โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“เกาะสุรินทร์” หาดสวย น้ำใส โลกใต้ทะเลงาม ห้ามพลาด “หมู่บ้านมอแกน” แบบดั้งเดิม หนึ่งเดียวในเมืองไทย

Manager Online

เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

“หมู่เกาะสุรินทร์” หนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวดังของจังหวัดพังงา นอกจากจะมีหาดสวย น้ำใส และโลกใต้ทะเลที่งดงามแล้ว หมู่เกาะแห่งนี้ยังมีเอกลักษณ์ที่แปลกแตกต่างจากเกาะทั่ว ๆ ไปในบ้านเรา คือ เป็นที่ตั้งของ “หมู่บ้านมอแกน” แบบดั้งเดิมที่ยังคงหลงเหลืออยู่เพียงแห่งเดียวในเมืองไทย

รู้จักเกาะสุรินทร์

หมู่เกาะสุรินทร์ ตั้งในพื้นที่อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา ประกอบด้วย 5 เกาะ นำโดย 2 เกาะหลักที่มีขนาดใหญ่ ได้แก่ เกาะสุรินทร์เหนือและเกาะสุรินทร์ใต้ กับ 3 เกาะบริวารได้แก่ เกาะรี (เกาะสต๊อก) เกาะไข่ (เกาะตอรินลา) และเกาะกลาง (เกาะปาจุมบา) รวมถึงมี “กองหินริเชลิว” ที่ผนวกเข้ามาเพิ่มเติมภายหลัง

ในอดีตเกาะสุรินทร์เคยเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของชาวเลเผ่า “มอแกน” แบบไม่ถาวร จนกระทั่ง “พระยาสุรินทราชา” เทศาเมืองภูเก็ต (นามเดิมนกยูง วิเศษกุล) ได้เดินทางออกสำรวจทะเลฝั่งอันดามันพบหมู่เกาะแห่งนี้ จึงได้ตั้งชื่อเกาะตามชื่อของตนว่า “หมู่เกาะสุรินทร์” โดยพระยาสุรินทราชาได้ชื่อว่าเป็นผู้ค้นพบหมู่เกาะสุรินทร์คนแรกอย่างเป็นทางการ

จากนั้นในปี พ.ศ.2524 หมู่เกาะสุรินทร์ได้รับการประกาศจัดตั้งเป็น “อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์” (ลำดับที่ 30) เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2524 ถือเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 30 ของเมืองไทย

อ่าวช่องขาด ศูนย์กลางแห่งเกาะสุรินทร์

สำหรับจุดท่องเที่ยวเด่น ๆ บนเกาะสุรินทร์นั้น นำโดย “อ่าวช่องขาด” บนเกาะสุรินทร์เหนือ ที่เป็นดังศูนย์กลางและพื้นที่รับแขกของเกาะ เพราะมีทั้งจุดเทียบเรือ ที่ทำการอุทยานฯ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว โรงอาหาร พื้นที่พักรับประทานอาหารกลางวันของนักท่องเที่ยวท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติอันร่มรื่น ห้องน้ำ และบ้านพัก เป็นต้น

อ่าวช่องขาด มีลักษณะเป็นร่องน้ำตื้นธรรมชาติคั่นกลางระหว่างเกาะสุรินทร์เหนือกับเกาะสุรินทร์ใต้ แบ่งเป็น 2 โซน คือ โซนหน้าอ่าวเป็นจุดจอดเรือ เป็นที่ตั้งของที่ทำการอุทยานฯ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว พร้อมทั้งมีป้ายอุทยานฯ และอ่าวช่องขาด ตั้งเด่นหราเป็นจุดเช็กอินถ่ายรูปสำหรับนักท่องเที่ยว

ส่วนถัดเข้ามาเป็น “เสาธงชาติไทย” ที่มีสิ่งสะดุดตา คือ “เหนียะเอนหล่อโบง” หรือ “เสาวิญญาณบรรพบุรุษ” ของชาวมอแกนที่ทางอุทยานฯอัญเชิญมาตั้งไว้

ใครที่ไม่เชื่อก็อย่าไปลบหลู่ อย่าไปทำอุบาทอนาจาร เพราะเคยเกิดเหตุการณ์ไม่ดีมีอันเป็นไปโดยไม่ทราบสาเหตุกับคนพิเรนทร์ พวกชอบลองของ ที่มาลบหลู่เสาวิญญาณกันหลายคนแล้ว

