โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

สงครามทุบเช่าซื้อปี’69 ยอดจอง EV พุ่ง ไม่พอฟื้นตลาด

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 25 เม.ย. เวลา 09.03 น. • เผยแพร่ 26 เม.ย. เวลา 00.58 น.

ต้นปีที่ผ่านมาธุรกิจเช่าซื้อทำท่าจะไปได้ดี หลังจากยอดจองซื้อรถยนต์ในงาน “Motor Expo” ตอนปลายปีที่แล้ว และ “Motor Show” เมื่อต้นเดือน เม.ย. ออกมาดูดีเกินคาด อย่างไรก็ดีปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ที่เกิดขึ้น และทำท่าจะยืดเยื้อกว่าที่คิด ทำให้การทำธุรกิจยังน่าจะต้องเหนื่อยต่อไปอีก

สงครามยืดเยื้อทุบเช่าซื้อฟุบต่อ

นายศรัณย์ ทองธรรมชาติ ประธานสมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทย กล่าวว่า ช่วง 2 เดือนแรกยอดสินเชื่อเช่าซื้อขยายตัวได้ดี จากอานิสงส์ยอดขายรถยนต์ในงาน “Motor Expo” ช่วงปลายปี 2568 แต่หลังจากเดือน มี.ค.เริ่มเห็นสัญญาณชะลอตัว เป็นผลมาจากเกิดภาวะสงครามในตะวันออกกลาง อย่างไรก็ดีจากยอดจองซื้อรถในงาน “Motor Show” เดือน เม.ย.ออกมาค่อนข้างสูง จึงน่าจะทำให้ตัวเลขไตรมาสที่ 2 ยังสามารถเติบโตได้ แต่เชื่อว่าหลังสิ้นไตรมาส 2 ไปแล้วยอดขายรถยนต์และธุรกิจเช่าซื้อจะกลับมาซบเซาเหมือนเดิม

ขณะที่ภาพรวมยอดขายรถยนต์ทั้งปี 2569 คาดว่าน่าจะทรงตัว หรือลดลงเล็กน้อยอยู่ที่ราว 6-6.2 แสนคัน ซึ่งสถานการณ์สงครามเป็นปัจจัยสำคัญ แม้ว่าจะเจรจาสงบศึกได้แต่มีผลระยะยาวต่อราคาน้ำมัน ต้นทุนปรับเพิ่มขึ้น ส่งผลต่อกำลังซื้อผู้บริโภค เพราะหนี้ครัวเรือนยังอยู่ในระดับสูง และมีผลต่อความสามารถในการชำระหนี้ ทำให้สถาบันการเงินยังเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ โดยจะเห็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ทรงตัวในระดับสูง

“สงครามในตะวันออกกลางกระทบธุรกิจหลายมิติเป็นลูกโซ่ ทั้งกำลังซื้อ ความสามารถในการชำระหนี้ สะท้อนมายังคุณภาพสินเชื่อ ซึ่งขึ้นกับแต่ละไฟแนนซ์จะปรับตัวอย่างไร แต่เชื่อว่าหากรัฐบาลทำโครงการ “รถเก่าแลกรถใหม่” น่าจะเป็นผลดีช่วยกระตุ้นตลาดรถยนต์และเช่าซื้อได้ โดยเฉพาะกลุ่มรถกระบะที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจและราคาน้ำมันดีเซล ซึ่งต้องรอดูรายละเอียดของโครงการอีกครั้ง แต่เบื้องต้นตามข่าว 2 หมื่นคัน”

น้ำมันแพงรถ EV ขายดี

นายชัชฤทธิ์ ตั้งเถกิงเกียรติ์ ประธานกลุ่มสินเชื่อรถยนต์ ธนาคารทหารไทยธนชาต (ทีทีบี) กล่าวว่า แนวโน้มตลาดเช่าซื้อในปี 2569 ยังเห็นยอดสินเชื่อติดลบอ่อน ๆ สอดคล้องตามยอดขายรถยนต์ ซึ่งคาดทั้งปียอดขายน่าจะไม่ถึง 6 แสนคัน หรืออยู่ที่ราว 5.7 แสนคัน ใกล้เคียงกับปี 2567 จากเดิมประเมินยอดขายใกล้เคียงปี 2568 ที่อยู่ 6.1-6.2 แสนคัน ทั้งนี้ ปัจจัยมาจากสถานการณ์สงครามตะวันออกกลาง ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ส่งผลต่อกำลังซื้อและเงินในกระเป๋าของคนไทย

“แม้ว่าปัจจัยราคาน้ำมันแพง ทำให้เห็นสัญญาณการจองรถหรือซื้อรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) มากขึ้น แต่เป็นการโยกดีมานด์จากการซื้อรถสันดาปมาเป็นรถอีวี แต่หากดูยอดขายโดยรวมยังไม่สามารถชดเชยให้ยอดขายหรือยอดสินเชื่อกลับมาเป็นบวกได้”

โดยรถกระบะยังเป็นเซ็กเมนต์ที่น่ากังวล จะเห็นยอดขายปรับลดลงต่อเนื่องเหลือเพียง 1.8 แสนคัน จากปกติยอดขายรถกระบะจะอยู่ที่ราว 50% ของยอดขายรถทั้งหมด จากเดิมคาดว่าปี 2568 ยอดขายรถกระบะน่าจะถึงจุดต่ำสุด แต่ปีนี้ยอดขายน่าจะปรับลดลงอีก ส่วนหนึ่งมาจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้กลุ่มรถกระบะถูกกระทบมากกว่าเซ็กเมนต์อื่น ประกอบกับกลุ่มลูกค้ารถกระบะมีสัดส่วนลูกค้ากลุ่มเปราะบาง หรือกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ที่มีความอ่อนไหวต่อความผันผวนของเศรษฐกิจมากกว่ากลุ่มอื่น

