รีวิว OPPO Find X9 Ultra ครั้งแรกของอุตสาหกรรม กับกล้อง Hasselblad 50MP เทเลโฟโต้ ซูมออปติคอล 10 เท่า
OPPO Find X9 Ultra สมาร์ตโฟนกล้องระดับ "Ultra" และเป็นหนึ่งในครอบครัว OPPO Find X9 Series ที่พึ่งเปิดตัวไปช่วงเดือนตุลาคมปีที่แล้ว โดย OPPO Find X9 Ultra จะเข้ามาเติมเต็มความเป็นที่สุดของไลน์อัป ดังนั้น OPPO Find X9 Pro ที่ว่าเก่งและครบเครื่องมาก ๆ แล้ว OPPO Find X9 Ultra จะมีความเก่งเหมือนรุ่น Pro ทั้งหมด และถูกเพิ่มเติมให้มากกว่าด้วยความเก่งที่ก้าวข้ามขึ้นไปเป็นสมาร์ตโฟนที่เป็นจุดสูงสุดของพีรามิดสมาร์ตโฟนสายกล้องถ่ายรูปของ OPPO ณ เวลานี้ เลยก็ว่าได้ครับ
โดยจุดเด่นหลักของ OPPO Find X9 Ultra ก็คือ กล้องถ่ายรูป ที่มากับความเก่งเหมือน OPPO Find X9 Pro ทั้งหมด และถูกเพิ่มเติมความเก่งและเทคโนโลยีการถ่ายภาพจาก OPPO ที่เกินคำว่า "Pro" สู่มาตรฐาน "Ultra" ไม่ว่าจะเป็น ครั้งแรกและหนึ่งเดียวในอุตสาหกรรม กับกล้อง Hasselblad 50MP เทเลโฟโต้ซูมออปติคอล 10 เท่า พร้อมเทคโนโลยี Ultra-Sensingหรือจะเป็นการบันทึกวิดีโอคมชัดพิเศษที่ความละเอียดระดับ 8K รวมถึงการรองรับการบันทึกวิดีโอด้วยไฟล์ O-Log2 พร้อม ACES สาย Color Grading ถูกใจกันแน่นอน ทั้งหมดนี้แค่น้ำจิ้มเท่านั้น!
นอกจากนี้ ยังเป็นครั้งแรก! ที่ OPPO ยอมนำสมาร์ตโฟนในตระกูล OPPO Find X "Ultra" ออกจำหน่ายในระดับ Global Market รวมถึงในประเทศไทยด้วย สำหรับผมที่เป็นหนึ่งในแฟนคลับของ OPPO จึงเป็นอะไรที่พิเศษมาก ๆ ครับ กับการได้เห็นและมีโอกาสได้รีวิว รวมถึงมีโอกาสที่จะเป็นเจ้าของสมาร์ตโฟน OPPO Find X9 Ultra ในครั้งนี้ ถ้าถามว่าทำไมผมถึงตื่นเต้นขนาดนั้น? มาครับ! ตามผมมารับชมรับฟังถึงความเก่งและพิเศษของสมาร์ตโฟนรุ่นนี้ ที่ผมขอเล่าความตื่นเต้น ความประทับใจทั้งหมด ตลอดการได้ทดสอบสมาร์ตโฟนรุ่นนี้พร้อมกันผ่านบทความรีวิวนี้ แล้วเพื่อน ๆ อาจจะตกหลุมรักสมาร์ตโฟนรุ่นนี้เหมือนผมก็เป็นได้
เลือกอ่านตามหัวข้อ
1. Specification / รายละเอียดสเปก
2. Camera / กล้องถ่ายรูป
3. Video Recording / การบันทึกวิดีโอ
4. Design / งานออกแบบ
5. Performance / ประสิทธิภาพ
6. Wrap-up / บทสรุป
7. Price & Availability / ราคาและการวางจำหน่าย
Specification
รายละเอียดสเปกของ OPPO Find X9 Ultra
- จอแสดงผล LTPO AMOLED ขนาด 6.82 นิ้ว ความละเอียด 3168 x 1440 พิกเซล (QHD+)
— Refresh Rate 144Hz (Adaptive 1 - 144Hz)
— อัตราส่วน 19.8 : 9
— ความหนาแน่นพิกเซล 510 ppi
— ค่าความสว่างปกติ : 800nits
— ค่าความสว่างระดับสูง (HBM) : 1800nits
— ค่าความสว่างสูงสุด (Peak HDR) : 3600nits
— 10-bit Color Depth & 100% DCI-P3
— 2160Hz PWM Dimming (70 nits หรือต่ำกว่า)
— DC Dimming (สูงกว่า 70 nits)
— TÜV Rheinland Low Dynamic Interference
— รองรับ HDR vivid, Dolby Vision
— กระจกกันรอย Corning® Gorilla® Glass Victus® 2
— สแกนนิ้วมือบนหน้าจอ 3D Ultrasonic Fingerprint Scanner
— Splash Touch - ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon® 8 Elite Gen 5 Mobile PlatformTSMC 3nm
— ความเร็วสูงสุด 4.74GHz
— Modem : RF Qualcomm® X85 5G
— NPU : Qualcomm Hexagon NPU - GPU Qualcomm® Adreno™ 840
- RAM 12GB / 16GB (LPDDR5x)
- Storage 512GB / 1TB (UFS 4.1)
- OS : ColorOS 16 (Based on Android 16)
- กล้องถ่ายรูป "Penta" (5) Hasselblad Camera System
กล้องหลัก : เซนเซอร์ SONY LYT 901 ความละเอียด 200MP (F1.5)— ระยะ 23 mm.
— ขนาดเซนเซอร์ 1/1.12"
— ระบบกันสั่น OIS
กล้อง Telephoto (3X) : เซนเซอร์ OmniVision OV52A ความละเอียด 200MP (F2.2)
— ขนาดเซนเซอร์ 1/1.28''
— ระยะ 70 mm.
— ระยะโฟกัสต่ำสุด 15cm. (Minimum Focus Distance)
— ระบบเทโลโฟโต้ : Periscope
— ระบบกันสั่น OIS
กล้อง Telephoto (10X) : เซนเซอร์ SAMSUNG JNL ความละเอียด 50MP (F3.5)
— ขนาดเซนเซอร์ 1/2.75''
— ระยะ 230 mm.
— ระยะโฟกัสต่ำสุด 15cm. (Minimum Focus Distance)
— ระบบเทโลโฟโต้ : Quintuple Prism Reflection Periscope
— ระบบกันสั่น Sensor Shift Optical Stabilization
กล้อง Ultra Wide : เซนเซอร์ SONY LYT 600 ความละเอียด 50MP ( F2.0)
— ขนาดเซนเซอร์ 1/1.95"
— ระยะ 14 mm.