เมื่อเดินผ่านบริเวณเสาธงชาติเข้ามาจะเป็นพื้นที่รับประทานอาหารกว้างขวางท่ามกลางธรรมชาติ มีต้นไม้ใหญ่ปกคลุมร่มรื่นเขียวครึ้ม ตรงโซนนี้มักจะมี “บ่าง” หรือ “พุงจง” สัตว์ที่มีรูปร่างคล้ายกระรอกบินมาอวดโฉมอยู่เป็นประจำ จนกลายเป็นสัตว์ดาราของที่นี่ไปแล้ว

ส่วนอ่าวช่องขาดโซนด้านหลัง มีหาดทรายยาวขาวเนียน ยามน้ำลงชายหาดจะกว้างใหญ่มาก บริเวณนี้มีทะเลสวยใสสีฟ้าอ่อนราวกับสระน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ เมื่อมองออกไปจะเห็นเกาะสุรินทร์ใต้ตั้งตระหง่าน

อย่างไรก็ดีแม้อ่าวช่องขาดจะเป็นเขตน้ำตื้น แต่ก็มีร่องน้ำลึกที่น้ำไหลเชี่ยวและเป็นเส้นทางเดินเรือ ถือเป็นจุดอันตราย ซึ่งทางอุทยานฯ ได้วางแนวทุ่นไว้ ห้ามนักท่องเที่ยวเล่นน้ำออกนอกเขตทุ่นโดยเด็ดขาด

บริเวณอ่าวช่องขาดยังมี “หินแม่ไก่” เป็นกองหินรูปร่างประหลาด ดูคล้ายหัวไก่ตั้งโดดเด่น เป็นดังสัญลักษณ์ของเกาะสุรินทร์ ที่มีคนนิยมไปถ่ายรูปคู่หินแม่ไก่กันเป็นจำนวนมาก

บนเกาะสุรินทร์เหนือ ยังมีจุดท่องเที่ยวน่าสนใจอื่น ๆ อีก ได้แก่ อ่าวกระทิง อ่าวไม้งาม อ่าวแม่ยาย อ่าวทรายแดง อ่าวไทรเอน และอ่าวจาก ให้นักท่องเที่ยวได้เพลิดเพลินกัน

เกาะสุรินทร์ แหล่งดำน้ำตื้นสวยที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองไทย

หนึ่งในกิจกรรมยอดฮิตของคนที่มาเที่ยวเกาะสุรินทร์ก็คือการดำน้ำตื้น (Snorkeling) เนื่องจากเกาะสุรินทร์ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งดำน้ำตื้นที่ดีและสวยที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทย

หมู่เกาะสุรินทร์มีจุดดำน้ำที่สวยงามน่าตื่นตาตื่นใจอยู่หลายจุดด้วยกัน ซึ่งบริษัททัวร์ส่วนใหญ่มักจะขายแพกเกจดำน้ำ 4 จุด รวมไปกับทัวร์เที่ยวเกาะสุรินทร์แบบ One Day Trip โดยจัดจุดดำน้ำตามความเหมาะสมตามสภาพของคลื่นลมในช่วงนั้น ๆ

สำหรับ 4 จุดดำน้ำที่ได้รับความนิยมอย่างสูง (ของบริษัททัวร์) ได้แก่

-“อ่าวช่องขาด” ที่มีปะการังสวยงามและฝูงปลาหลากชนิด ทั้งยังมีไฮไลต์คือ “ดอกไม้ทะเล” อันเป็นที่อยู่ของ “ปลาการ์ตูนส้มขาว” หรือที่หลาย ๆ คนนิยมเรียกกันว่า “นีโม” (ตามชื่อแอนนิเมชั่นดัง) อยู่หลายกอด้วยกัน จนทำให้จุดดำน้ำอ่าวช่องขาดได้รับฉายาว่าว่า “อ่าวนีโม”

-“อ่าวแม่ยาย” อ่าวที่ใหญ่ที่สุดของเกาะสุรินทร์เหนือ บนฝั่งมีชายหาดเล็ก ๆ ให้พักผ่อน ส่วนโลกใต้ทะเลของอ่าวแห่งนี้ก็มีความอุดมสมบูรณ์ มีปะการังหลากชนิดเป็นบริเวณกว้าง ทั้งปะการังผักกาด ปะการังจาน ปะการังโต๊ะ ปะการังเขากวาง ฯลฯ

-“อ่าวไม้งาม” มีทั้งปะการังโต๊ะ ปะการังโขด ปะการังเคลือบ ฯลฯ และฝูงปลานานาชนิด โดยนักท่องเที่ยวสามารถลงดำน้ำได้ทั้งจากบนเรือ หรือว่ายน้ำจากหน้าหาดไปดำชมโลกใต้ทะเลที่อ่าวแห่งนี้ได้

