ชาวบ้านเชื่ออุตุฯบอกฝนตก รีบเผาป่าหวังเก็บผักหวาน-เห็ดเผาะ สุดท้าย มาแต่ลม ไฟยิ่งลามหนัก ฝุ่นฟุ้งทั้งจังหวัด
ชาวบ้านเชื่ออุตุฯบอกฝนตก รีบเผาป่าหวังเก็บผักหวาน-เห็ดเผาะ สุดท้าย มาแต่ลม ไฟยิ่งลามหนัก ฝุ่นฟุ้งทั้งจังหวัด
เมื่อวันที่ 1 เมษายนน.ส.โสภา สงคราม ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 2 (สคพ.ที่ 2 ) กรมควบคุมมลพิษ(คพ.) จ.ลำปาง กล่าวถึงปัญหาฝุ่น PM 2.5 ในฐานะที่ต้องติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศใน 4 จังหวัด ได้แก่ ลำปาง พะเยา แพร่ และน่าน ว่า ฝุ่น PM2.5 โดยทั่วไปจะเกิดจากการเผาไหม้ในพื้นที่โล่ง เช่น พื้นที่ป่า เกษตร ชุมชนและริมทาง จากการเผาไหม้ของเตาเผาอุตสาหกรรม การก่อสร้าง การผลิตของโรงงาน รวมถึงมลพิษไอเสียของเครื่องยนต์ดีเซล
“รูปแบบการเกิดปัญหา จ.ลำปาง ช่วงต้นเดือนมีนาคมถึงกลางเดือนเมษายนเป็นประจำทุกปี และมีค่าฝุ่น PM2.5 สูงสุด 1 ใน 5 ของประเทศ ลำปางมีภูมิประเทศเป็นแอ่ง เวลาเกิดมลพิษไฟป่าหมอกควันมันจะสะสมในพื้นที่ ไม่ไปไหน เรื่องฝุ่นลำปางขึ้นชื่อว่าติด Top 5 ตลอด เราเรียกว่าลักษณะธรณีสัณฐานล้อมรอบด้วยภูเขา ส่วนปัจจัยเสริมเกิดจากภาวะอุตุนิยมวิทยา ทิศทางลมและฝนทิ้งช่วง” น.ส.โสภา กล่าว
โดย ผอ.สคพ.ที่ 2 กล่าวถึงสถานการณ์ฝุ่นควัน PM 2.5 ที่กำลังวิกฤตทั่วภาคเหนือขณะนี้ว่า อาจมีจุดเริ่มต้นจากภาวะอุตุนิยมวิทยา
”ต้องเข้าใจวิถีชีวิตชาวบ้าน ยกตัวอย่างเมื่อวันที่ 3-6 มีนาคมที่ผ่านมา จำได้ไหมว่ากรมอุตุฯ พยากรณ์ว่าจะมีฝนและพายุในพื้นที่ 70-80 เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นวันที่ 1 กับ 2 เลยเผากันจนพี่ตกใจมาก ลำปาง Hot spot ขึ้นอันดับ 1 ของประเทศ เรียกผู้อำนวยการส่วนการจัดการคุณภาพอากาศและเสียงมาคุย ท่านบอกว่าเพราะกรมอุตุฯไปพยากรณ์ว่าจะมีฝนตกเริ่มตั้งแต่ 3 มีนาคม ชาวบ้านเขาเผาเพื่อหาของป่า เป็นความเชื่อว่าเผาแล้วพอฝนตกจะเกิดเห็ดถอบหรือเห็ดเผาะ ผักหวาน สมัยนี้ข้อมูลถึงชาวบ้านไวพอเขารู้ว่าฝนจะตกเลยเผา เรื่องภาวะอุตุนิยมวิทยาก็มีผลเช่นกัน” น.ส.โสภา กล่าว
ผอ.สคพ.ที่ 2 กล่าวว่า แม้จะเป็นสำนักงานที่มีหน้าที่ควบคุมมลพิษ แต่ที่ควบคุมไม่ได้คืออุตุนิยมวิทยากับสัณฐานธรณี
“แทนที่ฝนจะมาตามพยากรณ์กลับไม่มา มาแต่ลม แต่เราสามารถควบคุมเรื่องการเผาได้ เพราะ 90 %ของการเผาเกิดในพื้นที่ป่าไม้ พื้นที่เกษตร 5 % และชุมชน ริมทาง ยานพาหนะ อีก 5% เมื่อเป็นพื้นที่ป่าเราจะทำอย่างไร บางทีชาวบ้านอยู่ติดกับเขาหาของป่า ป่าเป็นธนาคารอาหารของเขาก็มีส่วนนะ ความเห็นส่วนตัวคิดว่าหาของป่า เนื่องจากปีที่แล้วมีเชื้อเพลิงสะสมเยอะ การจุดไฟนิดเดียวก็ลุกลามได้ ปีที่แล้ว 2568 เราพยายามควบคุม Hot spot หลายพื้นที่ในพื้นที่สูงมีเชื้อเพลิงสะสมเยอะ ปีที่แล้วเราค่อนข้างทำดีเมื่อเทียบกับปี 2567 แต่ปีนี้เชื้อเพลิงสะสมเยอะมันอั้นไม่อยู่” ผอ.สคพ.2 กล่าว
น.ส.โสภา กล่าวถึงกรณีเชื้อเพลิงสะสมว่า สคพ.ที่ 2 ได้เสนอแนวทางแก้ไขปัญหาโดยมี2 ระยะ คือระยะเร่งด่วน กับระยะถัดไป
“ระยะเร่งด่วนถ้าเป็นพื้นที่ป่าไม้สร้างความเข้าใจกับชาวบ้าน กับชุมชนชายขอบถึงพิษภัยของ PM 2.5 ความเชื่อในการเผาเพื่อหาของป่า ในพื้นที่เกษตรต้องสนับสนุนศักยภาพชุมชนบริหารจัดการเชื้อเพลิงเศษซากวัสดุการเกษตร นำไปใช้ประโยชน์หรือสร้างมูลค่าเพิ่มแทนการเผา ส่วนพื้นที่ชุมชนยังมีประชาชนบางส่วนเข้าใจว่าหากไม่มีประกาศห้ามเผา สามารถเผาได้ จริงๆคือการเผาสามารถกระทำได้ในเขตชุมชนทุกกรณี”น.ส.โสภา กล่าว