— ระบบ Auto Focus
กล้อง True Color Camera (F2.4)
— 3.2M Multispectral Pixels
— BSI Sensor
— 95° FOV
กล้องหน้า : เซนเซอร์ SAMSUNG JN5 ความละเอียด 50MP (F2.4)— ขนาดเซนเซอร์ 1/2.75"
— ระยะ 21 mm.
— ระบบ Auto Focus - การเชื่อมต่อ
Bluetooth 6.0
— SBC, AAC, LDAC, aptX, aptX HD, LHDC 5.0
— USB-C 3.2 Gen 1
Wi-Fi 7
— Wi-Fi 2.4GHz 2×2+Wi-Fi 5GHz 2×2 concurrent supported
— Wi-Fi 5GHz 160MHz supported
— Wi-Fi 6GHz 320MHz supported
— 2×2 MIMO supported
NFC
AI LinkBoost with OPPO NetworkBoost chip - รองรับซิมการ์ด Dual SIM
- รองรับเครือข่าย
— GSM : 850 / 900 / 1800 / 1900MHz
— WCDMA : Band 1 / 2 / 4 / 5 / 6 / 8 / 19
—LTE FDD : Band 1 / 2 / 3 / 4 / 5 / 7 / 8 / 12 / 13 / 17 / 18 / 19 / 20 / 25 / 26 / 28 / 32 / 66 / 71
—LTE TDD : Band 38 / 39 / 40 / 41 / 42
—5G NR : n1 / n2 / n3 / n5 / n7 / n8 / n12 / n20 / n25 / n26 / n28 / n38 / n40 / n41 / n66 / n71 / n75 / n77 / n78 / n79 - ไมค์รอบตัวเครื่อง 4 Mics
- ระบบสแกนนิ้วมือบนหน้าจอ (3D Ultrasonic Fingerprint Scanner)
- แบตเตอรี่ 7050mAh (OPPO Silicon-Carbon Battery)
— 100W SUPERVOOC (ผ่านสายชาร์จ)
— 55W Fast Charging สำหรับสายชาร์จ USB-PD
— ชาร์จไร้สาย 50W AIRVOOC (Wireless Charging)
— รองรับ Reverse Wired & Wireless Charging
— PowerCore Battery Management Chip - สีตัวเครื่อง
— สีส้ม Canyon Orange
— สีนํ้าตาล Tundra Umber
อุปกรณ์ภายในกล่อง
- ตัวเครื่อง OPPO Find X9 Ultra
- คู่มือการใช้งาน - การรับประกัน
- เข็มจิ้มถาดซิมการ์ด
- เคสซิลิโคนป้องกันตัวเครื่อง
- สายชาร์จ USB-C
- อแดปเตอร์ชาร์จไฟ 100W SUPERVOOC
Ultra Photography
ประสบการณ์กล้องระดับอัลตร้า
/ ระบบกล้อง Hasselblad Master 5 ตัว - กล้อง Hasselblad Master รุ่นใหม่ล่าสุด!
OPPO Find X9 Ultra มากับระบบกล้อง Hasselblad Master ใหม่ล่าสุด ถึง 5 ตัว โดยมีการเพิ่มกล้อง Hasselblad 50MP เทเลโฟโต้ ซูมออปติคอล 10 เท่า พร้อมเทคโนโลยี Ultra-Sensing เข้ามา เมื่อเทียบกับตอน OPPO Find X9 Pro พร้อมกับอัปเกรดระบบและเทคโนโลยีกล้องใหม่ทั้งหมด ซึ่งการเพิ่มจำนวนกล้องจาก 4 ตัว มาเป็น 5 ตัว จึงทำให้ OPPO Find X9 Ultra เป็นสมาร์ตโฟนรุ่นแรกของอุตสาหกรรมที่สามารถถ่ายภาพซูมที่ระยะ 10x แบบ Optical ได้ ณ ตอนนี้
กล้องทั้ง 5 พร้อมระบบกล้อง Hasselblad Master ใหม่ล่าสุด ประกอบด้วย
- กล้องหลัก : เซนเซอร์ SONY LYT 901 ความละเอียด 200MP (F1.5)— ระยะ 23 mm.
— ขนาดเซนเซอร์ 1/1.12"
— ระบบกันสั่น OIS
กล้อง Telephoto (3X) : เซนเซอร์ OmniVision OV52A ความละเอียด 200MP (F2.2)
— ขนาดเซนเซอร์ 1/1.28''
— ระยะ 70 mm.
— ระยะโฟกัสต่ำสุด 15cm. (Minimum Focus Distance)
— ระบบเทโลโฟโต้ : Periscope
— ระบบกันสั่น OIS
กล้อง Telephoto (10X) : เซนเซอร์ SAMSUNG JNL ความละเอียด 50MP (F3.5)
— ขนาดเซนเซอร์ 1/2.75''
— ระยะ 230 mm.
— ระยะโฟกัสต่ำสุด 15cm. (Minimum Focus Distance)
— ระบบเทโลโฟโต้ : Quintuple Prism Reflection Periscope
— ระบบกันสั่น Sensor Shift Optical Stabilization
กล้อง Ultra Wide : เซนเซอร์ SONY LYT 600 ความละเอียด 50MP ( F2.0)
— ขนาดเซนเซอร์ 1/1.95"
— ระยะ 14 mm.