-“อ่าวสุเทพ” ได้ชื่อว่าเป็นจุดดำน้ำไฮไลท์ของหมู่เกาะสุรินทร์ เพราะมีแนวปะการังที่สมบูรณ์กว่า 1 กิโลเมตรเป็นแนวยาวต่อเนื่อง เป็นดังสวนใต้ทะเลที่งดงามน่าตื่นตาตื่นใจ

นอกจากนี้หมู่เกาะสุรินทร์ยังมีจุดดำน้ำที่น่าสนใจอื่น ๆ อาทิ อ่าวบอน อ่าวสับปะรด อ่าวเต่า หินกองหรือหินแพ เกาะมังกร ฯลฯ ที่ต่างก็มีความงามและจุดเด่นแตกต่างกันออกไป

หมู่บ้านมอแกนแบบดั้งเดิม หนึ่งเดียวในเมืองไทย

เกาะสุรินทร์ยังมีอีกหนึ่งไฮไลต์ที่เป็นสัญลักษณ์และภาพจำอันโดดเด่นคือการเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของชาว “มอแกน” 1 ใน 3 กลุ่มชาติพันธุ์ชาวเลในเมืองไทย* ที่ในอดีตเคยเดินทางร่อนเร่ในทะเล จนได้รับฉายาว่าเป็น “ยิปซีแห่งท้องทะเล”

แต่ในปัจจุบันชาวมอแกนได้ลงหลักปักฐานอยู่อย่างถาวรอยู่ที่ “หมู่บ้านมอแกน” บริเวณอ่าวบอนใหญ่ เกาะสุรินทร์ใต้ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ ต.เกาะพระทอง อ.คุระบุรี จ.พังงา ซึ่งปัจจุบันมีชาวมอแกนอยู่ที่นี่ประมาณ 300-400 คน

อย่างไรก็ดีหมู่บ้านมอแกนบนเกาะสุรินทร์ที่เราเห็นกันในทุกวันนี้ เป็นหมู่บ้านมอแกนที่สร้างขึ้นใหม่ เนื่องจากหมู่บ้านมอแกนเดิมก่อนหน้านี้ ได้ถูกเพลิงไหม้ครั้งใหญ่เมื่อต้นปี 2562

แม้หมู่บ้านแห่งนี้จะถูกสร้างขึ้นใหม่หลังเหตุเพลิงไหม้ใหญ่ ปี 2562 แต่ก็ยังคงเอกลักษณ์บ้านเรือนของชาวมอแกนแบบดั้งเดิมเอาไว้ เสาโครงสร้างเป็นไม้ ฝา หลังคา เป็นจาก มีใต้ถุนโล่ง และอยู่รวมกันเป็นชุมชนริมทะเล จนถูกยกให้เป็น “หมู่บ้านมอแกนแบบดั้งเดิม” ที่มีชีวิตมีคนอยู่อาศัยที่หลงเหลืออยู่เพียงหนึ่งเดียวในเมืองไทย

มอแกน บนวิถีใหม่

ชาวมอแกนมีความเชี่ยวชาญทางทะเลที่เป็นภูมิปัญญาสืบต่อ ๆ กันมา ทั้งเรื่องการจับสัตว์น้ำ การเดินเรือ การดูดาว ดูทิศ คลื่น ลม รวมถึงสามารถจับสังเกตสิ่งผิดปกติ ภัยธรรมชาติทางทะเลได้ อย่างเช่น เหตุการณ์สึนามิ เมื่อปี 2547 พวกเขาสามารถว่ายน้ำ พายเรือได้ตั้งแต่ยังเล็ก รวมถึงสามารถดำน้ำได้ลึกและอึดนานกว่าคนทั่วไปโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ช่วยแต่อย่างใด

ในอดีตชาวมอแกนบนเกาะสุรินทร์ จะกินอยู่อย่างเรียบง่าย จากอาหารในพื้นที่ที่หาได้ทั้งบนบกและในทะเล ไม่ว่าจะเป็น หัว เผือกมัน กลอย พืชผัก ยอดไม้ ผลไม้ป่า และ กุ้ง หอย ปู ปลา และปลิงทะเล เป็นต้น

ทั้งนี้อาหารทะเลส่วนหนึ่งชาวมอแกนจะนำมารับประทาน อีกส่วนหนึ่งนำไปแลกซื้อข้าวสาร เกลือ และของใช้จำเป็น เพื่อตุนไว้สำหรับหน้ามรสุมที่คลื่นลมแรง ไม่สามารถออกทะเลไกลชายฝั่งได้

