โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รอง โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. ชี้แจงย้ำ 'อย่าบิดเบือน' คดีมาตรา 116 เป็นคดีชุดมลายู

VoiceTV

อัพเดต 14 พ.ค. เวลา 04.05 น. • เผยแพร่ 14 พ.ค. เวลา 03.40 น. • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์

วันที่ 14 พฤษภาคม 2569 พันเอก เอกวริทธิ์ ชอบชูผล รองโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ชี้แจงกรณีที่เพจของศูนย์ทนายความมุสลิม และสื่อสังคมออนไลน์บางส่วน เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับคดีการจัดกิจกรรมแต่งกายชุดมลายูท้องถิ่น ณ หาดวาสุกรี อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2565 โดยมีการใช้ถ้อยคำหรือสื่อสารในลักษณะที่อาจทำให้สังคมเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน ว่าเป็น “คดีชุดมลายู” หรือเป็นการดำเนินคดีจากการแต่งกายหรือการแสดงอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม นั้น

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอเรียนชี้แจงว่า คดีดังกล่าวเป็นคดีที่พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องในข้อหาเกี่ยวกับความผิดหลัก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 หรือข้อหา “ยุยงปลุกปั่น” และข้อหาอื่นๆ เช่น ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 209 อั้งยี่ มาตรา 210 ซ่องโจร ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ จากการนำข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และการฝ่าฝืนมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 จากพฤติการณ์ที่ปรากฏระหว่างการจัดกิจกรรมฯ ซึ่งจำเลยทั้ง 9 คน ถูกกล่าวหาว่าร่วมกันกระทำการบางประการอันเข้าข่ายความผิดตามกฎหมาย มิใช่การดำเนินคดีจากการแต่งกายด้วยชุดมลายู หรือการอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่นแต่อย่างใด

ทั้งนี้ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 กำหนดความผิดเกี่ยวกับการกระทำที่เป็นการทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีการอื่นใด อันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็น หรือติชมโดยสุจริต เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายหรือรัฐบาลโดยใช้กำลังข่มขืนใจ หรือเพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร

กรณีดังกล่าว ปัจจุบันอยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาของศาล ซึ่งทุกฝ่ายยังคงมีสิทธิ์ต่อสู้คดีและได้รับความเป็นธรรมตามกระบวนการยุติธรรมอย่างเต็มที่ ดังนั้น การสื่อสารต่อสาธารณะควรอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อไม่ให้เกิดการชี้นำหรือสร้างความเข้าใจผิดว่าการดำเนินคดีครั้งนี้เกี่ยวข้องกับการแต่งกาย การใช้ภาษา หรือการแสดงออกทางวัฒนธรรมของพี่น้องประชาชนในพื้นที่

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอเน้นย้ำว่า หน่วยงานของรัฐให้ความเคารพต่อความหลากหลายทางวัฒนธรรม วิถีชีวิต และอัตลักษณ์ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มาโดยตลอด รวมทั้งสนับสนุนกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่อยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ การบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่รัฐยึดหลักนิติธรรม ความเสมอภาค และพิจารณาจากพฤติการณ์แห่งคดีเป็นสำคัญ มิได้มีเป้าหมายต่อกลุ่มชาติพันธุ์ ศาสนา หรืออัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมใดโดยเฉพาะ พร้อมขอให้ประชาชนใช้วิจารณญาณในการรับและเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารจากสื่อสังคมออนไลน์ และติดตามข้อเท็จจริงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือกระบวนการยุติธรรมเป็นหลัก

อย่างไรก็ตาม การเผยแพร่ข้อมูลหรือสื่อสารในลักษณะที่บิดเบือนข้อเท็จจริงของคดี อาจทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิดต่อกระบวนการยุติธรรม และส่งผลกระทบต่อบรรยากาศแห่งความเข้าใจและความไว้วางใจในสังคม จึงขอความร่วมมือทุกภาคส่วนในการนำเสนอข้อมูลอย่างรอบด้าน ยึดข้อเท็จจริง และหลีกเลี่ยงการสร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนต่อสาธารณชน

ที่มา : กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...