— ระบบ Auto Focus
กล้อง True Color Camera (F2.4)
— 3.2M Multispectral Pixels
— BSI Sensor
— 95° FOV
/ หนึ่งเดียว! กับกล้อง Hasselblad 50MP เทเลโฟโต้ ซูมออปติคอล 10 เท่า พร้อมเทคโนโลยี Ultra-Sensing
มาถึงหมัดเด็ดและจุดขายหลักของ OPPO Find X9 Ultra ที่ต้องบอกเลยว่านี่คือ "สมาร์ตโฟนแอนดรอยด์เพียงรุ่นเดียวในตลาดปัจจุบัน" ที่สามารถทำได้ นั่นคือความเก่งกาจของกล้องเทเลโฟโต้ที่รองรับ การซูมออปติคอลแท้ ๆ ถึง 10 เท่า ด้วยกล้อง Hasselblad 50MP เทเลโฟโต้ ซูมออปติคอล 10 เท่า พร้อมเทคโนโลยี Ultra-Sensing ซึ่งการจะยัดระยะซูมไกลระดับนี้ลงในบอดี้สมาร์ตโฟนที่เพรียวบางได้
ทาง OPPO ต้องทำการบ้านหนักในการหานวัตกรรมมาใช้งานร่วมกับเซนเซอร์กล้องตัวนี้ จนได้คำตอบเป็นการสร้าง โครงสร้างปริทรรศน์สะท้อนแสงแบบปริซึม 5 ชั้น (Quintuple Prism Reflection Periscope) โดยหลักการทำงานคือ เมื่อแสงเข้าสู่หน้าเลนส์ จะถูกหักเหและสะท้อนแยกกันถึง 5 ครั้ง ซึ่งเส้นทางแสงลักษณะนี้จะช่วยลดความยาวของโมดูลกล้องลงได้ถึง 30% จึงเป็นกุญแจสำคัญทางวิศวกรรมที่ทำให้การติดตั้งเลนส์ 10x ลงในตัวเครื่องโทรศัพท์โดยตรงเกิดขึ้นได้จริง
นอกจากนี้ อีกหนึ่งความท้าทายของการซูมระดับ 10 เท่า คือ "อาการมือสั่น" และเนื่องจากโครงสร้างปริซึม 5 ชั้น นั้นยากต่อการใช้ระบบกันสั่นที่ตัวปริซึมแบบเดิมๆ ทาง OPPO จึงได้พัฒนาระบบกันสั่นแบบ Sensor Shift ขึ้นมาแทน ซึ่งให้ช่วงการกันสั่นที่กว้างเป็นพิเศษเป็นเบอร์ต้นๆ ของวงการ ทำให้การถือถ่ายภาพหรือวิดีโอด้วยมือเปล่าที่ระยะซูม 10x หรือ 20x ยังคงนิ่งและคมชัดได้อย่างน่าทึ่ง ยิ่งไปกว่านั้นในขั้นตอนการประกอบตัวเครื่อง ยังมีการใช้เทคโนโลยีการจัดวางชิ้นส่วนออปติกแบบแอคทีฟสามส่วน (Triple Active Optical Alignment) โดยใช้กล้องความแม่นยำสูงควบคุมการวางตำแหน่งของทั้งตัวเลนส์ เซนเซอร์รับภาพ และปริซึม ให้สอดประสานกันแบบเรียลไทม์ เพื่อรีดประสิทธิภาพความคมชัดออกมาให้ได้สูงสุดในทุกรายละเอียด
จากที่เล่าความเก่งทั้งหมดมา การผสานฮาร์ดแวร์และเซนเซอร์ความละเอียด 50MP เข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว จึงทำให้การซูมของ OPPO Find X9 Ultra นอกจากระยะ 10x ที่ทำได้ในระดับออปติคอลแล้ว ยังสามารถต่อยอดไปถึงการครอปภาพที่ระยะ 20 เท่า (20x) โดยยังคงคุณภาพระดับออปติคอล ไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบด้วยครับ และถ้าหากเราจำเป็นต้องซูมถ่ายในระยะที่ไกลกว่านี้ ก็ยังมีเทคโนโลยี Super Zoom ที่พร้อมทำงานและรองรับการถ่ายที่ระยะ 30 เท่าขึ้นไป โดยที่ยังรักษารายละเอียดไว้ได้อย่างดี
กล้องตัวนี้ จึงเข้ามาเปลี่ยนนิยามและทำให้สมาร์ตโฟนรุ่นนี้กลายเป็น "มือถือถ่ายคอนเสิร์ตที่ดีที่สุด" เพราะเราสามารถได้ภาพระยะไกลที่สวยและคมชัดได้โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเลนส์เสริม หรือ "บ้อง" เสริมก็ได้
ตัวอย่างภาพถ่ายระยะ 10x จากกล้อง Telephoto 50MP
/ กล้องหลัก Hasselblad 200MP พร้อมเทคโนโลยี Ultra-Sensing
กล้องหลักที่คมชัดที่สุดในอุตสาหกรรม คมชัดระดับ 200MP ถ่ายชัดระดับกล้อง DSLR มอบภาพสวยคมระดับโปร แม้ครอปก็ยังคมชัด นี่คือนิยามของกล้องหลักความละเอียด 200MP ที่มากับ OPPO Find X9 Ultra ในครั้งนี้ครับ โดยกล้องหลัก 200MP ใช้เซนเซอร์ Sony LYTIA 901 ขนาดใหญ่ 1/1.12 นิ้ว ถือเป็นเซนเซอร์ 200MP บนมือถือที่ใหญ่ที่สุดในเวลานี้ เมื่อบวกกับค่ารูรับแสง f/1.5 ทำให้กล้องตัวนี้มีความเก่งมาก ๆ ในการรับแสง ซึ่งเก่งเทียบเท่ากับเซนเซอร์ขนาด 1 นิ้ว ที่เป็นกล้องหลักบน OPPO Find X8 Ultra ในแง่ของการรับแสงเลยทีเดียวครับ
นอกจากนี้ ยังรองรับเทคโนโลยี Real-Time Triple Exposure ที่คอยบันทึกภาพซ้อน 3 ระดับความเข้มแสงในทุกเฟรม เมื่อทำงานร่วมกับระบบประมวลผล HDR เอกสิทธิ์เฉพาะของ OPPO จึงช่วยรักษา Dynamic Range ให้แม่นยำและสวยงามสม่ำเสมอ ตั้งแต่ตอนที่เราเล็งภาพพรีวิวบนหน้าจอไปจนถึงการกดดูรูปย้อนหลัง
