โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ป.ป.ช. เร่งแก้กฎหมายต้านทุจริต คุมเข้มสินบนข้ามชาติ-นิติบุคคล รับมาตรฐาน OECD

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการแก้ไขพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 เพื่อปรับให้สอดคล้องกับมาตรฐานขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ OECD ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมให้ประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิกเต็มตัวภายในปี 2573

ทั้งนี้ ไทยได้ยื่นหนังสือแสดงเจตจำนงสมัครเป็นสมาชิก OECD อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 16 เมษายน 2567 และล่าสุดเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2568

คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ส่งมอบหนังสือแสดงเจตนารมณ์เพื่อเริ่มกระบวนการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการต่อต้านการให้สินบนแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐต่างประเทศในการทำธุรกรรมทางธุรกิจระหว่างประเทศให้แก่รองเลขาธิการ OECD แล้ว

ชำแหละจุดอ่อนกฎหมายไทย

จากรายงานการประเมินกรอบกฎหมายและนโยบายของประเทศไทยที่ OECD จัดทำขึ้น พบว่ากฎหมายต้านทุจริตของไทยยังมีช่องโหว่สำคัญ 3 ด้าน ได้แก่

หนึ่ง ความผิดฐานให้สินบนเจ้าหน้าที่รัฐต่างประเทศและองค์การระหว่างประเทศ

สอง ความรับผิดของนิติบุคคลในคดีสินบนข้ามชาติ

สาม การห้ามนำสินบนมาหักลดหย่อนภาษีอย่างชัดเจน

สำหรับประเด็นที่ ป.ป.ช. รับผิดชอบโดยตรงคือการแก้ไขมาตรา 176 ของ พ.ร.ป. ดังกล่าว ซึ่งครอบคลุม 2 เรื่องหลัก คือ การขยายขอบเขตความผิดฐานให้สินบนเจ้าหน้าที่รัฐต่างประเทศให้ชัดเจนและครอบคลุมยิ่งขึ้น และการปรับปรุงหลักเกณฑ์ความรับผิดของนิติบุคคล

ขยายนิยามคุมเข้มสินบนข้ามชาติ

ในด้านความผิดฐานให้สินบน มีแนวทางแก้ไขสำคัญหลายประการ อาทิ การขยายความให้ครอบคลุมการให้สินบนผ่านคนกลาง การให้สินบนแก่บุคคลที่สาม รวมถึงการให้สินบนเพื่อให้เจ้าหน้าที่กระทำหรืองดเว้นกระทำการ ไม่ว่าจะอยู่ในอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายหรือไม่ก็ตาม พร้อมทั้งปรับปรุงนิยามคำสำคัญต่าง ๆ เช่น "ผู้ใด" "ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด" และ "องค์การระหว่างประเทศ"

นอกจากนี้ยังมีแนวคิดตัดองค์ประกอบความผิดในส่วนที่ว่า "เพื่อประวิงการกระทำ" ออก เนื่องจากในทางปฏิบัติการให้สินบนมักมุ่งเร่งรัดการดำเนินการมากกว่าประวิงเวลา รวมถึงกำหนดให้การสมคบกันให้สินบนเป็นความผิดด้วย และปรับโทษจำคุกและโทษปรับให้ได้สัดส่วนกับโทษที่เจ้าหน้าที่รัฐไทยพึงได้รับ

คุมเข้มความรับผิดนิติบุคคล ปิดช่องหนีคดีผ่านควบรวมกิจการ

ในส่วนความรับผิดของนิติบุคคล มีประเด็นสำคัญที่ต้องแก้ไข ได้แก่ การกำหนดให้ชัดว่านิติบุคคลมีความรับผิดแยกต่างหากจากบุคคลธรรมดา โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ตัวการถูกฟ้องหรือพิพากษาลงโทษก่อน รวมทั้งปิดช่องว่างกรณีที่นิติบุคคลพยายามหลุดพ้นความรับผิดด้วยการปรับโครงสร้าง ควบรวม หรือถูกซื้อกิจการ

ขณะเดียวกัน ยังมีแนวทางกำหนดข้อยกเว้นความรับผิดเพิ่มเติม กล่าวคือ นอกจากการมีมาตรการควบคุมภายในที่เหมาะสมแล้ว นิติบุคคลยังต้องแสดงให้เห็นว่ามีการบังคับใช้มาตรการดังกล่าวอย่างมีประสิทธิภาพจริงด้วย พร้อมทั้งพิจารณาอายุความที่เหมาะสมในการดำเนินคดีกับนิติบุคคลด้วย

การแก้ไขกฎหมายครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วน ทั้งเจ้าหน้าที่รัฐ ภาคเอกชนที่ทำธุรกรรมระหว่างประเทศ รัฐวิสาหกิจ และประชาชนทั่วไป โดยมีเป้าหมายยกระดับมาตรฐานธรรมาภิบาลของไทยให้เทียบเท่าสากล เสริมความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนต่างชาติ และสนับสนุนการก้าวสู่การเป็นสมาชิก OECD อย่างสมบูรณ์ในอีก 7 ปีข้างหน้า

ที่มา: การรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการการเสนอแก้ไขพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย การป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานและหลักการของ OECD

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...