“ระยะถัดไป ให้เกิดความยั่งยืนระยะยาวไม่ใช่เพียงทำแนวกันไฟ การป้องกันยังรวมถึงการสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้กับประชาชน มั่นคงในชีวิต เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ถ้ามีความเป็นอยู่ที่ดีก็ไม่จำเป็นต้องเผาเพื่อหาอาหารหรือหารายได้ การเผาทำลายสุขภาพ ทำลายพื้นที่ส่งผลกระทบเป็นวงจรการเผาไม่มีที่สิ้นสุด รวมถึงการจัดการปัญหาหมอกควันข้ามแดนเพิ่มความร่วมมือในการลดเผาในระดับภูมิภาค เป็นความท้าทายในการแก้ปัญหาต่อไป“ น.ส.โสภา กล่าว
ผอ.สคพ.ที่ 2 ยังกล่าวถึง ปัญหาขยะมูลฝอยในพื้นที่ 4 จังหวัด มีที่กำจัดขยะทั้งหมด 254 แห่ง มีแค่ 5 แห่งที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ
“ในลำปางมีเพียง 2 แห่งที่ถูกต้องตามหลักวิชาการจากทั้งหมด 85 แห่ง บ่อกำจัดขยะที่ถูกต้องตามหลักวิชาการคือขุดหลุมลงไปแล้วต้องมีการปูพลาสติคอย่างหนา มีท่อรวบรวมน้ำขยะ ใน จ.ลำปาง มีถูกต้องเพียง 2 แห่ง ที่เหลือจะเป็นการขุดหลุมนำขยะไปเททิ้งแล้วฝังกลบแบบครั้งคราว พอการกำจัดขยะของเรามันขุดแบบไม่ถูกต้อง พอถึงหน้าแล้งก็เผา บางทีหลุมขยะของชุมชนก็ขุดใกล้พื้นที่ป่าเมื่อเผาก็ทำให้เกิดไฟลุกไหม้” น.ส.โสภา กล่าวและว่า
“สคพ.2 กำลังคิดว่าจะเสนอต่อคณะกรรมการขยะสิ่งปฏิกูลมูลฝอยของจังหวัดให้มีการปิดบ่อขยะขุดหลุมที่ไม่ถูกต้องในพื้นที่ป่าก่อน หลุมพวกนี้ในเหมือนขนมครกวันดีคืนดีก็ไปเผาเพราะจะลดปริมาณขยะลงซึ่งมันไม่ถูกต้องกลายเป็นไฟป่า”
ผอ.สคพ.2 กล่าวอีกว่า การกำจัดขยะของพื้นที่ชุมชนในภาคเหนือยังพึ่งพิงปลายทางเป็นหลัก สิ่งที่ต้องผลักดันของ จ.ลำปาง มี 2 ประเด็นคือ ให้สถานที่กำจัดขยะถูกต้องตามหลักวิชาการ และสนับสนุนการลดคัดแยกขยะที่ต้นทาง หลุมเล็กหลุมน้อยที่ไม่ถูกต้องควรทำความเข้าใจกับองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เพื่อพยายามปิด
“บาง อปท.มี 15 หลุม แล้วอยู่ในป่า มันไม่ถูกต้องนะคะ หมู่บ้านใครหมู่บ้านมันเหมือนหลุมขนมครกเล็กๆน้อยๆ พอถึงเวลาไปแอบจุดกันแล้วก็ติด เวลาหลุมขยะอยู่ในป่าแล้วในป่ามีเชื้อเพลิงเยอะมันก็ไปติดไฟไหม้กันก็เยอะ เราจะเอาข้อมูลจุดความร้อน (Hot spot) ไปทาบพิกัดกับหลุมขยะถ้าตรงไหนมีการเผาซ้ำซากจะมีการเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดควรจะปิดไม่ให้ใช้งานหลุมนั้นเลยเพราะทำให้เกิด PM 2.5ด้วย” น.ส.โสภา กล่าว
ทั้งนี้ ผอ.สคพ.ที่ 2 กล่าวถึงการตรวจจับจำนวนจุดความร้อน โดยยืนยันว่า กรมควบคุมมลพิษมี air4thai เป็นแอพลิเคชั่นที่ถูกต้องของทางการไทย ซึ่งใช้อุปกรณ์ที่มีคุณภาพในการวัดพารามิเตอร์ทั้ง 6 ตัว ราคาประมาณ 8.9 ล้านบาท การเชื่อมข้อมูลไปให้กรมควบคุมมลพิษก็เป็นไปตามประกาศ เพราะฉะนั้นการตรวจจับ Hot spot ประชาชนสามารถมั่นใจข้อมูลเราได้
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ชาวบ้านเชื่ออุตุฯบอกฝนตก รีบเผาป่าหวังเก็บผักหวาน-เห็ดเผาะ สุดท้าย มาแต่ลม ไฟยิ่งลามหนัก ฝุ่นฟุ้งทั้งจังหวัด
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th