โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

เอกนัฏ แย้ม อาจปรับดีเซลลงก่อนสงกรานต์ แจงไม่ขยับตอนนี้ เพราะหนี้กองทุนน้ำมันสูง

MATICHON ONLINE

อัพเดต 46 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เอกนัฏ แย้ม อาจปรับดีเซลลงก่อนสงกรานต์ แจงไม่ขยับตอนนี้ เพราะหนี้กองทุนน้ำมันสูง

เมื่อวันที่ 10 เมษายน นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวในรายการกรรมกรข่าวคุยนอกจอ ชี้แจงถึงกรณีที่ ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวลดลงอย่างมาก และมีข้อเรียกร้องให้ภาครัฐปรับลดราคาน้ำมันดีเซลทันที ว่า ในหลักการสามารถปรับลดได้ แต่ต้องพิจารณาสถานะของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงควบคู่กันไป เนื่องจากปัจจุบันกองทุนยังคงติดลบอยู่ประมาณ 60,000 ล้านบาท

“แม้จะมีการปรับลดการอุดหนุนลง แต่กองทุนก็ยังไม่ได้กลับมาเป็นบวก โดยยังคงขาดทุนอยู่ทุกวัน ซึ่งคำว่าขาดทุนในที่นี้ถือว่าเป็นการขาดทุนในระดับสูง โดยในช่วงที่เกิดวิกฤตราคาน้ำมัน กองทุนเคยขาดทุนสูงถึงวันละกว่า 2,500 ล้านบาท ก่อนจะทยอยลดลงมาเหลือประมาณ 1,500 ล้านบาท หลังมีการปรับราคาหน้าปั๊ม และปัจจุบันยังคงขาดทุนอยู่ประมาณวันละ 400 ล้านบาท แม้จะถือว่าขาดทุนน้อยลง แต่ก็ยังอยู่ในภาวะติดลบ สถานการณ์ตอนนี้ถือเป็นข่าวดี คือสถานะกองทุนเริ่มดีขึ้น หากสามารถรักษาระดับแบบนี้ได้ ในที่สุดก็อาจจะสามารถลดราคาหน้าปั๊มลงได้” นายเอกนัฏกล่าว

เมื่อถามว่าการตัดสินใจไม่ลดราคาน้ำมันทันทีเป็นเรื่องยากหรือไม่ นายเอกนัฏระบุว่า ลดราคาได้ แต่ต้องใจแข็งหน่อย โดยย้ำว่าจำเป็นต้องอยู่กับความเป็นจริง เนื่องจากราคาน้ำมันมีหลายปัจจัย ทั้งปัจจัยในประเทศ เช่น ราคาหน้าโรงกลั่น และค่าการกลั่นที่ปรับลดลง รวมถึงปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้ โดยเฉพาะสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ก่อนหน้านี้มีความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยมีการประกาศว่าจะโจมตีกันอย่างรุนแรง ก่อนจะมีข่าวหยุดยิง แต่ในทางปฏิบัติยังไม่สามารถมั่นใจได้ว่าสถานการณ์จะสงบจริง ทำให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกยังมีความผันผวน จำเป็นต้องติดตามสถานการณ์แบบวันต่อวัน

อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดสิงคโปร์ปรับตัวลดลง จากที่เคยขึ้นไปแตะระดับสูงสุดประมาณ 292 เหรียญสหรัฐ เหลือประมาณ 200 เหรียญสหรัฐ ซึ่งถือว่าลดลงอย่างมาก และอาจเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ราคาน้ำมันในประเทศมีโอกาสปรับลดลง หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางคลี่คลาย และราคาน้ำมันในตลาดโลกทรงตัวหรือลดลงต่อเนื่อง สถานะกองทุนที่ดีขึ้น มีความเป็นไปได้ที่จะปรับลดราคาน้ำมันดีเซลลง โดยคาดว่าอาจมีข่าวดีในช่วงก่อนเทศกาลสงกรานต์

นายเอกนัฏกล่าวว่า หากกองทุนน้ำมันไม่ได้อยู่ในภาวะติดลบ หรือมีสถานะติดลบเพียงเล็กน้อย เช่น ประมาณ 10,000 ล้านบาท ก็จะสามารถปรับลดราคาน้ำมันดีเซลได้ทันทีถึง 5-10 บาทต่อลิตร โดยไม่เป็นภาระเพิ่มเติมต่อกองทุน แต่ในสถานการณ์ปัจจุบันที่กองทุนติดลบถึง 60,000 ล้านบาท จึงจำเป็นต้องชะลอการปรับลดราคาออกไปก่อน

นอกจากนี้ ยังได้กล่าวถึงแนวทางการบริหารกองทุนน้ำมันว่า หากมีการใช้อุดหนุนในลักษณะถาวร จะส่งผลให้เกิดการบิดเบือนราคาที่แท้จริง ทำให้ประชาชนเข้าใจว่าน้ำมันมีราคาถูก ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วจะต้องไปแบกรับภาระในอนาคต ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวได้เกิดขึ้นแล้วในปัจจุบัน

นายเอกนัฏกล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับกรณีการปรับจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันจากกลุ่มเบนซิน โดยเฉพาะแก๊สโซฮอล์ที่มีการปรับเพิ่มจากเดิมประมาณ 43 สตางค์ เป็น 3 บาทนั้น ที่ผ่านมากองทุนในส่วนของเบนซินมีสถานะขาดทุนมาอย่างต่อเนื่องนานกว่าหนึ่งเดือน และเพิ่งกลับมาเป็นบวกได้เป็นครั้งแรก จึงมีการจัดเก็บเงินเข้ากองทุน ในระบบกองทุนน้ำมันมีการแยกบริหารระหว่างกลุ่มดีเซลและเบนซิน อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ของกองทุนมีเสถียรภาพมากขึ้น สามารถปรับลดราคาน้ำมันกลุ่มเบนซินลงได้

“สัญญาณของการลดการอุดหนุน หมายถึง สถานการณ์ของกองทุนที่เริ่มดีขึ้น ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่โอกาสในการปรับลดราคาน้ำมันหน้าปั๊มในอนาคต หากสถานการณ์ตะวันออกกลางหยุดยิงได้จริง และราคาน้ำมันในตลาดโลกเข้าสู่ภาวะปกติ ราคาน้ำมันในประเทศจะไม่ปรับขึ้น และมีแนวโน้มทรงตัวหรือปรับลดลง” นายเอกนัฏกล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เอกนัฏ แย้ม อาจปรับดีเซลลงก่อนสงกรานต์ แจงไม่ขยับตอนนี้ เพราะหนี้กองทุนน้ำมันสูง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...