หุ้น UNIX เทรดวันแรกราคาเปิดที่ 2.14 บาท เพิ่มขึ้น 13.23% จาก IPO
#UNIX #ทันหุ้น-หุ้นบริษัท ยูนิคพลาสติก อินดัสตรี จำกัด(มหาชน) หรือ UNIX เป็น IPO ตัวแรกของปีนี้ เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ SET ราคาเปิดอยู่ที่ 2.14 บาท เพิ่มขึ้น 13.23% จากราคา IPO ที่หุ้นละ 1.89 บาท ด้าน”ทรีนีตี้”ให้ราคาเหมาะสมที่ 3.00 บาท
ความเคลื่อนไหวราคาหุ้น UNIX ราคาเปิดอยู่ที่ 2.14 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท หรือ 13.23% จากราคา IPO ที่หุ้นละ 1.89 บาท โดยมีมูลค่าการซื้อขาย 95.12 ล้านบาท
UNIX เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายฟิล์มและบรรจุภัณฑ์พลาสติกครบวงจร โดยมีสินค้าหลักได้แก่ 1) ฟิล์มและบรรจุภัณฑ์พลาสติกสำหรับบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อน บรรจุภัณฑ์บรรจุของหนัก และบรรจุภัณฑ์สำหรับอุตสาหกรรมทั่วไป และ 2) บรรจุภัณฑ์สำหรับสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น ถุงร้อน ถุงเย็น ถุงหูหิ้ว และถุงขยะ เป็นต้น ซึ่งจำหน่ายภายใต้ตราสินค้าของบริษัท ได้แก่ ตรากุญแจ และตรามิตรภาพ ซึ่งมีกำลังผลิตรวมกันมากกว่า 60,000 ตันต่อปี
ทั้งนี้ UNIX เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนเป็นครั้งแรกจำนวน 180 ล้านหุ้น โดยเสนอขายให้แก่บุคคลตามดุลยพินิจของผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ผู้มีอุปการคุณของบริษัท กรรมการ ผู้บริหาร และ/ หรือพนักงานของบริษัทและบริษัทย่อย ระหว่างวันที่ 23-25 มีนาคม 2569 ในราคาหุ้นละ 1.89 บาท คิดเป็นมูลค่าระดมทุน 340.20 ล้านบาท โดยมีบริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน) เป็นที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายโดยไม่รับประกันการจำหน่าย
สำหรับเงินที่ได้จากการระดมทุน จะนำไปลงทุนในเครื่องจักรที่ทันสมัย เพื่อขยายกำลังการผลิตและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โดยส่วนที่เหลือจะใช้ชำระคืนเงินกู้ยืมกับสถาบันการเงิน เพื่อลดต้นทุนทางการเงินและเสริมสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจ รองรับโอกาสการเติบโตใหม่ ๆ ในอนาคต รวมถึงใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ
**ทรีนีตี้ให้ราคาเป้าหมาย 3.00 บาท
บล.ทรีนีตี้ ให้ราคาเป้าหมายหุ้น UNIX ที่ 3.00 บาท โดยคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2568-2570 ไว้ที่ 149.50 ล้านบาท, 173.35 ล้านบาท และ 186.84 ล้านบาทตามลำดับ คิดเป็นอัตราการเติบโต 25.09% ,15.95% และ 7.78% ตามลำดับ โดยกำไรที่เพิ่มขึ้นมีปัจจัยหนุนจากรายได้จากการขายที่ขยายตัวควบคู่กับอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับดีขึ้น จากประสิทธิภาพกระบวนการผลิตที่สูงขึ้น การลดของเสียและผลประหยัดต่อขนาดภายใต้ระดับการใช้กำลังการผลิตที่มากกว่า 80%
ทั้งนี้ ในปี 2570 อัตรากำไรขั้นต้นคาดว่าจะอ่อนตัวลงเล็กน้อย จากภาระค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น ภายหลังการติดตั้งเครื่องจักรใหม่ในช่วงปลายปี 2569