LUMO Image Engine เอ็นจินประมวลผลภาพที่มีมาตั้งแต่ OPPO Find X9 Series ที่เข้ามาช่วยก้าวข้ามข้อจำกัดเดิม ๆ ของโหมดความละเอียดสูง โดยปกติแล้วการถ่ายภาพความละเอียดระดับนี้มักจะต้องแลกมากับการเกิด Noise และสูญเสีย Dynamic Range แต่ระบบนี้เข้ามาแก้ปัญหาด้วยการประสานพลังประมวลผลแบบคู่ขนานทั้งจาก CPU, GPU และ NPU เข้าด้วยกัน ทำให้เมื่อเปิดใช้งานโหมด Hasselblad Hi-Res อัลกอริทึมทั้งหมดก็ยังคงทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ ผลลัพธ์ที่ได้คือไฟล์ภาพ 200MP คุณภาพระดับโปร และมีความยืดหยุ่นสูงมากพอ สำหรับการนำไปครอปจัดองค์ประกอบใหม่ และให้ความคมชัดจนสามารถนำไปพิมพ์เป็นภาพขนาดใหญ่ได้สบาย ๆ อีกด้วย
นอกจากนี้ ด้วยความเก่งในด้านการประมวลผลภาพความละเอียดสูง จึงทำให้การถ่ายภาพระยะ 2x ที่ทำงานด้วย In-Sensor Zoom สามารถให้คุณภาพไฟล์ภาพเทียบชั้นกับการมีเลนส์ Optical เลยทีเดียว เพราะเมื่อเราทำการครอปภาพที่ระยะ 2 เท่า (หรือเทียบเท่าระยะ 50 มม.) ตัวกล้องก็ยังคงรักษาความละเอียดและรายละเอียดไว้ได้สูงถึง 50 ล้านพิกเซล กล้องหลักตัวนี้ จึงสามารถทำหน้าที่เป็นเลนส์เทเลโฟโต้ระยะสั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ แถมยังสว่างและคมชัดแม้ในสภาวะแสงน้อยด้วยอานิสงส์จากรูรับแสง f/1.5 ที่ดึงแสงเข้ามาได้เต็มที่
ตัวอย่างภาพถ่ายความละเอียดสูง โหมดถ่ายภาพ Hasselblad Hi-Res
ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลัก ความละเอียด 200MP
/ กล้อง Hasselblad 200MP เทเลโฟโต้พอร์ตเทรต 3 เท่า ระดับ Super
OPPO Find X9 Ultra มากับกล้อง Hasselblad 200MP เทเลโฟโต้พอร์ตเทรต 3 เท่า ระดับ Super ซึ่งคราวนี้เลือกใช้เลนส์ Hasselblad 200MP ระยะ 3x (Ultra Sensing Telephoto) ที่มาพร้อมเซนเซอร์ขนาด 1/1.28 นิ้ว ซึ่งถือเป็นเซนเซอร์เทเลโฟโต้ที่ใหญ่ที่สุดบนสมาร์ตโฟน เพื่อให้รองรับการทำงานร่วมกับเซนเซอร์ขนาดใหญ่แบบนี้ ทาง OPPO จึงมีการออกแบบปริซึมรับแสงพิเศษ หรือ Hyper Light Prism ที่มีโครงสร้างเลนส์นูนเฉพาะตัว ช่วยดันค่ารูรับแสงให้กว้างถึง f/2.2 ทำให้รับแสงได้สว่างกว่ามาตรฐานเดิมของ OPPO Find X9 Pro ถึง 136% และหากนำไปเทียบกับกล้องซูม 3x ความละเอียด 10MP ของสมาร์ตโฟนทั่วไป เลนส์ตัวนี้สามารถรับแสงได้มากกว่าถึง 890%
ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้อง Telephoto 3x ความละเอียด 200MP
/ ถ่าย Macro ที่เก็บทุกรายละเอียดได้คมชัด
อีกหนึ่งความสามารถที่ต่อยอดมาจากเซนเซอร์ใหม่ นั่นคือ การถ่ายภาพ Telemacro แบบซูมถ่ายจากระยะไกล ที่นอกจากช่วยให้ได้ภาพถ่ายที่ธรรมชาติแล้ว ยังมีความละเอียดสูง คมชัดด้วย ซึ่งเมื่อเราซูมถ่ายภาพเข้าไปตัวกล้องจะทำการครอปภาพโดยที่ยังคงรักษาคุณภาพพิกเซลระดับมาตรฐานไว้ได้ที่ 50MP ทำให้เราได้ภาพที่คมชัดเทียบเท่ากับการใช้เลนส์เทเลโฟโต้แบบ Optical 6x บน OPPO Find X8 Ultra นอกจากนี้ตัวกล้องยังมาสามารถใช้เลนส์ 3x จากตัวกล้อง Telephoto 200MP มาช่วยถ่ายภาพ Telemacro ด้วยระยะโฟกัสที่ใกล้สุดเพียง 15 เซนติเมตร ได้ด้วย ทำให้เราสามารถถ่ายภาพวัตถุขนาดเล็กจากระยะไกลหรือระยะใกล้ที่เหมาะสมได้โดยที่ตัวสมาร์ตโฟนไม่บังแสงและไม่ต้องขยับเข้าหาวัตถุให้เสียโมเมนต์ อย่างเช่น การถ่ายแมลง หรือ นก เป็นต้น
ตัวอย่างภาพถ่าย Telemacro
/ กล้องมุมกว้างพิเศษ 50MP
OPPO Find X9 Ultra มาพร้อมกล้องมุมกว้างพิเศษความละเอียด 50MP ใช้เซ็นเซอร์ขนาดใหญ่ 1/1.95 นิ้ว และรูรับแสง f/2.0 พร้อมระบบโฟกัสอัตโนมัติ ทำให้ตัวกล้องสามารถรับแสงได้มากขึ้นถึง 56% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า และยังทําให้ได้ภาพที่มีคุณภาพและความคมชัดดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เมื่อถ่ายภาพทิวทัศน์กว้างๆ หรือบันทึกวิดีโอแบบมุมกว้างพิเศษ
ตัวอย่างภาพถ่าย Ultra Wide
โหมดถ่ายภาพที่น่าสนใจของ OPPO Find X9 Ultra
/ Hasselblad Master
เป็นโหมดถ่ายภาพที่มีโทนสีจำลองภาพฟิล์มให้เลือก 9 แบบ ในการถ่ายภาพให้มีเอกลักษณ์และเล่าเรื่องผ่านภาพถ่ายได้ลึกและอินมากขึ้น โทนสีในโหมด Hasselblad Master จะมีความสอดคล้องกับสุนทรียภาพอันเป็นเอกลักษณ์ของกล้อง Hasselblad โดยมีลักษณะการไล่ระดับแสงที่นุ่มนวลและโทนสีกลางที่ละเอียดอ่อน ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของกล้องฟอร์แมตขนาดกลางระดับมืออาชีพ
