ตร.เข้มเมาไม่ขับสงกรานต์ จับแล้ว 2,600 ราย ย่านรัชดาคุมเข้ม
สำนักงานตำรวจแห่งชาติเดินหน้าคุมเข้มมาตรการ “เมาไม่ขับ” ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 โดยเมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 11 เมษายน พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผู้บังคับการสอท.1 และรองโฆษก ตร. ลงพื้นที่จุดตรวจวัดแอลกอฮอล์บริเวณหน้าอาคารบุญถาวร ถนนรัชดาภิเษก
จุดดังกล่าวเป็นพื้นที่ตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ของงานตรวจพิสูจน์ผู้ขับขี่ กองกำกับการ 5 กองบังคับการตำรวจจราจร ซึ่งจัดกำลังเสริมภารกิจร่วมกับตำรวจนครบาล เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันอุบัติเหตุจากการดื่มแล้วขับในช่วงวันหยุดยาว
พล.ต.ท.ไตรรงค์ ระบุว่า ตำรวจได้เริ่มกวดขันวินัยจราจร 10 ข้อหาหลักอย่างจริงจังในช่วงสงกรานต์ โดยยกสถิติปีที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 13,000 ราย และผู้บาดเจ็บมากกว่า 800,000 ราย พร้อมตั้งเป้าลดความสูญเสียให้ได้ในปีนี้
ผลการปฏิบัติงานเพียง 1 วันที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่จับกุมผู้ขับขี่ในข้อหาเมาแล้วขับแล้ว 2,600 ราย จึงขอเตือนประชาชนให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อช่วยลดความเสี่ยงอุบัติเหตุบนท้องถนน ขณะที่ตำรวจจะคุมเข้มต่อเนื่องตลอดเทศกาลสงกรานต์
โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติอธิบายเพิ่มเติมว่า หากตรวจพบปริมาณแอลกอฮอล์เกิน 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จะถูกดำเนินคดีฐานเมาแล้วขับทันที แต่หากพบว่ามีการดื่มสุรามาแต่ระดับแอลกอฮอล์ยังไม่ถึงเกณฑ์ เจ้าหน้าที่จะให้พักที่จุดพักใจก่อน เมื่อร่างกายพร้อมจึงอนุญาตให้เดินทางต่อได้
ส่วนกรณีผู้ขับขี่ปฏิเสธการเป่าเครื่องวัดแอลกอฮอล์ หรือไม่ยอมเข้ารับการตรวจโดยไม่มีเหตุอันสมควร จะถือว่ามีความผิดฐานขับรถในขณะเมาสุรา และยังมีความผิดฐานขัดคำสั่งเจ้าพนักงานอีกด้วย
สำหรับขั้นตอนการตรวจวัดแอลกอฮอล์ ตำรวจยืนยันว่ามีมาตรฐานชัดเจน เริ่มจากการแจ้งขั้นตอนและมาตรฐานของเครื่องตรวจให้ผู้ขับขี่รับทราบ มีการบันทึกภาพเคลื่อนไหวแบบดิจิทัลไว้เป็นหลักฐานทุกครั้ง ใช้หลอดเป่าใหม่แกะซองต่อหน้าผู้รับการตรวจ และหากพบการทุจริตหรือประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่ สามารถแจ้งผู้บังคับการตำรวจจราจร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด หรือโทรสายด่วน 1599 ได้ทันที
ในส่วนของบทลงโทษข้อหาเมาแล้วขับนั้น หากกระทำผิดทั่วไป มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับ 5,000-20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ พร้อมพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ไม่น้อยกว่า 6 เดือน หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่
หากเมาแล้วขับจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ มีโทษจำคุก 1-5 ปี และปรับ 20,000-100,000 บาท พร้อมพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ไม่น้อยกว่า 1 ปี หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่
กรณีทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส มีโทษจำคุก 2-6 ปี และปรับ 40,000-120,000 บาท พร้อมพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ไม่น้อยกว่า 2 ปี หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่
ส่วนกรณีร้ายแรงที่สุด หากเมาแล้วขับจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต มีโทษจำคุก 3-10 ปี และปรับ 60,000-200,000 บาท พร้อมเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- สงกรานต์วันแรก ตาย 20 ราย จยย.ครองสถิติอุบัติเหตุสูงสุด
- สีสันกรุงเก่า ช้าง 10 เชือกเพนต์ลายสวยงาม ร่วมเล่นน้ำรับมหาสงกรานต์อยุธยาปี 69
- นายกฯ เปิดศูนย์ความปลอดภัยทางถนน สงกรานต์ 2569
- นายกฯ ย้ำ “ดื่มไม่ขับ” สงกรานต์ปลอดภัย คมนาคมเปิดวิ่งฟรีทางด่วน
- บขส. คึกคักแห่กลับภูมิลำเนาช่วงสงกรานต์ ตรึงราคาตั๋วช่วยประชาชน