“Allowrie” เปิดกลยุทธ์ “แบรนด์แห่งความพิถีพิถัน” สู่ผู้นำตลาดเนยอันดับ 1 ตลอด 10 ปีซ้อน พร้อมเปิดตัวแบรนด์แอมบาสเดอร์คนแรก “เจมมี่เจมส์” สะท้อนเชฟรุ่นใหม่ระดับมืออาชีพ ตั้งเป้าเติบโต 10% ภายในปี 2026
บริษัท เคซีจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) หรือKCG ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อโมเดิร์นไลฟ์สไตล์ ประกาศชัยชนะครั้งสำคัญส่งAllowrie (อลาวรี่) แบรนด์เนยและชีสพรีเมียมระดับโลก คว้าตำแหน่งผู้นำตลาดเนยอันดับ1 ในประเทศไทยต่อเนื่องยาวนานถึง10 ปีซ้อน โดยโชว์ศักยภาพส่วนแบ่งการตลาดมูลค่าตลาดสูงถึง49.5% ด้วยกลยุทธ์เบื้องหลังความสำเร็จ“แบรนด์แห่งความพิถีพิถัน” โดยอลาวรี่ตั้งเป้าเติบโต10 % ในปี2026 ต่อยอดภาพลักษณ์ของความใส่ใจในระดับมืออาชีพผ่าน“เจมมี่เจมส์– ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ” แบรนด์แอมบาสเดอร์คนแรกของAllowrie
{“ARInfo”:{“IsUseAR”:false},”Version”:”1.0.0″,”MakeupInfo”:{“IsUseMakeup”:false},”FaceliftInfo”:{“IsChangeEyeLift”:false,”IsChangeFacelift”:false,”IsChangePostureLift”:false,”IsChangeNose”:false,”IsChangeFaceChin”:false,”IsChangeMouth”:false,”IsChangeThinFace”:false},”BeautyInfo”:{“SwitchMedicatedAcne”:false,”IsAIBeauty”:false,”IsBrightEyes”:false,”IsSharpen”:false,”IsOldBeauty”:false,”IsReduceBlackEyes”:false},”HandlerInfo”:{“AppName”:2},”FilterInfo”:{“IsUseFilter”:false}}
นายดำรงชัยวิภาวัฒนกุลประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้อำนวยการบริษัทเคซีจีคอร์ปอเรชั่นจำกัด(มหาชน) หรือKCG เปิดเผยว่า“Allowrie เป็นแบรนด์ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน หรือเป็นตำนานมากว่า156 ปี และอยู่คู่คนไทยมายาวนานกว่า50 ปี ซึ่งความสำเร็จที่ทำให้เราครองส่วนแบ่งตลาดเนยอันดับ1 ในไทยอย่างต่อเนื่องถึง10 ปีซ้อนนี้ สะท้อนผ่านตัวเลขการครองสัดส่วนมูลค่าตลาดสูงถึง49.5% และในด้านปริมาณที่สูงถึง47.8% โดยปัจจัยหลักเกิดจากการมองเห็นโอกาสในตลาดที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งข้อมูลจากEuromonitor International ระบุว่าตลาดเนยในไทย ช่วงปี2019-2024 ขยายตัวเฉลี่ย(CAGR) 4.2%
โดยเฉพาะช่วงปี2023-2024 เติบโตสูงประมาณ10% สอดคล้องกับรายงานของNielsenIQ ปี2025 ที่ระบุว่าตลาดเนยมีอัตราการเติบโตประมาณ10% ต่อปี ข้อมูลเหล่านี้สะท้อนถึงพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับวัตถุดิบคุณภาพมากขึ้นและพร้อมจ่ายเพื่อประสบการณ์ที่ดีกว่า
หัวใจสำคัญที่ทำให้Allowrie รักษาความเป็นผู้นำตลาดได้อย่างยั่งยืน คือการยกระดับบทบาทจากการเป็นเพียงผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ไปสู่การสร้างจุดยืนเป็น“Trusted Provider” เพื่อทำหน้าที่เป็นคู่คิดที่ช่วยแก้ปัญหาให้พาร์ทเนอร์ธุรกิจ และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ เราใช้ความได้เปรียบจากการมีข้อมูลCustomer Insight ที่ลึกซึ้ง ผสานกับฐานข้อมูลเทรนด์อาหารทั่วโลกและเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย เข้ามาช่วยแก้Pain Point ให้กับลูกค้าได้อย่างตรงจุด โดยไม่ต้องยัดเยียดสิ่งที่ต้องการขายเพียงอย่างเดียว
นอกจากความมุ่งมั่นในด้านคุณภาพแล้ว เรายังให้ความสำคัญกับการสร้างมาตรฐานความยั่งยืนที่คนรุ่นใหม่มองหา เพื่อเป้าหมายในการนำแบรนด์ไทยก้าวไปสู่การเป็นRegional Brand ในระดับอาเซียนอย่างเต็มตัว ด้วยมาตรฐานความพิถีพิถันที่สม่ำเสมอในทุกจานอาหาร”