ภายในโหมดนี้จะมีโทนสีฟิล์มจําลองแบบคลาสสิกให้เลือก 7 แบบ และโทนสีสไตล์ CCD อีก 2 แบบ ซึ่งเราสามารถปรับแต่งลักษณะการถ่ายภาพหรือค่าการถ่ายภาพในแบบฉบันของตนเองเพิ่มเติมได้ พร้อมกับบันทึกเป็นค่าการถ่ายไว้ล่วงหน้าเพื่อสะดวกในครั้งต่อไปได้ด้วยครับ รวมทั้งในโหมดนี้เราสามารถเลือกไฟล์ภาพถ่ายที่ต้องการได้ด้วย 4 รูปแบบไฟล์ คือ JPG, JPG MAX, RAW และ RAW MAX
ตัวอย่างภาพถ่ายด้วยโทนสีจากโหมดถ่ายภาพ Hasselblad Master
/ Hasselblad Portrait
โหมดถ่ายภาพที่ถูกออกแบบมาสำหรับการถ่ายภาพพอร์ตเทรตหรือภาพถ่ายบุคคลโดยเฉพาะ ซึ่งเมื่อเราเลือกใช้ Hasselblad Portrait ตัวกล้องจะประมวลผลและเข้าใจทันทีว่า เป้าหมายของการถ่ายภาพคือการถ่ายพอร์ตเทรต ดังนั้น เมื่อเราถ่ายภาพพอร์ตเทรตผ่านโหมดนี้ การประมวลผลภาพจะให้ความแม่นยําระดับเส้นผม พร้อมโบเก้ฉากหลังที่จําลองเลนส์ Hasselblad ระดับมืออาชีพ ในขณะเดียวกันจะทำงานร่วมกับกล้องสีสันสมจริงรุ่นใหม่ เข้ามาช่วยปรับโทนสีผิวดูเป็นธรรมชาติและแม่นยํา ไม่ว่าสภาพแสงจะเป็นอย่างไร
ในโหมด Hasselblad Portrait เราจะสามารถเลือกระยะการถ่ายได้ทั้งหมด 6 ระยะครับ (ตรง 1x ถ้ากดซ้ำจะขึ้นเป็นระยะ 35 มม.) โดยการเลือกใช้ระยะ 1x เป็นระยะที่จะใช้เซนเซอร์กล้องหลักในการถ่าย จะเหมาะสําหรับการถ่ายภาพบุคคลในสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ในขณะที่ตัวเลือก 3x (70 มม. หรือเทียบเท่า 85 มม.) และ 6x จะเหมาะสําหรับการถ่ายภาพครึ่งตัวแบบมืออาชีพ และเลนส์เทเลโฟโต้ 10x ที่เป็นความเก่งของรุ่นนี้ จะเหมาะสำหรับการถ่ายพอร์ตเทรตที่เน้นไปตัวบางโดยเฉพาะ ทําให้ภาพบุคคลนั้น ๆ ดูโดดเด่นและแยกตัวแบบออกจากฉากหลังได้อย่างชัดเจน เหมือนกับการใช้เลนส์เทเลโฟโต้โดยเฉพาะ
ตัวอย่างภาพถ่ายพอร์ตเทรตระยะต่าง ๆ จากโหมดถ่ายภาพ Hasselblad Portrait
/ Hasselblad XPAN
เป็นหนึ่งในโหมดถ่ายภาพที่ผมชอบมาก ๆ อีกโหมดของกล้องสมาร์ตโฟน OPPO Find X Series เลยล่ะครับ โดยโหมดถ่ายภาพ Hasselblad XPAN จะเป็นโหมดถ่ายภาพที่ให้มุมมองแบบภาพยนตร์ ที่นำเสนอมุมมองอัตราส่วนภาพ 65:24 ซึ่งเป็นมุมมองกว้างพิเศษที่เป็นเอกลักษณ์
สามารถเปลี่ยนทุกเฟรมที่อยู่ข้างหน้าของเราให้กลายเป็นมุมมองระดับภาพยนตร์ได้ ช่วยสะท้อนรูปลักษณ์และความรู้สึกที่กว้างขวางของฟิล์มไวด์ฟอร์แมต และยังมีฟิลเตอร์โทนสีสไตล์ภาพยนตร์ให้เลือกใช้งาน เพื่อเสริมอารมณ์ของภาพให้เข้าถึงได้ลึกขึ้นด้วย
ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมดถ่ายภาพ Hasselblad XPAN
Ultra Professional
ถ่ายงานวิดีโอระดับสูงก็ยังไหว!
นอกเหนือจากภาพนิ่งที่ทำผลงานได้ในระดับโปรแล้ว ฝั่งการถ่ายวิดีโอก็ถือเป็นการก้าวกระโดดครั้งใหญ่ของ OPPO Find X9 Series ด้วยเช่นกันครับ โดยประเดิมความสามารถแรกด้านงานวิดีโอกับการบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงสุด 8K ที่ 30fps ซึ่งนับเป็นครั้งแรกสำหรับสมาร์ทโฟนเรือธงจาก OPPO ที่สามารถดันคุณภาพไฟล์ฟุตเทจไปแตะระดับ 8K ได้สำเร็จ
ส่วนงานวิดีโอที่เน้นความลื่นไหลรวมถึงมิติแสงที่สมจริงระดับภาพยนตร์ ตัวเครื่องก็ยังรองรับการบันทึกวิดีโอ 4K 60fps แบบ Dolby Vision ที่ภาพวิดีโอที่เราบันทึกมาจะให้คอนทราสต์และสีสันสดใสในระดับ HDR โดยในความละเอียดนี้ยังยืดหยุ่นถึงขั้นที่สามารถดันระยะซูมวิดีโอได้ไกลสูงสุดถึง 30 เท่า ช่วยให้เก็บรายละเอียดของตัวแบบได้แม้จะอยู่ห่างออกไป
ตัวอย่างวิดีโอสั้น ถ่ายด้วย OPPO Find X9 Ultra : www.youtube.com/shorts/QaWS8O6SJPA
