“วัยเกษียณออสเตรเลีย” แห่ถอนเงินกองทุนบำนาญ พิษเงินเฟ้อ-สงครามตะวันออกกลาง
"วัยเกษียณออสเตรเลีย" เร่งถอนเงินจากกองทุนบำนาญและโยกเงินลงทุนเข้าสินทรัพย์ปลอดภัย เซ่นพิษเงินเฟ้อ-สงครามตะวันออกกลาง
วันที่ 7 พฤษภาคม 2569 เวลา 05.04 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ชาวออสเตรเลียวัยเกษียณกำลังถอนเงินออมเพื่อการเกษียณในอัตราที่เพิ่มขึ้น ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและเงินเฟ้อที่พุ่งสูง ซึ่งยิ่งซ้ำเติมความกังวลด้านการเงินของผู้สูงอายุ
ข้อมูลล่าสุดจาก Colonial First State (CFS) บริษัทบริหารกองทุนบำเหน็จบำนาญและความมั่งคั่งรายใหญ่ของออสเตรเลีย ซึ่งมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารมูลค่า 179,000 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย ระบุว่า ผู้เกษียณอายุเร่งถอนเงินก้อนจากกองทุนในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ขณะที่ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและอิหร่านทวีความรุนแรงขึ้น
คำขอถอนเงินจากสมาชิกที่ไม่มีที่ปรึกษาทางการเงินเพิ่มขึ้นถึง 55% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
เคลลี พาวเวอร์ ประธานฝ่ายกองทุนเกษียณของ CFS กล่าวว่า แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนแรงกดดันด้านค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะต้นทุนเชื้อเพลิง พร้อมมองว่าผู้คนกำลังพยายามป้องกันความเสี่ยงทางการเงินและสะสมเงินสดสำรองไว้มากขึ้น
ผลสำรวจของ Challenger Ltd. บริษัทผู้ให้บริการเงินบำนาญและการลงทุนของออสเตรเลีย ซึ่งเผยแพร่ในเดือนเมษายน พบว่าค่าครองชีพที่สูงขึ้นยังคงเป็นความกังวลอันดับหนึ่งของชาวออสเตรเลียอายุเกิน 60 ปี
ขณะเดียวกันงานวิจัยอีกชิ้นจากหน่วยงานกำกับดูแลภาคธุรกิจของออสเตรเลียเมื่อเดือนที่ผ่านมา ระบุว่า ผู้ที่กำลังเข้าสู่วัยเกษียณเกือบครึ่งหนึ่งกังวลว่าเงินออมจะไม่เพียงพอใช้หลังเลิกทำงาน และขาดความมั่นใจในการบริหารการเงินในช่วงหลังเกษียณ
ความผันผวนของตลาดการเงินในเดือนมีนาคมยังทำให้ชาวออสเตรเลียจำนวนมากปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การลงทุนในกองทุนเกษียณของตนเอง ท่ามกลางความกังวลว่ามูลค่าเงินออมเพื่อเกษียณจะลดลง
HESTA กองทุนบำเหน็จบำนาญขนาดใหญ่ของออสเตรเลีย ซึ่งมีสินทรัพย์ราว 100,000 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย ระบุว่า สมาชิกจำนวนหนึ่งย้ายเงินออกจากพอร์ตการลงทุนแบบสมดุล (balanced portfolio) ไปสู่สินทรัพย์ที่ปลอดภัยมากขึ้น เช่น เงินสดและเงินฝากประจำ
กองทุนจึงออกมาเตือนสมาชิกไม่ให้ตัดสินใจแบบตื่นตระหนก เพราะอาจพลาดโอกาสจากการฟื้นตัวของตลาดในภายหลัง
ด้าน UniSuper อีกหนึ่งกองทุนรายใหญ่ของออสเตรเลีย ก็รายงานเช่นกันว่า มีสมาชิกจำนวนมากขึ้นที่ย้ายเงินลงทุนจากสินทรัพย์เสี่ยงหรือกลุ่มเติบโต ไปยังสินทรัพย์เชิงป้องกันความเสี่ยงในช่วงที่เกิดความขัดแย้งระหว่างอิหร่านและสหรัฐ
อ้างอิง : bloomberg.com