ย้อนรอยประวัติศาสตร์ธุรกิจปั๊มน้ำมันเมืองไทย ใครอยู่-ใครไป
The Bangkok Insight
อัพเดต 25 มี.ค. เวลา 06.11 น. • เผยแพร่ 25 มี.ค. เวลา 06.11 น. • The Bangkok Insightในภาวะตลาดน้ำมันผันผวนอย่างรุนแรง โดยราคาในตลาดโลกเพิ่งมีการปรับตัวลดลงขานรับข่าวเชิงบวกเรื่องความพยายามยุติตวามขัดแย้งในตะวันออกกลาง และแน่อนว่าย่อมต้องส่งผลกระทบถึงธุรกิจปั๊มน้ำมันในไทยอย่างยากจะุหลีกเลี่ยง
วันนี้ TheBangkokInsight ขอพาผู้อ่านไปย้อนรอยประวัตศาสตร์ธุรกิจสถานีบริการน้ำมัน หรือปั๊มน้ำมันในเมืองไทย ตั้งแต่ยุคแรกจนถึงปัจจุบัน ว่ามีแบรนด์ไหนบ้าง และที่ผ่านมามีความเคลื่อนไหวอย่างไร
รู้หรือไม่ เชลล์ คือผู้บุกเบิกหัวจ่ายน้ำมันแรกในไทย
ยุคบุกเบิกของธุรกิจน้ำมันในไทย เริ่มจากยุคน้ำมันปี๊บ โดยการซื้อขายน้ำมันในยุคแรกจะมาในรูปแบบใส่สังกะสี หรือ ปี๊บ ต่อมาในปี 2437 จึงเริ่มมีการนำเข้าน้ำมันก๊าดจากต่างประเทศเข้ามาจำหน่ายในไทย หรือที่เรียกขานว่า สยาม ในขณะนั้น
จากนั้น ในปี 2473 จึงเริ่มก่อกำเนินสถานีบริการน้ำมันแห่งแรกในประเทศไทย โดย บริษัท รอยัล ดัตช์ เชลล์ (Shell) ที่เยาวราช ซึ่งเปิดเป็นตึกแถวที่มีหัวจ่ายตั้งอยู่ด้านหน้า
วิวัฒนาการต่อมา เข้าสู่ยุคบริษัทข้ามชาติ เริ่มจาก เชลล์ สัญชาติอังกฤษ ที่มาเป็นรายแรก และครองตลาดยาวนาน ตามด้วย Standard Vacuum Oil (Stanvac) บริษัทน้ำมันชั้นนำของสหรัฐ ที่ต่อมากลายเป็น Esso (เอสโซ่) ซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่เคียงคู่กับเชลล์มาเกือบศตวรรษ
ตามมาด้วย คาลเท็กซ์ (Caltex) จากสหรัฐ ที่เข้ามาตั้งสถานีบริการและคลังน้ำมัน และอีกรายคือ โมบิล (Mobil) ที่ในอดีตเคยมีสถานีบริการในไท ยก่อนจะควบรวมกิจการกับ Esso ในระดับโลก และค่อย ๆ ถอนตัวจากธุรกิจค้าปลีกน้ำมันในไทยไปในที่สุด
ก่อกำเนิดแบรนด์ไทย ปตท. สร้างความมั่นคงทางพลังงานไทย
จุดเปลี่ยนสำคัญของตลาดพลังงานไทย เกิดขึ้นเมื่อรัฐบาลต้องการสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ด้วยการก่อตั้ง การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย (ปตท.) ในปี 2521 โดยรับโอนกิจการจากองค์การเชื้อเพลิง จากเดิมใช้ชื่อสถานีบริการว่าสามทหาร ก่อนจะเปลี่ยนเป็นตราสัญลักษณ์ PTT จนถึงปัจจุบัน
บางจาก นับเป็นสถานีบริการน้ำมันของไทยรายที่ 2 โดยในระยะแรก จัดตั้งขึ้นเพื่อดำเนินกิจการโรงกิ่งกลั่นน้ำมันและขยายเข้าสู่ธุรกิจสถานีบริการน้ำมันเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและชุมชน
แบรนด์ที่เคยมีอยู่และหายไป
เนื่องจากธุรกิจน้ำมัน เป็นธุรกิจที่ใช้เงินลงทุนสูง และมีการแข้งขันรุนแรง ทำให้กลายเป็นสมรภูมิรบที่วัดฝีมือและสายป่านได้เป็นอย่างดี เห็นได้จากการที่มีหลายแบรนด์ที่เคยรุ่งเรืองแต่ปัจจุบันถูกควบรวมหรือปิดตัวลง เช่น
- สามทหาร แบรนด์รัฐวิสาหกิจยุคแรก ก่อนเปลี่ยนเป็น ปตท.
