โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“Allowrie” เปิดกลยุทธ์ “แบรนด์แห่งความพิถีพิถัน” สู่ผู้นำตลาดเนยอันดับ 1 ตลอด 10 ปีซ้อน พร้อมเปิดตัวแบรนด์แอมบาสเดอร์คนแรก “เจมมี่เจมส์” สะท้อนเชฟรุ่นใหม่ระดับมืออาชีพ ตั้งเป้าเติบโต 10% ภายในปี 2026

TODAY Bizview

อัพเดต 06 พ.ค. เวลา 06.43 น. • เผยแพร่ 06 พ.ค. เวลา 06.43 น. • TODAY

บริษัท เคซีจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) หรือKCG ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อโมเดิร์นไลฟ์สไตล์ ประกาศชัยชนะครั้งสำคัญส่งAllowrie (อลาวรี่) แบรนด์เนยและชีสพรีเมียมระดับโลก คว้าตำแหน่งผู้นำตลาดเนยอันดับ1 ในประเทศไทยต่อเนื่องยาวนานถึง10 ปีซ้อน โดยโชว์ศักยภาพส่วนแบ่งการตลาดมูลค่าตลาดสูงถึง49.5% ด้วยกลยุทธ์เบื้องหลังความสำเร็จ“แบรนด์แห่งความพิถีพิถัน” โดยอลาวรี่ตั้งเป้าเติบโต10 % ในปี2026 ต่อยอดภาพลักษณ์ของความใส่ใจในระดับมืออาชีพผ่าน“เจมมี่เจมส์– ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ” แบรนด์แอมบาสเดอร์คนแรกของAllowrie

{“ARInfo”:{“IsUseAR”:false},”Version”:”1.0.0″,”MakeupInfo”:{“IsUseMakeup”:false},”FaceliftInfo”:{“IsChangeEyeLift”:false,”IsChangeFacelift”:false,”IsChangePostureLift”:false,”IsChangeNose”:false,”IsChangeFaceChin”:false,”IsChangeMouth”:false,”IsChangeThinFace”:false},”BeautyInfo”:{“SwitchMedicatedAcne”:false,”IsAIBeauty”:false,”IsBrightEyes”:false,”IsSharpen”:false,”IsOldBeauty”:false,”IsReduceBlackEyes”:false},”HandlerInfo”:{“AppName”:2},”FilterInfo”:{“IsUseFilter”:false}}

นายดำรงชัยวิภาวัฒนกุลประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้อำนวยการบริษัทเคซีจีคอร์ปอเรชั่นจำกัด(มหาชน) หรือKCG เปิดเผยว่า“Allowrie เป็นแบรนด์ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน หรือเป็นตำนานมากว่า156 ปี และอยู่คู่คนไทยมายาวนานกว่า50 ปี ซึ่งความสำเร็จที่ทำให้เราครองส่วนแบ่งตลาดเนยอันดับ1 ในไทยอย่างต่อเนื่องถึง10 ปีซ้อนนี้ สะท้อนผ่านตัวเลขการครองสัดส่วนมูลค่าตลาดสูงถึง49.5% และในด้านปริมาณที่สูงถึง47.8% โดยปัจจัยหลักเกิดจากการมองเห็นโอกาสในตลาดที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งข้อมูลจากEuromonitor International ระบุว่าตลาดเนยในไทย ช่วงปี2019-2024 ขยายตัวเฉลี่ย(CAGR) 4.2%

โดยเฉพาะช่วงปี2023-2024 เติบโตสูงประมาณ10% สอดคล้องกับรายงานของNielsenIQ ปี2025 ที่ระบุว่าตลาดเนยมีอัตราการเติบโตประมาณ10% ต่อปี ข้อมูลเหล่านี้สะท้อนถึงพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับวัตถุดิบคุณภาพมากขึ้นและพร้อมจ่ายเพื่อประสบการณ์ที่ดีกว่า

หัวใจสำคัญที่ทำให้Allowrie รักษาความเป็นผู้นำตลาดได้อย่างยั่งยืน คือการยกระดับบทบาทจากการเป็นเพียงผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ไปสู่การสร้างจุดยืนเป็น“Trusted Provider” เพื่อทำหน้าที่เป็นคู่คิดที่ช่วยแก้ปัญหาให้พาร์ทเนอร์ธุรกิจ และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ เราใช้ความได้เปรียบจากการมีข้อมูลCustomer Insight ที่ลึกซึ้ง ผสานกับฐานข้อมูลเทรนด์อาหารทั่วโลกและเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย เข้ามาช่วยแก้Pain Point ให้กับลูกค้าได้อย่างตรงจุด โดยไม่ต้องยัดเยียดสิ่งที่ต้องการขายเพียงอย่างเดียว

นอกจากความมุ่งมั่นในด้านคุณภาพแล้ว เรายังให้ความสำคัญกับการสร้างมาตรฐานความยั่งยืนที่คนรุ่นใหม่มองหา เพื่อเป้าหมายในการนำแบรนด์ไทยก้าวไปสู่การเป็นRegional Brand ในระดับอาเซียนอย่างเต็มตัว ด้วยมาตรฐานความพิถีพิถันที่สม่ำเสมอในทุกจานอาหาร”

