โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

‘เอกนิติ’ ยันพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ไม่ใช่เช็คเปล่า เร่งอุ้มเศรษฐกิจ

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกล่าวในรายการเจาะลึกทั่วไทยฯ ช่อง 9 วันนี้ (6 พ.ค.) ถึงความจำเป็นในการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตพลังงานและเศรษฐกิจ วงเงิน 400,000 ล้านบาท โดยยืนยันว่าการดำเนินการดังกล่าวไม่ใช่การ "ตีเช็คเปล่า" ตามที่ฝ่ายค้านกังวล แต่เป็นความจำเป็นเร่งด่วนเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับวิกฤตการณ์โลกที่มีความผันผวนสูง

นายเอกนิติ ระบุว่า สถานการณ์ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญกับวิกฤตการณ์ที่ซับซ้อน ทั้งสงครามในตะวันออกกลางและวิกฤตพลังงาน ซึ่งจะส่งผลกระทบเป็นระลอก ตั้งแต่ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น นำไปสู่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนสินค้า และท้ายที่สุดจะกระทบต่อกำลังซื้อของประชาชนจนอาจเกิดปัญหาการเลิกจ้างงาน รัฐบาลจึงจำเป็นต้อง เตรียมกระสุนหรือสำรองงบประมาณไว้ให้เพียงพอเพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาลุกลามและเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนและผู้ประกอบการอย่างทันท่วงที

สำหรับการใช้จ่ายเงินกู้นั้น นายเอกนิติยันยันว่าจะมีคณะกรรมการกลั่นกรองเงินกู้ฯโครงการ*ฃอย่างเข้มงวด โดยวางกรอบการทำงานไว้ 5 ด้านหลัก ได้แก่

1. Targeted มุ่งเป้าเยียวยาผู้ที่เดือดร้อนโดยตรง ทั้งประชาชนและผู้ประกอบการ

2. Transitionปรับเปลี่ยนโครงสร้างพลังงาน ลดการนำเข้าและหันไปใช้พลังงานทดแทน

3. Transform:ปฏิรูปเศรษฐกิจไทยให้เข้มแข็งกว่าเดิมหลังผ่านพ้นวิกฤต

4. Transparency เน้นความโปร่งใส ใช้เทคโนโลยีเปิดเผยข้อมูลโครงการให้ประชาชนตรวจสอบได้

5.Collaborationบูรณาการการทำงานร่วมกับภาคเอกชน

ส่วนข้อซักถามถึงการไม่เลือกใช้วิธีโยกงบประมาณปกตินั้น รมว.คลัง ชี้แจงว่าจากการตรวจสอบงบประมาณปี 2569 พบว่าสามารถดึงเงินกลับมาจากการทำ พ.ร.บ.โอนงบฯได้เพียงไม่ถึง 50,000 ล้านบาท ซึ่งไม่เพียงพอต่อการแก้ไขวิกฤต ขณะที่งบประมาณปี 2570 จะเริ่มใช้ได้ในอีก 5 เดือนข้างหน้า (1 ตุลาคม) ซึ่งอาจล่าช้าเกินไปสำหรับการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางที่กำลังขาดสภาพคล่องอย่างหนักในขณะนี้

ในประเด็นความกังวลหากมีการยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ นายเอกนิติระบุว่า ไม่มีความกังวล เนื่องจากรัฐบาลพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นความจำเป็นเร่งด่วนอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 และได้ตรวจสอบทางเลือกอื่น ๆ แล้วพบว่าไม่สามารถดำเนินการได้ทันสถานการณ์

พร้อมย้ำว่ารายละเอียดของโครงการจะถูกกำหนดตามมาอย่างชัดเจนผ่านกระบวนการกลั่นกรองที่โปร่งใสโดยจะมีการทำงานร่วมกับภาค ประชาชนและเอกชนจากภายนอกที่จะสามารถตรวจสอบโครงการได้ทุกขั้นตอน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...