จุกอก! แม่เล่าเหตุการณ์ ลูกสาววัย 15 ถูกชายอ้างว่าเป็นทหาร ขืนใจในห้องน้ำ ระหว่างเล่นสงกรานต์ที่ถนนข้าวสาร
เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2569 ที่สำนักงาน สายไหมต้องรอด บนถนนวัดเกาะ เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร นางแก้ว (นามสมมติ) อายุราว 60 ปี มารดาของนางสาวแก้ม (นามสมมติ) อายุ 15 ปี ผู้เสียหาย ได้เดินทางพร้อมเอกสารหลักฐาน เข้ายื่นเรื่องร้องเรียนต่อ เอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด และนายนิรันดร์ เกเง้ว ทีมงานของเพจดังกล่าว กรณีลูกสาวอายุ 15 ปี ถูกชายอ้างว่าเป็นพลทหาร ก่อเหตุข่มขืนกระทำชำเรา ขณะไปเล่นน้ำสงกรานต์ถนนข้าวสาร เหตุเกิดบริเวณในห้องน้ำในซอยข้างโรงแรมแห่งหนึ่ง แขวงตลาดยอด เขตพระนคร กทม. เมื่อวันที่ 15 เม.ย. เวลา 00.30 น. หลังเกิดเหตุพี่ชายของผู้เสียหายไปแจ้งความกับ ร.ต.ท.ชยุตม์ ตั้งคุณสมบัติ รอง สว.(สอบสวน) สน.ชนะสงคราม เพื่อเป็นหลักฐาน
นางสาวแก้ม (นามสมมติ) เปิดเผยว่า ตนและเพื่อนไปเล่นน้ำสงกรานต์ที่ถนนข้าวสาร และได้พบกับกลุ่มชายตัดผมเกรียนประมาณ 8 คน ซึ่งมีการเรียกขานชื่อกันว่า จ่า และ หมวด โดยกลุ่มคนดังกล่าวได้เข้ามาเล่นน้ำด้วย ต่อมามีชายคนหนึ่งในกลุ่มพยายามชวนผู้เสียหายไปที่พักแต่ถูกปฏิเสธ
จนกระทั่งเวลาประมาณ 23.00 น. ขณะที่ผู้เสียหายเดินไปเข้าห้องน้ำเพียงลำพัง หนึ่งในกลุ่มทหารได้เดินแซงเข้าไปยืนรออยู่ก่อน และอาศัยจังหวะที่ผู้เสียหายเดินเข้าห้องน้ำผลักประตูตามเข้ามาทันที
ในระหว่างเกิดเหตุ ผู้ก่อเหตุได้ใช้กำลังล่วงละเมิดทางเพศและพยายามข่มขืน เมื่อผู้เสียหายขัดขืนกลับถูกบีบคอและข่มขู่ว่า อย่าร้องนะ ไม่งั้นกูจะฆ่ามึงให้ตาย แม้จะมีบุคคลภายนอกเดินมาสอบถามความผิดปกติเนื่องจากได้ยินเสียง แต่ผู้ก่อเหตุได้ตะโกนตอบกลับไปว่าไม่มีอะไร ทำให้ผู้เสียหายซึ่งอยู่ในอาการหวาดกลัวไม่กล้าส่งเสียงร้อง
จนกระทั่งเวลาผ่านไปประมาณ 10 นาที ผู้เสียหายจึงรีบวิ่งออกมาขอความช่วยเหลือจากหญิงพลเมืองดีและคนเก็บเงินหน้าห้องน้ำ แต่กลุ่มผู้ก่อเหตุทั้งหมดได้อาศัยช่วงชุลมุนหลบหนีไปได้อย่างรวดเร็ว
หลังเกิดเหตุ ผู้เสียหายแจ้งให้พี่ชายทราบและเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในเวลาประมาณ 01.00 น. อย่างไรก็ตาม ผู้เสียหายระบุว่าการดำเนินคดีมีความน่ากังวล เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวกับตนในทำนองว่า ถ้าจะเอาเรื่องต้องขึ้นศาลทหารนะ และมีลักษณะคล้ายพยายามจะให้มีการไกล่เกลี่ยยอมความกันเกิดขึ้น
