โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ไทยแรงต่อ 3 ปี ธุรกิจตั้งใหม่เพิ่ม 472 ราย

The Bangkok Insight

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • The Bangkok Insight

ธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ไทยแรงไม่หยุด 3 ปี ธุรกิจตั้งใหม่เพิ่ม 472 ราย เงินลงทุนรวม 1.85 หมื่นล้าน ปี 2568 ส่งออกแผงวงจรไฟฟ้าทุบสถิติ 3.64 แสนล้านบาท ขึ้นแท่นฐานผลิตอิเล็กทรอนิกส์ภูมิภาค

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมการผลิตส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์และแผงวงจรไฟฟ้า ถือเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่สำคัญของเศรษฐกิจไทย

อิเล็กทรอนิกส์ไทย

ทั้งนี้ สินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ไทยครองมูลค่าการส่งออกอันดับ 1 ของประเทศ คิดเป็น 27.4% ของมูลค่าการส่งออกสินค้าทั้งหมด และประเทศไทยยังเป็นฐานการผลิตอิเล็กทรอนิกส์ลำดับที่ 14 ของโลก ในปี 2568 มีมูลค่าอนุมัติส่งเสริมการลงทุนในธุรกิจนี้สูงถึง 2.7 แสนล้านบาท โดยเน้นการลงทุนในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะเพื่อรองรับการเติบโตของดาต้าเซ็นเตอร์และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งมีความต้องการใช้เซมิคอนดักเตอร์สูงกว่ารถยนต์สันดาปถึง 6 เท่า

นอกจากนี้ ยังเป็นผลสืบเนื่องมาจากสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลให้เกิดการย้ายฐานการผลิตมายังภูมิภาคอาเซียน ทำให้ไทยได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติเพิ่มขึ้น ประกอบกับในปี 2568 ไทยได้ส่งออกแผงวงจรไฟฟ้าในสถิติใหม่พุ่งสูงสุด (New High) ที่ 3.64 แสนล้านบาท โดยมี ฮ่องกง ไต้หวัน และมาเลเซีย เป็นตลาดส่งออกสำคัญ สะท้อนความเชื่อมโยงของห่วงโซ่การผลิตอิเล็กทรอนิกส์ในภูมิภาค

เมื่อพิจารณาข้อมูลการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจในอุตสาหกรรมการผลิตส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์และแผงวงจรไฟฟ้าพบว่า มีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2566 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการลงทุน โดยมีธุรกิจจัดตั้งใหม่ 117 ราย ทุนจดทะเบียนสูงถึง 7,640 ล้านบาท สะท้อนความสนใจของนักลงทุนในการเข้ามาลงทุนหรือย้ายฐานการผลิตเชิงยุทธศาสตร์

พูนพงษ์ นัยนาภากรณ์

ต่อมาในปี 2567 ทุนจดทะเบียนปรับลดลงอยู่ที่ 3,379 ล้านบาท แต่จำนวนธุรกิจจัดตั้งใหม่กลับเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 176 ราย บ่งชี้ถึงการขยายตัวของระบบนิเวศธุรกิจ (Business Ecosystem) และล่าสุดปี 2568 ธุรกิจยังคงรักษาเสถียรภาพการเติบโต มีการจัดตั้งใหม่ 179 ราย และทุนจดทะเบียนเพิ่มขึ้นเป็น 7,491 ล้านบาท

ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (2566 - 2568) มีธุรกิจจัดตั้งใหม่สะสมรวมกว่า 472 ราย เงินลงทุนรวม 18,510 ล้านบาท ซึ่งเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ว่าประเทศไทยกำลังก้าวสู่การเป็น Electronic Manufacturing Hub ของภูมิภาค

ปัจจุบันอุตสาหกรรมดังกล่าวมีนิติบุคคลรวมทั้งสิ้น 1,168 ราย ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจขนาดเล็ก (S) คิดเป็น 80% ของจำนวนทั้งหมดในอุตสาหกรรมนี้ ขณะที่เงินลงทุนยังคงกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ (L) คิดเป็น 46.57% ของเงินลงทุนทั้งหมดในอุตสาหกรรมนี้

สำหรับผลประกอบการในปี 2567 พบว่า มีรายได้เติบโตอย่างก้าวกระโดด และสามารถทำกำไรสุทธิรวมสูงถึง 3.97 หมื่นล้านบาท สะท้อนถึงศักยภาพในการบริหารต้นทุนและความสามารถในการปรับตัวต่อความต้องการของตลาดโลก

อย่างไรก็ตาม แม้ไทยจะเป็นฐานการผลิตสำคัญของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ แต่ยังคงต้องพึ่งพาการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ในสัดส่วนสูงถึง 91.20% หรือประมาณ 2.48 แสนล้านบาท โดยมีประเทศญี่ปุ่น สิงคโปร์ และจีน เป็นนักลงทุนหลัก ขณะที่การลงทุนของผู้ประกอบการไทยอยู่ที่ 8.80%”

จากข้อมูลดังกล่าวสะท้อนว่า แม้ประเทศไทยจะมีความได้เปรียบด้านโครงสร้างพื้นฐาน การเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน และสิทธิประโยชน์ทางการค้า แต่ก็ต้องเผชิญความท้าทายในระยะยาวคือ การยกระดับเทคโนโลยีของผู้ประกอบการไทยให้ก้าวข้ามจากบทบาทผู้รับจ้างผลิต (OEM) ไปสู่การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมของตนเอง เพื่อลดการพึ่งพาเงินทุนจากต่างชาติ สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงที่มีการแข่งขันสูงในเวทีโลก

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...