เจาะลึกConsumer Insight: การสร้างความได้เปรียบจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป

  • Premiumization & Western Bakery Culture: ในภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน แต่ตลาดเนยพรีเมียมยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากผู้บริโภคยอมจ่ายแพงกว่าเพื่อรสชาติและคุณภาพที่เหนือกว่า ประกอบกับการขยายตัวของวัฒนธรรมเบเกอรี่ตะวันตกและการแพร่หลายของเมนูขนมปังอาร์ทิซาน(Artisan Bread) ทำให้ความต้องการเนยชนิดจืด(Unsalted Butter) เพิ่มสูงขึ้น เพื่อความแม่นยำในการควบคุมรสชาติอาหาร เช่น อลาวรี่ เนยแท้ ชนิดจืด(Allowrie Pure Creamery Unsalted Butter) และอลาวรี่ เนยแท้ ชนิดเค็ม(Allowrie Pure Creamery Salted Butter)

  • Holistic Wellness & Creative Cooking: ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญกับสารอาหารมากขึ้น(Functional Nutrition) เช่น เนยที่มีไขมันดีหรือเสริมคุณประโยชน์ โดยเปลี่ยนพฤติกรรมมาเป็น“Creative Cooking” หรือการทำอาหารที่บ้านอย่างสร้างสรรค์ โดยคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพสูงเหมือนเชฟมืออาชีพเพื่อยกระดับมื้ออาหารของครอบครัว เช่น อลาวรี่ เนยแท้ ชนิดจืด(Allowrie Pure Creamery Unsalted Butter) และอลาวรี่ เนยแท้ ชนิดเค็ม(Allowrie Pure Creamery Salted Butter)

  • Affordable Premium & Sensory Experience: กลุ่มผู้บริโภคGen Z และMillennials มองหาความสะดวกสบายแต่ต้องมาพร้อมคุณภาพในรูปแบบสินค้าพร้อมใช้(Ready-to-use) ที่ยังคงรสชาติระดับพรีเมียม ที่สำคัญการตัดสินใจเลือกซื้อไม่ได้ขึ้นอยู่กับรสชาติเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึง“ประสบการณ์ทางประสาทสัมผัส”
    (Multi-sensory) เช่น กลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์และเนื้อสัมผัสที่ช่วยเปลี่ยนมื้อธรรมดาให้กลายเป็นมื้อพิเศษเช่น อลาวรี่ ทรัฟเฟิล บัตเตอร์(Allowrie Truffle Butter)

ถอดบทเรียน4 วิธีคิดแบรนด์แห่งความพิถีพิถัน เบื้องหลังผู้นำตลาดตลอด10 ปีของAllowrie

[ บทพิสูจน์ความพิถีพิถันผ่านความสำเร็จระดับสากล ]

Allowrie พิสูจน์ความเป็นเบอร์1 ด้วยส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดในประเทศ การันตีด้วย รางวัลรับรองรสชาติระดับสากลSuperior Taste Award 2026 และ รางวัลสุดยอดแบรนด์ที่ได้รับความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจจากผู้บริโภคสูงสุดThailand’s Most Admired Brand โดยในปีนี้KCG และAllowrie พร้อมยกระดับสู่การเป็น“Trusted Provider” เต็มรูปแบบผ่านExcellence Center ที่ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจากทีมเชฟและนักวิจัย(R&D) ทำหน้าที่พัฒนาโซลูชันที่ปรับแต่งได้ตามความต้องการของลูกค้าแต่ละราย ไม่ว่าจะเป็นการคิดค้นสูตรหรือเมนูใหม่ๆ เพื่อเพิ่มยอดขายให้กับร้านค้า ไปจนถึงการปรับแต่งวัตถุดิบให้เหมาะสมกับกระบวนการผลิตของลูกค้า ซึ่งดูแลพาร์ทเนอร์B2B มานานกว่า14 ปี พร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมายNet Zero ในปี2050

[ นวัตกรรมแห่งความพิถีพิถันเพื่อคุณภาพและไลฟ์สไตล์ ]

นวัตกรรมเพื่อคุณภาพตอกย้ำความน่าเชื่อถือจากประวัติศาสตร์กว่า156 ปี ของการเป็นแบรนด์ออสเตรเลียแท้ที่ไม่เคยประนีประนอมในการคัดสรรนมดิบคุณภาพสูง เพื่อให้ได้เนยที่มีเนื้อสัมผัส(Texture) กลิ่นหอม และรสชาติที่คงที่สม่ำเสมอ(Consistency) ในทุกครั้งที่ใช้งาน ซึ่งเป็นมาตรฐานสูงสุดที่มืออาชีพไว้วางใจ