อีกทั้งการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุก็ยังมีความล่าช้า โดยปัจจุบันสภาพจิตใจของผู้เสียหายย่ำแย่และอยู่ในอาการผวาสม่ำเสมอ โดยยืนยันว่าต้องการให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมายให้ถึงที่สุด เพราะมองว่าผู้ก่อเหตุที่เป็นถึงเจ้าหน้าที่รัฐควรมีจรรยาบรรณมากกว่านี้ ไม่ใช่มาทำร้ายประชาชนโดยเฉพาะเยาวชนเช่นนี้
ด้าน นางแก้ว (นามสมมติ) แม่ของผู้เสียหาย กล่าวอีกว่า ลูกสาวมาขอไปเล่นน้ำสงกรานต์กับเพื่อนบอกว่าจะไปกัน 3 คน ใจจริงก็ไม่อยากให้ไป แต่ก็บอกให้ดูแลตัวเองด้วย พอเกิดเรื่องก็รู้สึกเสียใจ ทั้งที่เป็นที่สาธารณะ ไม่น่าเกิดเรื่องแบบนี้ แล้วลูกสาวก็เพิ่งอายุ 15 ซึ่งลูกสาวก็อยากพาตัวเองไปด้วยแต่คนมันเยอะ ก็บอกกับลูกว่า ดูแลตัวเองด้วยนะ
กระทั่งสามีตนเองมาบอกว่าไปดูลูกด้วยนะ แต่ไม่บอกว่าลูกเป็นอะไร จนไปถึงโรงพยาบาล พ่อเห็นก็รู้สึกจุกอกพูดไม่ออก ไม่ว่าจะเกิดกับผู้หญิงหรือผู้ชาย ซึ่งคิดว่าสังคมทุกวันนี้มันป่าเถื่อนเกินไปหรือไม่ อยากจะเอาใครก็ได้ และพอทราบว่าผู้ก่อเหตุเป็นพลทหารยิ่งรู้สึกว่าขาดการศึกษา
ขณะเดียวกัน แม่ของผู้เสียหายยังกล่าวอีกว่า ความรู้สึกตอนนี้เหมือนครอบครัวตายทั้งเป็น เพราะเป็นตราบาปลูก แล้วตัวเองพยายาม ทำให้โลกเห็นว่า ตัวเองเข้มแข็ง เพื่อไม่ให้ลูกนึกถึงเรื่องดังกล่าวอีก แล้วต่อไปคงจะไม่ปล่อยให้ลูกออกไปเล่นน้ำแบบนี้อีก โดยยืนยันว่าจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด และอยากให้ตำรวจเอาตัวมาลงโทษเพื่อให้เป็นบทเรียนให้กับ คนที่คิดจะก่อเหตุแบบนี้ไม่ว่าจะเป็นใครก็ต้องรับโทษ
ด้านนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ กล่าวว่า เบื้องต้นตนได้ประสานไปยังท่าน พล.ท.อุดลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงโหม เพื่อร้องขอความเป็นธรรม และขอให้ตรวจสอบว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุเป็นทหารจริงหรือไม่มีชั้นยศใดบ้าง หากเป็นทหารจริงขอให้หน่วยต้นสังกัดเร่งส่งตัวมาดำเนินคดีที่ สน.ชนะสงคราม ต่อไป
นอกจากนี้เตรียมพาผู้เสียหายไปกระทรวงยุติธรรมเพื่อขอรับการคุ้มครองพยาน และรับเงินเยียวยาในฐานะผู้เสียหายในคดีอาญา จากนั้นจะประสานไปยัง พ.ต.อ.นิพนธ์ นิธิการุณย์เลิศ ผกก สน. ชนะสงคราม เพื่อติดตามความคืบหน้าทางคดีเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายต่อไป ขณะนี้ผู้เสียหายยังตกใจกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาก จึงเตรียมประสาน พม. เพื่อเยียวยาสภาพจิตใจต่อไป