เจาะลึกConsumer Insight: การสร้างความได้เปรียบจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป
Premiumization & Western Bakery Culture: ในภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน แต่ตลาดเนยพรีเมียมยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากผู้บริโภคยอมจ่ายแพงกว่าเพื่อรสชาติและคุณภาพที่เหนือกว่า ประกอบกับการขยายตัวของวัฒนธรรมเบเกอรี่ตะวันตกและการแพร่หลายของเมนูขนมปังอาร์ทิซาน(Artisan Bread) ทำให้ความต้องการเนยชนิดจืด(Unsalted Butter) เพิ่มสูงขึ้น เพื่อความแม่นยำในการควบคุมรสชาติอาหาร เช่น อลาวรี่ เนยแท้ ชนิดจืด(Allowrie Pure Creamery Unsalted Butter) และอลาวรี่ เนยแท้ ชนิดเค็ม(Allowrie Pure Creamery Salted Butter)
Holistic Wellness & Creative Cooking: ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญกับสารอาหารมากขึ้น(Functional Nutrition) เช่น เนยที่มีไขมันดีหรือเสริมคุณประโยชน์ โดยเปลี่ยนพฤติกรรมมาเป็น“Creative Cooking” หรือการทำอาหารที่บ้านอย่างสร้างสรรค์ โดยคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพสูงเหมือนเชฟมืออาชีพเพื่อยกระดับมื้ออาหารของครอบครัว เช่น อลาวรี่ เนยแท้ ชนิดจืด(Allowrie Pure Creamery Unsalted Butter) และอลาวรี่ เนยแท้ ชนิดเค็ม(Allowrie Pure Creamery Salted Butter)
Affordable Premium & Sensory Experience: กลุ่มผู้บริโภคGen Z และMillennials มองหาความสะดวกสบายแต่ต้องมาพร้อมคุณภาพในรูปแบบสินค้าพร้อมใช้(Ready-to-use) ที่ยังคงรสชาติระดับพรีเมียม ที่สำคัญการตัดสินใจเลือกซื้อไม่ได้ขึ้นอยู่กับรสชาติเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึง“ประสบการณ์ทางประสาทสัมผัส”
(Multi-sensory) เช่น กลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์และเนื้อสัมผัสที่ช่วยเปลี่ยนมื้อธรรมดาให้กลายเป็นมื้อพิเศษเช่น อลาวรี่ ทรัฟเฟิล บัตเตอร์(Allowrie Truffle Butter)
ถอดบทเรียน4 วิธีคิด“แบรนด์แห่งความพิถีพิถัน” เบื้องหลังผู้นำตลาดตลอด10 ปีของAllowrie
[ บทพิสูจน์ความพิถีพิถันผ่านความสำเร็จระดับสากล ]
Allowrie พิสูจน์ความเป็นเบอร์1 ด้วยส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดในประเทศ การันตีด้วย รางวัลรับรองรสชาติระดับสากลSuperior Taste Award 2026 และ รางวัลสุดยอดแบรนด์ที่ได้รับความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจจากผู้บริโภคสูงสุดThailand’s Most Admired Brand โดยในปีนี้KCG และAllowrie พร้อมยกระดับสู่การเป็น“Trusted Provider” เต็มรูปแบบผ่านExcellence Center ที่ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจากทีมเชฟและนักวิจัย(R&D) ทำหน้าที่พัฒนาโซลูชันที่ปรับแต่งได้ตามความต้องการของลูกค้าแต่ละราย ไม่ว่าจะเป็นการคิดค้นสูตรหรือเมนูใหม่ๆ เพื่อเพิ่มยอดขายให้กับร้านค้า ไปจนถึงการปรับแต่งวัตถุดิบให้เหมาะสมกับกระบวนการผลิตของลูกค้า ซึ่งดูแลพาร์ทเนอร์B2B มานานกว่า14 ปี พร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมายNet Zero ในปี2050
[ นวัตกรรมแห่งความพิถีพิถันเพื่อคุณภาพและไลฟ์สไตล์ ]