สำหรับเพื่อน ๆ สายทำโปรดักชันที่ต้องการนำไฟล์ไปเกรดสีต่อ ครั้งนี้ OPPO ได้อัปเกรดให้ OPPO Find X9 Ultra มากับโปรไฟล์ O-Log2 พร้อมการรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรม ACES (Academy Color Encoding System) ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นจากรุ่นก่อนหน้าอย่างก้าวกระโดด โปรไฟล์นี้จะช่วยรักษารายละเอียดในส่วนเงามืด (Shadows) ได้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และลดอาการเบลอของภาพลง ทำให้ได้ช่วงไดนามิกที่กว้างมากสำหรับการปรับแต่งสีในขั้นตอน Post-production และยิ่งไปกว่านั้นยังมีฟีเจอร์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้คนทำงานวิดีโอ คือการ รองรับการแสดงตัวอย่าง LUT แบบ Realtime และสามารถทำ LUT Burn-in ที่เปิดให้เราเช็กโทนสีหน้าเซ็ตและฝังสีที่ต้องการลงไปในไฟล์วิดีโอได้ทันทีโดยไม่ต้องไปเกรดดิ้งสีเพิ่มทีหลัง
ในส่วนของมิติสีที่เป็นเอกลักษณ์ เมื่อสลับมาใช้งาน โหมด Hasselblad Master รุ่นใหม่ ในการถ่ายทำ ระบบจะช่วยประมวลผลโทนสีให้มีความเที่ยงตรงและสมจริง ช่วยมอบสกินโทนและสภาพแสงที่ดูเป็นธรรมชาติ ให้ความรู้สึกและมิติของภาพที่สวยงามดุจการบันทึกด้วยกล้องใหญ่ระดับมืออาชีพ
/ OPPO Hasselblad Earth Explorer Kit
ปิดท้ายด้วยอุปกรณ์เสริมที่เกิดมาเพื่อทลายข้อจำกัดด้านระยะทางอย่าง OPPO Hasselblad Earth Explorer Kit ซึ่งเป็นชุดเลนส์เสริมภายนอกที่ออกแบบมาให้ทำงานร่วมกับฮาร์ดแวร์ของสมาร์ทโฟนได้อย่างสมบูรณ์แบบ ชุดเลนส์นี้จะเข้ามาปลดล็อกระยะการซูมภาพถ่ายให้ทะลุขีดจำกัดตั้งแต่ 13x ไปจนถึงระดับ 200x และที่น่าสนใจมากสำหรับสายถ่ายวิดีโอคือ เลนส์ตัวนี้รองรับการซูมในโหมดวิดีโอได้ตั้งแต่ระยะ 13x ไปจนถึง 60x ช่วยให้การเก็บฟุตเทจเจาะดีเทลจากระยะไกลมากๆ กลายเป็นเรื่องที่เป็นไปได้และให้ผลลัพธ์ที่หวังผลได้จริงครับ
Ultra Design
จากแรงบันดาลใจสู่ดีไซน์
OPPO Find X9 Ultra มากับสีตัวเครื่อง 2 สี คือ สีส้ม Canyon Orange และสีนํ้าตาล Tundra Umber โดยรอบนี้ผมได้สีตัวเครื่องสีน้ำตาล Tundra Umber มารีวิวให้ทุกคนได้ชมกันครับ
สำหรับ OPPO Find X9 Ultra สีตัวเครื่องสีน้ำตาล Tundra Umber จะมากับงานดีไซน์ที่แรงบันดาลใจจากกล้อง Hasselblad X2D 100C Earth Explorer Edition ซึ่งถอดแบบความคลาสสิกมาจากกล้องระดับตํานานอย่าง Hasselblad X2D ได้คล้ายกันจนให้ฟิลลิ่งถือจับที่ชวนนึกถึง โดยด้านหลังตัวเครื่องมีการจัดวางโลโก้ OPPO และ Hasselblad ในแนวนอนบนฝาหลังหนังวีแกน
ขยับมาที่กล้องด้านหลัง ที่ผิวกระจกของเลนส์กล้องจะมีการเคลือบผิวกระจกด้วย Dual Nano Lens Coating เป็นการเคลือบผิวเลนส์แบบ Nano-coating ทั้งสองด้าน ช่วยให้ได้ดัชนีหักเหแสงสูงและมีการกระจายแสงตํ่า ทำให้มั่นใจได้ในความคมชัดของภาพ พร้อมคุณสมบัติทนทานต่อรอยขีดข่วนที่ดียิ่งขึ้น
ในขณะที่ตัวโมดูลกล้องจะมีความโดดเด่นด้วยรายละเอียดรูปทรงหกเหลี่ยมที่จําลองมาจากใบรูรับแสงของเลนส์ระดับโปร ช่วยให้ตัวเครื่องมีรูปลักษณ์ที่พรีเมียม ส่วนบริเวณรอบโมดูลกล้องตกแต่งด้วยลวดลาย Knurling ที่มีความแม่นยําสูงจาก พร้อมกับการขึ้นรูปด้วย CNC มอบสัมผัสที่เหมือนกับวงแหวนโฟกัสของเลนส์กล้องดั้งเดิม พร้อมปิดท้ายด้วยวงกลมสีส้มอันเป็นเอกลักษณ์ของกล้อง Hasselblad เรียกว่าถอดแบบมาได้ครบและละเอียดสมกับเป็นมือถือขั้นสุดของ OPPO จริง ๆ ครับ
ด้านขวาของตัวเครื่องมีปุ่มกดสำหรับเพิ่ม-ลดเสียง (Volume), ปุ่มเปิด-ปิดตัวเครื่อง (Power) และปุ่มแบบสัมผัสสีส้มเอกลักษณ์ของ Hasselblad ซึ่งทาง OPPO เรียกว่า "Quick Button" เป็นปุ่มสำหรับใช้เพิ่ม-ลดระยะการซูมถ่ายภาพ (ระยะ X) ด้วยการแตะสไลด์ และยังเป็นปุ่มชัตเตอร์กล้องถ่ายรูปในตัวด้วยการแตะลงไป โดยตำแหน่งที่จัดวางปุ่ม Quick Button ทาง OPPO ได้ออกแบบมาให้ตอบรับการถือถ่ายภาพตัวเครื่องในแนวตั้งและแนวนอน ดังนั้นไม่ว่าจะถ่ายภาพไหนก็ใช้งานได้คล่องมือ
ด้านซ้ายของตัวเครื่องจะเป็นตำแหน่งของปุ่ม "Snap Key" ปุ่มกดเมนูลัด ซึ่งเราสามารถเข้าไปตั้งค่าการใช้งานในเมนู Snap Key ได้ว่าจะให้กดแล้วไปที่เมนูอะไรทันที โดยค่าเริ่มต้นจะเป็นการเรียกใช้ "AI Mind Space" ของ OPPO
ด้านล่างของตัวเครื่องจะเป็นตำแหน่งของลำโพงคู่สเตอริโอแบบสมมาตรระดับ Ultra โดยในตัวเครื่องมีมอเตอร์ระบบสั่น Bionic Haptic ที่ให้ประสบการณ์การรับชมและรับฟังได้สมจริงยิ่งขึ้น ขยับมาจะเป็นพอร์ตเชื่อมต่อ USB-C เวอร์ชั่น 3.2 Gen1 และช่องซิมการ์ด ซึ่งรองรับการใช้ซิมแบบ Dual SIM
