันภัยสุขภาพกลุ่ม หากนายจ้างต้องการควบคุมค่าใช้จ่ายในเรื่องค่ารักษาพยาบาล ของลูกจ้าง สามารถบริหารจัดการโดยจำกัดแผน OPD ที่มีวงเงินประกันภัยที่ไม่สูงมากได้ นอกจากนี้ หากต้องการได้รับส่วนลด ค่าเบี้ยประกันภัยก็สามารถเลือกแผนประกันภัยที่มีส่วนร่วมจ่าย (Copayment) หรือความรับผิดส่วนแรก (Deductible) เพิ่มเติมได้
สำหรับโครงการ โครงการ “สุขกาย สบายกระเป๋า” ของกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ มีเป้าหมายสร้างสมดุลระหว่าง “สุขภาพดี” และ “ค่าใช้จ่ายที่เข้าถึงได้” ภายใต้ความร่วมมือดังกล่าว โรงพยาบาลเอกชนทั่วประเทศกว่า 300 แห่ง จะเปิดเผยรายการยาและค่ายาอย่างโปร่งใส พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้รับบริการสามารถเลือกซื้อยาภายนอกโรงพยาบาลได้ ซึ่งถือเป็นการขยายทางเลือกให้กับประชาชน และลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลได้อย่างเป็นรูปธรรม