- คิวเอท จากคูเวต เคยมีสาขามากมายในไทยก่อนจะขายกิจการให้กับ ปิโตรนาส (Petronas)
- ปิโตรนาส จากมาเลเซีย เข้ามาซื้อกิจการต่อจาก คิวเอท แต่ท้ายที่สุดก็ขายกิจการต่อให้กับ PT
- เจ็ท (Jet) แบรนด์จากโคโนโค สหรัฐ ที่เคยสร้างปรากฏการณ์ จิฟฟี่ (Jiffy) สวนอาหารและมินิมาร์ทที่สะอาดและทันสมัยที่สุดในยุคนั้น ก่อนจะถูก ปตท. ซื้อกิจการไปทั้งหมด
- คอสโม (Cosmo) แบรนด์ท้องถิ่นที่เคยเห็นตามต่างจังหวัด
สู่ยุคปัจจุบัน ไม่ใช่ขายน้ำมัน แต่ต้องเดิมเต็มไลฟ์สไตล์
ปัจจุบันการขายน้ำมันอย่างเดียวไม่เพียงพอ แต่ละแบรนด์จึงปรับตัวเป็นแหล่งเติมเต็มไลฟ์สไตล์ที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้า เพื่อดึงดูดให้เลือกเข้ามาใช้บริการ โดยตัวอย่างที่เห็นได้ชัด เริ่มจาก Jet ที่มีจิฟฟี่ ปตท. ที่มีเซเว่นอีเลฟเว่น และทุกปั๊มต่างมีร้านค้าเพื่อตอบสนองลูกค้า
อีกแบรนด์ที่มาแรงคือ พีที (PT) ที่เติบโตอย่างรวดเร็วจากการเน้นตลาดรถบรรทุกและขยายเข้าสู่ภาคครัวเรือนด้วยระบบสมาชิก Max Card ที่เชื่อมโยงทุกอย่างเข้าด้วยกัน และเน้นขยายสาขาในเส้นทางรองหรือต่างจังหวัด (Blue Ocean) ก่อนจะรุกเข้าสู่เมืองด้วยร้านกาแฟ พันธุ์ไทย
บทสรุป
จากการที่กำไรในธุรกิจน้ำมัน บาง หรือน้อยมาก ทำให้การควบรวมกิจการ เป็นทางรอดหนึ่งของผู้ค้าปลีกน้ำมัน เพื่อสร้าง Economy of Scale รวมถึงการปรับโมเดลธุรกิจให้สอดรับกับไลฟ์สไตล์และความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ตัวอย่างเช่น การทำพื้นที่ให้ร้านค้าเช่า เพื่อสร้างแม่เหล็กใหม่ดึงใจลูกค้า การเปิดร้านกาแฟและร้านอาหาร เพราะกำไรสูงกว่าน้ำมันหลายเท่า เป็นต้น
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- 'ราคาน้ำมันโลก' เจอแรงเทขาย 'เบรนท์' ร่วงกว่า 6% หลุด 100 ดอลล์
- 'ซิตี้กรุ๊ป' เตือน 'ราคาน้ำมันเบรนท์' อาจพุ่ง 200 ดอลล์ หากวิกฤตืตะวันออกกลางยืดเยื้อ
- 'ไออีเอ' ปล่อยน้ำมันสำรอง เข้าตลาดเอเชียทันที รับมือสงครามอิหร่าน ป่วนอุปทาน
ติดตามเราได้ที่