ดังนั้นหากดูภาพรวมในไตรมาสที่ 2 ตัวเลขยอดขายรถยนต์ไม่ได้ปรับตัวดีขึ้น แต่ค่ายรถยนต์อีวีจะปรับตัวดีขึ้น เพราะดีมานด์ที่ถูกโยกมาจากรถยนต์สันดาป ทำให้ยอดขายรถสันดาปปรับลดลง โดยหากดูสัดส่วนยอดขายของรถยนต์อีวีในปี 2569 จากเดิมคาดว่าจะอยู่ที่ 20% ของยอดขายทั้งหมด แต่จากปัจจัยราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นคาดว่าสัดส่วนยอดขายจะเพิ่มขึ้นเป็น 23-25% จากปี 2568 อยู่ที่ราว 20-25% ของยอดขายทั้งหมด

ทีทีบี เน้นรถมือสอง-รถแลกเงิน

นายชัชฤทธิ์กล่าวว่า จากทิศทางยอดขายรถยนต์ในปี 2569 ดังกล่าว ธนาคารยังคงตั้งเป้าเติบโตสินเชื่อเช่าซื้อในแง่สินเชื่อปล่อยใหม่ เนื่องจากยังมีโอกาสเติบโตในแง่ส่วนแบ่งตลาด (มาร์เก็ตแชร์) โดยมุ่งเน้นในส่วนของรถมือสอง ตั้งเป้าเติบโต 15-20% ซึ่งเป็นสินเชื่อกลุ่มผลตอบแทนสูง (High Yield) ที่มีโอกาสขยายตัว และรถแลกเงิน คาดว่าเติบโต 25% อย่างไรก็ดีในส่วนของพอร์ตสินเชื่อคงค้างที่มีอยู่เกือบ 4 แสนล้านบาท จะพยายามรักษาพอร์ตไว้ในระดับเดิม หากดูในอุตสาหกรรมจะพบว่ายอดสินเชื่อคงค้างลดลงหลายปีต่อเนื่อง

“โทนตลาดปีนี้ไม่แน่นอน เราเห็นการสะวิงของดีมานด์รถน้ำมันไปสู่อีวีพอสมควร แต่โดยรวมตลาดยังคงไม่ได้กลับมาเป็นบวก เพราะเศรษฐกิจมีความผันผวน ส่วนหนี้เสียโดยรวมดีขึ้น แต่เราก็ยังต้องเฝ้าระวังจากความไม่แน่นอนที่อาจเข้ามากระทบ อย่างไรก็ดีหากดูพอร์ตรถยนต์อีวีเราถือว่าสัดส่วนค่อนข้างดีและชนะตลาด หากดู Adoption เราอยู่ 30-35% จากตลาดอยู่ที่ 25% เรายังเป็นพันธมิตรกับแบรนด์หลัก”

“กรุงศรีออโต้” รักษามาร์เก็ตแชร์

นางสาวชญาน์ธิป พันธุ์มณี ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านธุรกิจสินเชื่อยานยนต์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ในปีนี้กรุงศรีออโต้ประเมินว่ายอดขายรถยนต์ใหม่จะอยู่ที่ประมาณ 6 แสนคัน หรือลดลงราว 3% และยอดขายรถจักรยานยนต์ใหม่อยู่ที่ประมาณ 1.72 ล้านคัน หรือลดลงราว 1% เมื่อเทียบกับปี 2568 ส่งผลให้มูลค่ารวมตลาดสินเชื่อยานยนต์มีแนวโน้มอยู่ที่ 3.83 แสนล้านบาท ชะลอตัวลงราว 4%

ทั้งนี้ในส่วนของกรุงศรี ออโต้ ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อใหม่เติบโต 6% หรือคิดเป็น 1.62 แสนล้านบาท ควบคู่กับการรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดด้วยส่วนแบ่ง 1 ใน 4 หรือคิดเป็น 25% ของตลาดรวมภายในสิ้นปี 2569 ภายใต้กลยุทธ์ “Resilient Growth” ผ่าน 3 แกนหลัก ได้แก่ 1.ยกเครื่อง “กรุงศรี ออโต้ พร้อมสตาร์ต” 2.ปักธงเจ้าตลาด “ระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้ามือสองครบวงจร” รายแรกในประเทศไทย และ 3.ยกระดับประสบการณ์ที่ “มากกว่าสินเชื่อยานยนต์” โดยอยู่กับผู้ใช้รถในทุกจังหวะชีวิต ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นขอสินเชื่อจนสิ้นสุดสัญญา

“ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่รถยนต์อีวีได้รับความนิยมมากขึ้น แต่จะมากถึงขนาดที่สัดส่วนเกินกว่ารถยนต์ใช้น้ำมันไปขนาดไหนนั้นต้องพิจารณาปัจจัยอื่น ๆ ด้วย”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สงครามทุบเช่าซื้อปี’69 ยอดจอง EV พุ่ง ไม่พอฟื้นตลาด

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...