พลิกกลับมาที่ด้านหน้าตัวเครื่องจะพบกับหน้าจอ AMOLED ขนาด 6.82 นิ้ว ความละเอียดระดับ QHD+ พร้อมขอบหน้าจอที่บางเฉียบ (Ultra Bazel) ตัวหน้าจอจะถูกครอบทับด้วยกระจกกันรอย Corning® Gorilla® Glass Victus® 2 ผสานเทคโนโลยี Splash Touch และเครื่องสแกนลายนิ้วมืออัลตราโซนิก 3 มิติ ที่ช่วยให้เราสามารถควบคุมหน้าจอและปลดล็อกได้อย่างแม่นยำแม้ในขณะมือเปียก
และตัวเครื่องของ OPPO Find X9 Ultra สร้างขึ้นด้วยโครงสร้าง OPPO Armour Shield ทำให้มีความทนทานรอบด้าน รวมทั้งยังทนทานต่อการตกกระแทก และยังมากับมาตรฐานการทนน้ำและฝุ่นขั้นสูงสุดของอุตสาหกรรมตอนนี้ IP66, IP68 และ IP69 (ทนต่อแรงดันน้ำและสามารถใช้งานใต้น้ำสะอาดที่ความลึกประมาณ 1.5 เมตร ในระยะเวลา 30 นาที และทนน้ำที่มีอุณหภูมิสูงประมาณ 70 - 80 องศาเซลเซียส ได้)
Ultra Experience
ประสบการณ์-ประสิทธิภาพ ขั้นสุดของสมาร์ตโฟน
/ Qualcomm Snapdragon® 8 Elite Gen 5, RAM LPDDR5x, Storage UFS 4.1
OPPO Find X9 Ultra มากับประสิทธิภาพการใช้งานและการประมวลผล "ขั้นสุด" บนสมาร์ตโฟน ณ เวลานี้แล้วล่ะครับ หรือก็คือฮาร์ดแวร์ทั้งหมดคือตัวท็อประดับสูงสุดของอุตสาหกรรมสมาร์ตโฟนแอนดรอยด์ในเวลานี้แล้ว โดยในด้านการประมวลผล OPPO เลือกชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 8 Elite Gen 5 ซึ่งเป็นชิปตัวท็อปสุดของ Qualcomm ในเวลานี้ ตัวชิปสามารถทำงานที่ความเร็วสูงสุด (Clock speed) 4.74GHz อัปเกรดประสิทธิภาพการประมวลผลเพิ่มขึ้นจากรุ่นก่อนประมาณ 20% และประหยัดพลังงานขึ้น 35%
มีกราฟิกการ์ด GPU Adreno ช่วยประมวลผลด้านกราฟิกโดยมีประสิทธิภาพกราฟิกเพิ่มขึ้นจากรุ่นก่อน 23% และประหยัดพลังงานขึ้น 20% และประหยัดพลังงาน SoC โดยรวมได้มากถึง 16% ทำงานร่วมกับหน่วยความจำ RAM ที่เป็น LPDDR5x และ Storage 4.1 ให้ประสิทธิภาพการอ่านเขียนข้อมูล (Read / Write) ที่รวดเร็วเกินใจแน่นอนครับ โดยรุ่นที่ผมได้มารีวิวให้ทุกคนได้อ่านกันจะเป็นรุ่น RAM 12GB และ Storage 512GB นะครับ
ผลคะแนนการทดสอบประสิทธิภาพด้วย Benchmark
/ ColorOS 16
ด้านซอฟต์แวร์ก็มากับระบบปฏิบัติการ ColorOS 16 บนพื้นฐานของ Android 16 เป็น OS ที่ขึ้นชื่อเรื่องความลื่นไหลต่อเนื่องในการสลับหน้าต่างใช้งานแอปฯ ต่าง ๆ ที่ทำได้เร็วและเรนเดอร์แอนิเมชันได้ราบรื่นต่อเนื่องอยู่แล้ว ในขณะที่ด้านอินเทอร์เฟซและการจัดเรียงวางเมนูการใช้งานต่าง ๆ ของ ColorOS 16 ก็มีความเข้าใจง่าย เป็นมิตรสำหรับผู้ใช้ใหม่ และให้ประสบการณ์การใช้งานที่ลื่นไหล ฉลาด รวมทั้งยังเป็น OS ที่รองรับการใช้งานหนัก ๆ ต่อเนื่องเป็นเวลานาน อย่างเช่น การถ่ายวิดีโอนาน ๆ หรือแก้ไขงานวิดีโอ-ภาพนิ่ง ที่ต้องใช้เวลาในการตัดต่อหรือปรับแต่ง ด้วยระบบบริหารจัดทรัพยากรบน ColorOS 16 ที่ทำได้ฉลาดและเก่ง จึงไม่ส่งผลให้เกิด Cache จนนำไปสู่อาการหน่วงหรือช้าลงแต่อย่างใด
นอกจากนี้เรายังสามารถเพิ่มความคล่องตัวและดึงประสิทธิภาพของตัวเครื่องให้สูงขึ้นจากปกติได้จากฟีเจอร์ RAM Expansion โดยรุ่นที่ผมได้มารีวิวให้เพื่อน ๆ อ่านกันอยู่นี้จะเป็น OPPO Find X9 Ultra รุ่น RAM 12GB ซึ่งเดิมพื้นที่ของ RAM บนตัวเครื่องก็ถือว่าเยอะมาก ๆ และเพียงพอต่อการใช้งานตั้งแต่ระดับเริ่มต้นถึงระดับสูงบนตัวเครื่อง แต่ฟีเจอร์ RAM Expansion จะช่วยให้เราสามารถดึงประสิทธิภาพของตัวเครื่องให้สูงขึ้นได้อีก ด้วยการขยายพื้นที่ของ RAM เพิ่มอีกถึง 12GB จากเดิม ทำให้บนตัวเครื่องจะมีพื้นที่ของ RAM รวมเป็น 24GB เลยทีเดียว (สามารถเข้าใช้งานได้ที่เมนูการตั้งค่า > เกี่ยวกับอุปกรณ์ > RAM)
และยังสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างแพลตฟอร์มอย่าง iOS ได้ไร้รอยต่อ เพราะฉะนั้นใครที่ใช้งานสองระบบผมรับรองเลยว่า คุณสามารถรับ-ส่งไฟล์ภาพถ่ายไปมากันสนุกแน่นอนครับ และ ColorOS ของ OPPO ยังได้รับคะแนนการทดสอบประสิทธิภาพ UI/OS จาก Master LU ของประเทศจีน ยกให้เป็น OS ที่ลื่นไหลและให้ประสบการณ์ใช้งานที่ดีที่สุดบนสมาร์ตโฟนแอนดรอยด์ในประเทศจีนในไตรมาสล่าสุดด้วย
/ แชร์ภาพและวิดีโอบน Instagram แบบแทบไม่สูญเสียรายละเอียด
