‘รศ.ดร.ธนชาติ’ ย้ำเปลี่ยนผู้นำสหรัฐคนเดียวไม่ต้องลุ้นความเสี่ยงสงครามโลก!
08 เม.ย.2569 - รศ.ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์ ผู้อำนวยการสถาบันไอเอ็มซี นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านดิจิทัลของไทย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า น่าแปลกที่คนเป็นประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ต้องให้นายกรัฐมนตรีและจอมพลทหารของปากีสถานเตือนสติ ให้หยุดการโจมตีไปก่อนสองอาทิตย์ ทั้งๆที่ปากีสถานเป็นหนึ่งในประเทศที่มีสงครามกับหลายประเทศมาก่อน แต่ผู้นำและนายทหารเขาคงมีสติที่ดีพอรู้ว่าอะไรจะเกิดความรุนแรงสู่สงครามโลกหรือสงครามนิวเคลียร์ได้
ผมนึกถึงวิกฤตขีปนาวุธคิวบา (1962) คือช่วงเวลาที่โลกเฉียดใกล้สงครามนิวเคลียร์ที่สุด เมื่อสหรัฐตรวจพบฐานยิงขีปนาวุธโซเวียตในคิวบา ประธานาธิบดีจอห์น เอฟ. เคนเนดี เลยตัดสินใจใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเล นำไปสู่การเจรจาตึงเครียดนาน 13 วัน จนจบลงด้วยการที่โซเวียตถอนขีปนาวุธออก แลกกับการที่สหรัฐฯ สัญญาไม่รุกรานคิวบาและถอนขีปนาวุธจากตุรกี
เมื่อเช้าผมว่าคล้ายกันต้องมาลุ้นว่าเขาจะถล่ม Civilian infrastructure อย่างที่ขู่ไว้ไหม แต่อาจต่างกันที่ตัวประธานาธิบดี รอบนี้ทรัมป์ก้าวร้าวกว่า ขู่รุนแรงกว่า แม้บางคนอาจคิดว่าเป็นวิธีการเจรจาของเขา แต่หลายคนก็คงเห็นว่าสุ่มเสี่ยงต่อสงครามที่บานปลายทั่วโลก และบุคคลนี้ยากที่จะคาดการณ์
สงครามรอบนี้ไม่น่าจะสงบโดยง่าย แม้นายทหาร ผู้นำ หรือ ประชาชนอิหร่านสูญเสียไปเป็นแสนหรือล้านคนก็คงไม่ยุติ แต่ถ้าเปลี่ยนผู้นำสหรัฐออกไปคนเดียว คิดว่าสถานการณ์น่าจะดีขึ้น ดีกว่าคนทั่วโลกต้องมาลุ้นความเสี่ยงต่อสงครามโลกอันนำมาสู่วิกฤตเศรษฐกิจและชีวิตของผู้คนทั่วโลก