โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

น้าสาวแฉทั้งน้ำตา! เผยชีวิตคู่หลานสาว ก่อนถูกผัวโหดซ้อมดับสลด ยิ่งฟังยิ่งหดหู่

สยามนิวส์

เผยแพร่ 14 พ.ค. เวลา 08.55 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
วันที่ 14 พฤษภาคม 2569 มีรายงานความคืบหน้าคดีชายวัย 42 ปี ขับรถยนต์เข้ามอบตัวที่ สภ.บางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี หลังยอมรับว่าก่อเหตุทำร้ายร่างกาย น.ส.บี (นามสมมติ) หญิงคนสนิทจนเสียชีวิต โดยอ้างปมหึงหวงและความสัมพันธ์ส่วนตัว

วันที่ 14 พฤษภาคม 2569 มีรายงานความคืบหน้าคดีชายวัย 42 ปี ขับรถยนต์เข้ามอบตัวที่ สภ.บางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี หลังยอมรับว่าก่อเหตุทำร้ายร่างกาย น.ส.บี (นามสมมติ) หญิงคนสนิทจนเสียชีวิต โดยอ้างปมหึงหวงและความสัมพันธ์ส่วนตัว

ต่อมาเมื่อเวลา 13.00 น. วันเดียวกัน พ่อ แม่ และน้าสาวของ น.ส.บี เดินทางมายัง สภ.บางบัวทอง เพื่อให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน รวมถึงติดตามความคืบหน้าของคดี โดยทันทีที่มาถึงและเห็นรถยนต์ซึ่งยังมีร่างของ น.ส.บี อยู่ภายใน ครอบครัวต่างร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจ

พ่อและแม่ของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ตลอดเวลาที่รู้จักกัน ฝ่ายชายไม่เคยแสดงพฤติกรรมรุนแรงให้ครอบครัวเห็น และไม่เคยทราบมาก่อนว่าลูกสาวถูกทำร้ายร่างกาย เนื่องจากผู้ก่อเหตุมักช่วยดูแลครอบครัว ด้วยการขับรถรับส่งพ่อแม่ของผู้เสียชีวิตไปขายของที่ตลาดเป็นประจำทุกวัน

ด้าน นางสาวแก้วตา (นามสมมติ) น้าสาวของ น.ส.บี เปิดเผยว่า ตนสนิทกับทั้งสองฝ่าย และทราบดีว่าผู้ก่อเหตุยังไม่ได้เลิกรากับภรรยาตามกฎหมาย โดยที่ผ่านมาภรรยาหลวงมักโทรศัพท์มาต่อว่า น.ส.บี เป็นประจำ เพื่อขอให้ยุติความสัมพันธ์กับฝ่ายชาย ขณะเดียวกัน น้าสาวของผู้เสียชีวิต ระบุอีกว่า ช่วง 3 - 4 เดือนที่ผ่านมา น.ส.บี พยายามตีตัวออกห่างและขอเลิกกับฝ่ายชายหลายครั้ง แต่ฝ่ายชายไม่ยินยอม กระทั่ง น.ส.บี ยอมรับว่ากำลังคบหากับชายอีกคน ทำให้ผู้ก่อเหตุเกิดความหึงหวงและเคยลงมือทำร้ายร่างกายมาแล้วหลายครั้งในช่วงเดือนที่ผ่านมา

นอกจากนี้ น้าสาวยังเล่าถึงเหตุการณ์เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคมที่ผ่านมา ขณะตนและ น.ส.บี นั่งรับประทานอาหารอยู่ที่ร้านแห่งหนึ่ง นายวินัยได้เดินทางมาด้วยอารมณ์โกรธ ตนจึงพยายามพูดให้กลับไปตั้งสติ ก่อนที่ฝ่ายชายจะเดินกลับไปที่รถ อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่ตนลุกไปเข้าห้องน้ำ ฝ่ายชายได้ย้อนกลับเข้ามาภายในร้านและตบหน้า น.ส.บี ถึง 2 ครั้ง เมื่อกลับออกมาเห็นสภาพใบหน้าของหลานสาวมีรอยแดงและดวงตาฟกช้ำ จึงรู้สึกโกรธมากและตั้งใจจะเข้าไปปกป้อง แต่ฝ่ายชายได้ออกจากร้านไปก่อนแล้ว

หลังจากนั้นไม่นาน ฝ่ายชายได้โทรศัพท์มาหา น.ส.บี และบังคับให้ออกไปพบที่แมนชั่น พร้อมขู่ว่าหากไม่ไปจะกลับมาสร้างความวุ่นวายที่ร้าน ทำให้ น.ส.บี ตัดสินใจออกจากร้านในช่วงเวลาประมาณ 22.00 - 23.00 น. ก่อนที่ครอบครัวจะไม่สามารถติดต่อได้อีก

น้าสาวยังเปิดเผยอีกว่า หลังเกิดเหตุ ตนได้ส่งข้อความไปตำหนิฝ่ายชาย ก่อนที่ฝ่ายชายจะตอบกลับมาว่า รู้สึกเสียใจที่เห็น น.ส.บี ไปโรงแรมกับชายอื่น และอ้างว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้ควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ จนก่อเหตุทำร้ายร่างกายกลางร้านอาหาร

ต่อมา เมื่อไม่สามารถติดต่อ น.ส.บี ได้ ตนจึงพยายามวิดีโอคอลไปหาฝ่ายชาย ซึ่งเจ้าตัวรับสายและอ้างว่า น.ส.บี ไม่สบายและกำลังนอนหลับอยู่ โดยขณะนั้นไม่มีใครรู้ว่า น.ส.บี ถูกทำร้ายจนเสียชีวิตแล้ว กระทั่งเวลาประมาณ 11.00 น. ของวันที่ 14 พฤษภาคม ครอบครัวจึงทราบข่าวการเสียชีวิตของ น.ส.บี อย่างเป็นทางการ

น้าสาวของผู้เสียชีวิต เปิดเผยเพิ่มเติมว่า น.ส.บี รู้จักกับฝ่ายชาย มาประมาณ 1 ปี หลังพบกันที่วินรถจักรยานยนต์รับจ้างย่านคลองถนน ภายหลังฝ่ายชายพ้นโทษออกจากเรือนจำ ก่อนมาประกอบอาชีพขับรถรับส่งผู้โดยสาร ส่วนรายละเอียดคดีเดิมนั้น ตนไม่ทราบข้อมูล

ทั้งนี้ น้าสาวของผู้เสียชีวิต ยังฝากถึงนายวินัยว่า มันไม่ใช่ลูกผู้ชาย ใจหมามาก เลวที่สุด รับไม่ได้ เคยตักเตือนแล้วจากเหตุการณ์ที่เคยทำร้ายหลานสาวหลายครั้ง ส่วนกรณีที่ผู้ก่อเหตุสลดในครั้งนี้อ้างว่า เป็นการบันดาลโทสะ น้าสาวของผู้เสียชีวิต ระบุว่า ตนไม่ทราบว่าผู้ก่อเหตุทำร้ายหลานสาวยังไง จนถึงขั้นเสียชีวิต แต่อยากให้ตำรวจดำเนินคดีถึงที่สุด

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...