โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สิงคโปร์เผยสถิติคดีทุจริตปี 2568 ลดต่อเนื่อง ชี้เอกชนยังเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงสุด

เดลินิวส์

อัพเดต 29 เมษายน 2569 เวลา 2.14 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
สิงคโปร์เผยสถิติปี 2568 คดีทุจริตลดลงเหลือ 68 คดี โดย 94% เป็นคดีในภาคเอกชน ที่เน้นหนักในอุตสาหกรรมก่อสร้างและขนส่ง ด้านประชาชน 98% มั่นใจในระบบการป้องกันการทุจริต ชูจุดแข็งจากกฎหมายที่เข้มงวด และเจตจำนงทางการเมืองที่โปร่งใสอย่างยั่งยืน

สำนักข่าวซินหัวรายงานจากประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 28 เม.ย. ว่าสำนักสืบสวนการกระทำทุจริตของสิงคโปร์ (ซีพีไอบี) เปิดเผยว่า สถานการณ์การทุจริตในประเทศยังอยู่ในระดับที่สามารถควบคุมได้ดีเมื่อปี 2568 โดยมีรายงานกรณีการทุจริต 160 เรื่อง ลดลง 10% จาก 177 เรื่องในปี 2567 ส่วนจำนวนคดีที่ขึ้นทะเบียนเพื่อสืบสวนสอบสวนลดลงอยู่ที่ 68 คดี จาก 75 คดีในปีก่อนหน้า

จากคดีทั้งหมด 68 คดี เมื่อปี 2568 พบว่ามีเพียง 1 คดีเท่านั้นที่เกี่ยวข้องกับภาครัฐ ส่วนอีก 22 คดี หรือ 32% เกี่ยวข้องกับกรณีเจ้าหน้าที่ภาครัฐปฏิเสธการรับสินบนจากประชาชน

ขณะที่ตลอดทั้งปี 2568 ศาลดำเนินคดีกับบุคคลรวม 90 คน จากความผิดที่อยู่ภายใต้การสอบสวนของซีพีไอบี โดย 84 คน หรือ 94% มาจากภาคเอกชน และอีก 6 คน ซึ่งคิดเป็น 6% เป็นเจ้าหน้าที่ภาครัฐ

ตลอดช่วงทศวรรษที่ผ่านมา คดีทุจริตที่เกี่ยวข้องกับพนักงานภาคเอกชนมักกระจุกตัวอยู่ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น การก่อสร้าง การผลิต และการขนส่งและคลังสินค้า ซึ่งซีพีไอบีระบุว่า เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีความเปราะบางต่อการทุจริตมากกว่า

ขณะเดียวกัน การรับรู้ด้านคอร์รัปชันในสายตาประชาชนเมื่อปี 2568 ยังเป็นไปในเชิงบวก โดยผู้ตอบแบบสอบถาม 98% ประเมินว่าสถานการณ์เกี่ยวกับการทุจริตในสิงคโปร์นั้นอยู่ในระดับดี ดีมาก หรือยอดเยี่ยม ซึ่งผู้ตอบแบบสอบถามมองว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้อัตราการทุจริตของสิงคโปร์อยู่ในระดับต่ำ ได้แก่ เจตจำนงทางการเมืองที่เข้มแข็ง วัฒนธรรมไม่ยอมรับการทุจริตอย่างเด็ดขาด และกฎหมายปราบปรามการทุจริตที่มีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ ซีพีไอบีจะเดินหน้าบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพต่อคนทุจริต อีกทั้งเสริมสร้างความร่วมมือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและชุมชน เพื่อรักษาสังคมให้ปลอดจากการทุจริตต่อไป.

ข้อมูล : XINHUA

เครดิตภาพ : REUTERS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...