นวัตกรรมเพื่อคุณภาพตอกย้ำความน่าเชื่อถือจากประวัติศาสตร์กว่า156 ปี ของการเป็นแบรนด์ออสเตรเลียแท้ที่ไม่เคยประนีประนอมในการคัดสรรนมดิบคุณภาพสูง เพื่อให้ได้เนยที่มีเนื้อสัมผัส(Texture) กลิ่นหอม และรสชาติที่คงที่สม่ำเสมอ(Consistency) ในทุกครั้งที่ใช้งาน ซึ่งเป็นมาตรฐานสูงสุดที่มืออาชีพไว้วางใจ
นวัตกรรมเพื่อไลฟ์สไตล์ เปลี่ยนConsumer Insight ให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความสะดวกสบาย(Convenience) เช่น“เนยนุ่ม” ที่ปาดได้ทันที แม้แช่เย็น, นวัตกรรมหลอดบีบ“Butter Squeeze”, “ชีสสควีซ” และผลิตภัณฑ์กลุ่มSpecialty & Wellness อย่าง“เนยผสมเห็ดทรัฟเฟิล” ที่ช่วยยกระดับการทำอาหารที่บ้าน(Home Cooking) ให้เหมือนมืออาชีพ
[ มาตรฐานความพิถีพิถันที่ครอบคลุมและเข้าถึงง่าย ]
ลงทุนกว่า350 ล้านบาท ในระบบLogistic Park และCold Chain Logistics ที่ผสานเทคโนโลยีAI เพื่อควบคุมคุณภาพสินค้าให้สดใหม่ครอบคลุม77 จังหวัดทั่วประเทศ จนได้รับการยอมรับจากวงการอาหารระดับFine Dining และโรงแรมหรู รวมถึงเชฟชั้นนำระดับประเทศ อาทิ เชฟวิลแมน ลีออง, เชฟเมย์–พัทธนันท์ และเชฟพลอย–ฐาติกานต์ ที่รังสรรค์เมนูสุดพิเศษด้วยวัตถุดิบหลักจากKCG และAllowrie
[ ตัวแทนแห่งความพิถีพิถันที่สะท้อนความเป็นมืออาชีพ ]
การเปิดตัว“เจมมี่เจมส์– ธีรดนย์ ศุภพันธุ์ภิญโญ” แบรนด์แอมบาสเดอร์คนแรกของAllowrie เพื่อเชื่อมต่อตำนาน156 ปี เข้ากับคนรุ่นใหม่ เจมมี่เจมส์ไม่ได้เป็นแค่ศิลปิน แต่เป็นคนรุ่นใหม่ที่เป็นนักธุรกิจ และเป็นเชฟที่มีPassion อย่างแท้จริง มีความละเมียดละมัย ใส่ใจรายละเอียด และให้ความสำคัญกับรสชาติมาเป็นอันดับ1 ซึ่งตรงกับDNA ของAllowrie ที่มีความเป็นมืออาชีพ, ความน่าเชื่อถือ และความมุ่งมั่นตั้งใจ ในฐานะเจ้าของร้านอาหาร“ทะเลใจ” และเป็นผู้ใช้สินค้าจากแบรนด์Allowrie ตัวจริง เจมส์จึงเป็นตัวแทนของพาร์ทเนอร์มืออาชีพที่มีความพิถีพิถัน และใส่ใจกับทุกจานที่ได้ทำ
เพื่อถ่ายทอดแนวคิดของความพิถีพิถันนี้สู่ผู้บริโภคAllowrie จึงเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ภายใต้แคมเปญ“Allowrie Most Pleasured ยกระดับทุกความพอใจ” โดยมีคอนเซปต์หลักคือ“Jamie’s Most Pleasured” บอกเล่าเรื่องราวการรังสรรค์เมนูพิเศษผ่านความมุ่งมั่นตั้งใจของเจมมี่เจมส์ ด้วยกิมมิคตัวเลข#43 หรือจำนวนจานที่เจมมี่เจมส์ พยายามพัฒนาสูตรขนมปังฝรั่งเศสที่มีส่วนผสมของเนยคุณภาพดี ให้เนื้อสัมผัสนุ่ม ชุ่มชื้น หอมมัน และมีสีเหลืองทองหรือBrioche เมนูที่ขึ้นชื่อเรื่องความยาก จนนำมาสู่“ความพยายามครั้งที่43” หรือจานได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจในที่สุด สะท้อนถึงมาตรฐานความใส่ใจที่Allowrie มอบให้คนไทยมาตลอด10 ปี เพื่อให้ทุกครั้งที่ผู้บริโภคหรือมืออาชีพเลือกใช้ จะได้รับความพอใจที่เหนือระดับในทุกจานอาหาร
นายธีรดนย์ศุภพันธุ์ภิญโญ(เจมมี่เจมส์) แบรนด์แอมบาสเดอร์ของAllowrie กล่าวว่า“ในฐานะคนที่กำลังศึกษาศาสตร์ของเบเกอรี่อย่างจริงจัง ผมเข้าใจดีว่าหัวใจสำคัญที่จะมองข้ามไม่ได้เลยคือวัตถุดิบที่มีคุณภาพ เพราะเบเกอรี่คือวิทยาศาสตร์ที่ต้องการความพิถีพิถัน ในทุกรายละเอียด โดยเฉพาะเนยที่ต้องมีคุณภาพสูงและสม่ำเสมอ เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด ซึ่งAllowrie คือพาร์ทเนอร์ที่ผมไว้วางใจให้มาช่วย ยกระดับทุกรสชาติ ของเมนูที่ผมสร้างสรรค์ เพื่อส่งต่อจานพิเศษของผมให้กับทุกคนครับ”
ร่วมสัมผัสแรงบันดาลใจจากความใส่ใจในระดับมืออาชีพ และรับชมภาพยนตร์โฆษณา“Jamie’s Most Pleasured” ได้ตั้งแต่วันนี้ที่ช่องทางโซเชียลมีเดียต่างๆ ของแบรนด์