ปัจจุบันด้วยสภาพธรรมชาติที่เปลี่ยนไป ทรัพยากรทางทะเลลดน้อยถอยลง และการอาศัยอยู่ในพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ที่มีข้อจำกัดในการจับสัตว์น้ำ ทำให้ชาวมอแกนออกทะเลน้อยลงจากเดิม แต่พวกเขาได้เบนเข็มเข้าสู่วิถีใหม่ในเส้นทางของธุรกิจท่องเที่ยวแทน

โดยจากเดิมที่เคยออกเรือหาปลากันเป็นประจำ แต่มาวันนี้เมื่อฤดูกาลท่องเที่ยวทะเลอันดามันมาถึง ชาวมอแกนที่ถนัดทางด้านไหนก็จะไปรับจ้างทำงานประกอบอาชีพตามที่ตนถนัด ไม่ว่าจะเป็น ขับเรือหางยาวหรือสปีดโบ้ท พายเรือให้นักท่องเที่ยว เป็นไกด์ เป็นสตาฟฟ์ทัวร์ ไกด์ดำน้ำ เป็นแม่บ้าน ทำอาหาร รับจ้างทั่วไป หรือช่วยทำงานใน อช.หมู่เกาะสุรินทร์ เป็นต้น

ขณะที่ผู้หญิง เด็ก ๆ ผู้เฒ่าผู้แก่ ที่อยู่บ้าน ไม่ได้ไปไหน หลาย ๆ คนจะทำสินค้าของที่ระลึก งานแฮนด์เมด ขายให้กับนักท่องเที่ยว ตามหน้าบ้านหรือใต้ถุนบ้านของตน บางคนก็ทำโชว์นักท่องเที่ยวกันสด ๆ ไม่ว่าจะเป็น สร้อย กำไล กระเป๋า เครื่องประดับ เรือก่าบางจำลอง งานไม้แกะสลัก โปสการ์ด ซึ่งชาวมอแกนนอกจากจะพัฒนางานฝีมือเหล่านี้ได้ดีขึ้นเป็นลำดับแล้ว วันนี้ยังมีงานรีไซเคิลกระเป๋าถักมือจากขยะทะเล ที่สามารถเปลี่ยนขยะให้เป็นงานหัตถกรรมอันกิ๊บเก๋และเท่ไม่น้อย

ใครที่มีโอกาสไปเที่ยวหมู่บ้านชาวมอแกน บนเกาะสุรินทร์ ก็อย่าลืมช่วยอุดหนุน สนับสนุน งานสินค้าต่าง ๆ ของชาวมอแกนกันตามสะดวก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นให้นำเงินสดติดตัวไปด้วย เพราะที่นี่ไม่มีสัญญาณให้สแกน

สำหรับหมู่บ้านมอแกนนั้น ถือเป็นไฮไลต์ต้องห้ามพลาดสำหรับผู้ที่ไปเที่ยวหมู่เกาะสุรินทร์แล้ว ชนิดที่ว่ากันว่าถ้าไปเกาะสุรินทร์แล้ว ไม่ได้ไปชมหมู่บ้านมอแกน ถือว่ายังมาไม่ถึงเกาะแห่งนี้โดยสมบูรณ์

#################################

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ จะเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม-15 พฤษภาคมของทุกปี โดยนักท่องเที่ยวสามารถไปเที่ยวได้ทั้งแบบไปเช้า-เย็นกลับ และแบบพักค้างคืนบนเกาะซึ่งทางอุทยานฯมีทั้งบ้านพัก เต็นท์ และร้านอาหาร ให้บริการ

การเดินทางมายังหมู่เกาะสุรินทร์จากพังงานั้นสามารถนั่งเรือได้จากหลายท่าเรือ อาทิ ท่าเรือบ้านน้ำเค็ม ท่าเรือทับละมุ และท่าเรือคุระบุรี ที่อยู่ใกล้ที่สุด โดยเรือสปีดโบทใช้เวลาประมาณ 1-1.30 ชั่วโมง

นักท่องเที่ยวสามารถซื้อแพ็คเกจทัวร์กับบริษัททัวร์ที่รวมเอาค่าเรือไปกลับ ทริปดำน้ำ ที่พัก และอาหาร ซึ่งมีหลายบริษัททัวร์ให้เลือกใช้บริการ

ทั้งนี้นักท่องเที่ยวที่สนใจสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับที่เที่ยว ที่กิน ที่พักในจังหวัดพังงา สามารถติดต่อได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานพังงา โทร.0 7641 3400

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...