ภารกิจค้นหาทหารอากาศสูญหาย บททดสอบใหญ่ของสหรัฐในสมรภูมิอิหร่าน
การค้นหาทหารอากาศสหรัฐที่สูญหายในอิหร่านกำลังกลายเป็นบททดสอบสำคัญของวอชิงตัน ท่ามกลางสถานการณ์สู้รบที่ยังคงตึงเครียด
วันที่ 5 เม.ย.2569 เวลา 02.49 น. สำนักข่าว BBC รายงานว่าก่อนหน้านี้ โดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าอิหร่าน “ไม่สามารถทำอะไรได้” ต่ออากาศยานสหรัฐที่ปฏิบัติการเหนือดินแดนของตน พร้อมย้ำว่า ระบบป้องกันทางอากาศของอิหร่านอ่อนแอลงอย่างมาก ขณะที่ รัฐมนตรีกลาโหม พีท เฮกเซธ กล่าวว่ าสหรัฐครอง “ความเหนือกว่าทางอากาศ”
อย่างไรก็ตาม การที่เครื่องบินขับไล่ F-15 ถูกยิงตกเมื่อวันศุกร์ (3 เม.ย.) นับเป็นแรงกระแทกสำคัญต่อสหรัฐ และสะท้อนว่าอิหร่านยังคงมีศักยภาพป้องกันน่านฟ้าได้ แม้จะจำกัดก็ตาม
สถานการณ์อาจทวีความเสี่ยงมากขึ้น ขึ้นอยู่กับว่าลูกเรือที่สูญหาย ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ระบบอาวุธ จะถูกฝ่ายใดพบก่อน ระหว่างการช่วยเหลือหรือการจับกุม
รายงานระบุว่า ทีมความมั่นคงแห่งชาติของทรัมป์ใช้เวลาส่วนใหญ่ในวันพฤหัสบดีรายงานภารกิจค้นหาและกู้ภัย ซึ่งยังถูกโจมตีจากอิหร่าน โดยสื่อสหรัฐเผยว่าลูกเรือได้รับบาดเจ็บแต่สามารถหลบหนีออกจากน่านฟ้าอิหร่านได้
แม้ทรัมป์จะลดทอนความสำคัญของเหตุการณ์นี้ต่อสาธารณะ และยืนยันว่าจะไม่กระทบต่อการเจรจากับเตหะราน แต่เบื้องหลังถูกมองว่าน่ากังวลอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อมีรายงานว่า กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม ของอิหร่านได้เปิดปฏิบัติการค้นหาด้วยเช่นกัน พร้อมเสนอรางวัลราว 66,000 ดอลลาร์สำหรับการจับกุมตัวแบบมีชีวิต
หากทหารอเมริกันรายนี้ถูกจับได้ ผลกระทบอาจรุนแรงอย่างมาก อย่างน้อยจะเป็นความเสียหายทางการเมืองของสหรัฐ และอาจถูกใช้เป็นเครื่องมือโฆษณาชวนเชื่อ ซึ่งชวนให้นึกถึงวิกฤตตัวประกันในอิหร่านปี 1979 ที่นักการทูตสหรัฐถูกควบคุมตัวนาน 444 วัน เหตุการณ์ดังกล่าวทิ้งบาดแผลทางการเมืองลึกในสหรัฐ
ในอดีต รัฐบาลสหรัฐหลายสมัยต้องใช้วิธีการที่เป็นข้อถกเถียงเพื่อช่วยเหลือพลเมือง เช่น ในปี 2014 สมัย บารัค โอบามา ได้แลกตัวนักโทษตาลีบัน 5 คน จากค่ายกวนตานาโม เพื่อแลกกับทหารอเมริกันที่ถูกจับในอัฟกานิสถาน ซึ่งถูกวิจารณ์ว่าอาจกระตุ้นการจับตัวประกันในอนาคต
ประวัติศาสตร์ดังกล่าวสร้างคำถามยากให้กับรัฐบาลชุดปัจจุบัน เพราะหากมีการจับกุมทหารสหรัฐ อาจเพิ่มแรงกดดันให้ทรัมป์ต้องตอบโต้ทางทหารอย่างเด็ดขาด หรือในอีกทางหนึ่ง อาจเปิดช่องให้ชะลอปฏิบัติการและใช้การเจรจาลับเพื่อช่วยเหลือ
ขณะเดียวกัน สถานการณ์ภาคพื้นดินกำลังกลายเป็นการแข่งขันเดิมพันสูง ระหว่างสองฝ่ายในการค้นหาตัวทหารรายนี้
ในสหรัฐ สมาชิกสภานิติบัญญัติแสดงความห่วงใยและสนับสนุน แต่เริ่มเกิดความเห็นต่าง โดย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แนนซี เมซ จากพรรครีพับลิกัน เรียกร้องให้นำทหารกลับประเทศ ขณะที่ วุฒิสมาชิก ทิม เคน จากพรรคเดโมแครต เรียกร้องให้อิหร่านปฏิบัติต่อผู้ถูกจับตามกฎหมายระหว่างประเทศ
ความกังวลต่อความปลอดภัยของทหารสหรัฐเพิ่มขึ้น ท่ามกลางกระแสพูดถึงความเป็นไปได้ของการบุกภาคพื้นดิน และความไม่ต้องการให้เกิด “สงครามยืดเยื้อ” หรือความสูญเสียเพิ่มเติม
ล่าสุด ทรัมป์ย้ำเส้นตายให้อิหร่านยอมทำข้อตกลงและเปิด ช่องแคบฮอร์มุซ ภายในวันที่ 6 เมษายน มิฉะนั้นจะเผชิญ “นรก” รวมถึงการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน แม้เตหะรานจะปฏิเสธว่ามีการเจรจาเกิดขึ้น
ท่ามกลางคำเตือนถึงการโจมตีเพิ่มเติม การเสริมกำลังทหารสหรัฐในอ่าว และสัญญาณความสูญเสียที่อาจเพิ่มขึ้น สถานการณ์บ่งชี้ว่าความขัดแย้งกำลังเดินหน้าเข้าสู่การยกระดับที่รุนแรงขึ้นแล้ว
อ้างอิง : www.bbc.com