นวัตกรรมเพื่อไลฟ์สไตล์ เปลี่ยนConsumer Insight ให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความสะดวกสบาย(Convenience) เช่น“เนยนุ่ม” ที่ปาดได้ทันที แม้แช่เย็น, นวัตกรรมหลอดบีบ“Butter Squeeze”, “ชีสสควีซ” และผลิตภัณฑ์กลุ่มSpecialty & Wellness อย่าง“เนยผสมเห็ดทรัฟเฟิล” ที่ช่วยยกระดับการทำอาหารที่บ้าน(Home Cooking) ให้เหมือนมืออาชีพ

[ มาตรฐานความพิถีพิถันที่ครอบคลุมและเข้าถึงง่าย ]

ลงทุนกว่า350 ล้านบาท ในระบบLogistic Park และCold Chain Logistics ที่ผสานเทคโนโลยีAI เพื่อควบคุมคุณภาพสินค้าให้สดใหม่ครอบคลุม77 จังหวัดทั่วประเทศ จนได้รับการยอมรับจากวงการอาหารระดับFine Dining และโรงแรมหรู รวมถึงเชฟชั้นนำระดับประเทศ อาทิ เชฟวิลแมน ลีออง, เชฟเมย์–พัทธนันท์ และเชฟพลอย–ฐาติกานต์ ที่รังสรรค์เมนูสุดพิเศษด้วยวัตถุดิบหลักจากKCG และAllowrie

[ ตัวแทนแห่งความพิถีพิถันที่สะท้อนความเป็นมืออาชีพ ]

การเปิดตัว“เจมมี่เจมส์– ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ” แบรนด์แอมบาสเดอร์คนแรกของAllowrie เพื่อเชื่อมต่อตำนาน156 ปี เข้ากับคนรุ่นใหม่ เจมมี่เจมส์ไม่ได้เป็นแค่ศิลปิน แต่เป็นคนรุ่นใหม่ที่เป็นนักธุรกิจ และเป็นเชฟที่มีPassion อย่างแท้จริง มีความละเมียดละมัย ใส่ใจรายละเอียด และให้ความสำคัญกับรสชาติมาเป็นอันดับ1 ซึ่งตรงกับDNA ของAllowrie ที่มีความเป็นมืออาชีพ, ความน่าเชื่อถือ และความมุ่งมั่นตั้งใจ ในฐานะเจ้าของร้านอาหาร“ทะเลใจ” และเป็นผู้ใช้สินค้าจากแบรนด์Allowrie ตัวจริง เจมส์จึงเป็นตัวแทนของพาร์ทเนอร์มืออาชีพที่มีความพิถีพิถัน และใส่ใจกับทุกจานที่ได้ทำ

เพื่อถ่ายทอดแนวคิดของความพิถีพิถันนี้สู่ผู้บริโภคAllowrie จึงเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ภายใต้แคมเปญ“Allowrie Most Pleasured ยกระดับทุกความพอใจ” โดยมีคอนเซปต์หลักคือ“Jamie’s Most Pleasured” บอกเล่าเรื่องราวการรังสรรค์เมนูพิเศษผ่านความมุ่งมั่นตั้งใจของเจมมี่เจมส์ ด้วยกิมมิคตัวเลข#43 หรือจำนวนจานที่เจมมี่เจมส์ พยายามพัฒนาสูตรขนมปังฝรั่งเศสที่มีส่วนผสมของเนยคุณภาพดี ให้เนื้อสัมผัสนุ่ม ชุ่มชื้น หอมมัน และมีสีเหลืองทองหรือBrioche เมนูที่ขึ้นชื่อเรื่องความยาก จนนำมาสู่“ความพยายามครั้งที่43” หรือจานได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจในที่สุด สะท้อนถึงมาตรฐานความใส่ใจที่Allowrie มอบให้คนไทยมาตลอด10 ปี เพื่อให้ทุกครั้งที่ผู้บริโภคหรือมืออาชีพเลือกใช้ จะได้รับความพอใจที่เหนือระดับในทุกจานอาหาร

นายธีรดนย์ศุภพันธุ์ภิญโญ(เจมมี่เจมส์) แบรนด์แอมบาสเดอร์ของAllowrie กล่าวว่า“ในฐานะคนที่กำลังศึกษาศาสตร์ของเบเกอรี่อย่างจริงจัง ผมเข้าใจดีว่าหัวใจสำคัญที่จะมองข้ามไม่ได้เลยคือวัตถุดิบที่มีคุณภาพ เพราะเบเกอรี่คือวิทยาศาสตร์ที่ต้องการความพิถีพิถัน ในทุกรายละเอียด โดยเฉพาะเนยที่ต้องมีคุณภาพสูงและสม่ำเสมอ เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด ซึ่งAllowrie คือพาร์ทเนอร์ที่ผมไว้วางใจให้มาช่วย ยกระดับทุกรสชาติ ของเมนูที่ผมสร้างสรรค์ เพื่อส่งต่อจานพิเศษของผมให้กับทุกคนครับ”

ร่วมสัมผัสแรงบันดาลใจจากความใส่ใจในระดับมืออาชีพ และรับชมภาพยนตร์โฆษณา“Jamie’s Most Pleasured” ได้ตั้งแต่วันนี้ที่ช่องทางโซเชียลมีเดียต่างๆ ของแบรนด์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...