อีกหนึ่งความสามารถที่ผมได้ทดสอบให้เพื่อน ๆ บนแฟนเพจรับชมกันไปแล้ว กับการถ่ายวิดีโอแล้วแชร์ผ่านแอปพลิเคชัน "Instagram" บน OPPO Find X9 Ultra ซึ่งตัวผมเองก็เป็นคนที่เล่นแพลตฟอร์มนี้บ่อยมาก จึงอยากรู้และให้ความสำคัญเรื่องนี้ด้วยเช่นกันครับ โดยจากที่ทดสอบไปก็ยืนยันครับว่า ถ้ากดถ่ายวิดีโอจาก IG โดยตรงแล้วโพสต์เลย ภาพวิดีโอที่ปรากฏจะมีความคมชัดไม่สูญเสียรายละเอียด ส่วนถ้าถ่ายจากกล้องแล้วโพสต์ขึ้นสตอรี่ ตัวแอปฯ IG ยังล็อกเฟรมเรทในการรับชมที่ 30fps เหมือนเดิมครับ
/ หน้าจอ AMOLED QHD+ ขนาด 6.82 นิ้ว 144Hz
จอแสดงผลของ OPPO Find X9 Ultra เป็นจอแสดงผลที่มากับเทคโนโลยีจอ AMOLED ขั้นสูง ดังนั้นประสบการณ์การรับชมคอนเทนต์ทั้งหมดภาพจอหรือจะรับชมวิดีโอที่ถ่ายมาบอกเลยว่าเต็มขั้น ได้อรรถรสการรับชม และสีสันสมจริงตกปกแน่นอนครับ โดยมากับขนาดจอ 6.82 นิ้ว ความละเอียดระดับ QHD+ มีค่า Refresh Rate 144Hz เลยนะครับ! นอกจากนี้ ยังมากับคุณสมบัติการแสดงผลของจออีกเพียบ
- รองรับการแสดงความลึกสี 10-bit หรือ 1.07 พันล้านสี
- แสดงสีสันครอบคลุมขอบเขตสี 100% DCI-P3
- ความหนาแน่นของพิกเซล 510 PPI (พิกเซลต่อนิ้ว)
- อัตราส่วนภาพ 19.8:9
- สนับสนุน Dolby Vision และ HDR Vivid
- ให้ความสว่างสูงสุด 3600 นิต เมื่อใช้งานกลางแจ้ง หรือ 1800 นิต ในโหมด HBM (ความสว่างทั่วไป 800 นิต)
- สามารถปรับความสว่างได้ต่ำถึง 1 นิต เพื่อการรับชมที่สบายตาในที่แสงน้อย
- ปกป้องดวงตาด้วยเทคโนโลยีปรับลดแสง PWM (Pulse Width Modulation) ที่ความถี่สูง 2160Hz (70 นิต หรือต่ำกว่า)
- DC Dimming (ที่ความสว่าง 70 นิต ขึ้นไป)
- ผ่านการรับรอง TÜV Rheinland Low Dynamic Interference
/ แบตเตอรี่ OPPO Silicon-Carbon ขนาดใหญ่ 7050mAh ชาร์จไว 100W SUPERVOOC
OPPO Find X9 Ultra มากับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 7050mAh โดยใช้เทคโนโลยีการผลิตแบตเตอรี่ Silicon-Carbon ของ OPPO จึงทำให้สามารถผลิตแบตเตอรี่ที่มีความจุขนาดใหญ่แต่กลับมาในขนาดเล็กได้ ดังนั้น จึงส่งผลให้ตัวเครื่องของ OPPO Find X9 Ultra ยังคงมีความบาง แต่มากับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ โดยขนาดแบตเตอรี่ 7050mAh ทำให้เราสามารถรับชมวิดีโอบน YouTube ต่อเนื่องได้นานถึง 31 ชั่วโมง หรือรับชมสตรีมมิ่งวิดีโอบน Netflix นาน 30 ชั่วโมง หรือใช้นำทางแผนที่ด้วย Google Maps ต่อเนื่องได้ยาวนานถึง 32 ชั่วโมง
ในด้านการชาร์จพลังงาน OPPO Find X9 Ultra มากับเทคโนโลยีชาร์จไว 100W SUPERVOOC ทำให้เราสามารถเสียบสายชาร์จทิ้งไว้เพียงช่วงเวลาสั้นๆ ในระหว่างอาบน้ำหรือชงกาแฟ ก็สามารถดันเปอร์เซ็นต์แบตเตอรี่ให้กลับมาเข้าเครื่องได้เกินครึ่งพร้อมใช้งานต่อได้ทันที นอกจากนี้ ยังรองรับระบบชาร์จไร้สาย (Wireless Charge) ความเร็วสูง 50W AIRVOOC และยังรองรับการชาร์จแบบ Reverse Charge ให้กับอุปกรณ์อื่นได้ด้วย
Wrap-up
บทสรุปของ OPPO Find X9 Ultra
OPPO Find X9 Ultra เป็นสมาร์ตโฟนระดับไฮเอนด์ ที่มากับระบบกล้องขั้นสุด Hasselblad Master 5 ตัวของ OPPO ด้วยกล้องที่มากถึง 5 ตัว และมีคุณภาพสูงมาก จึงทำให้ OPPO Find X9 Ultra มีเลนส์คุณภาพสูงถึง 8 ระยะ (14 mm. - 460 mm. และมาโคร) ในตัวเดียว ครอบคลุมทุกโจทย์การถ่ายภาพแทบจะทั้งหมด ทั้งในไลฟ์สไตล์หรือเดลี่ยูส รวมการใช้เป็นกล้องเก็บงานก็สามารถทำได้เช่นกัน
พร้อมกับความโดดเด่นยืนหนึ่งของอุตสาหกรรมเวลานี้ กับการเป็นสมาร์ตโฟนที่สามารถถ่ายภาพซูมระยะ 10x Optical ได้ ทำให้ตอบโจทย์คนที่มีไลฟ์สไตล์ต้องการภาพถ่ายระยะไกลที่คมชัดจากเซนเซอร์กล้องโดยตรง อย่างตัวผมเองในยามที่ต้องไปร่วมงานอีเวนซ์ต่าง ๆ แล้วมักจะถูกจับให้อยู่ไกลจากเวทีแต่ก็ต้องการภาพสวย ๆ มาฝากแฟนเพจ หรือสายคอนเสิร์ต ที่บางคอนเสิร์ตก็ไม่อนุญาตให้นำเลนส์เสริมเข้าไปได้ ดังนั้นการมี OPPO Find X9 Ultra ใช้งาน ก็สามารถปลดล็อกปัญหาเหล่านี้ได้ทันทีครับ เพราะระยะถ่าย 10x ของ OPPO Find X9 Ultra ก็เพียงพอที่จะให้ได้ภาพสวยคมติดมือกับมาแล้ว
ด้านงานวิดีโอ OPPO Find X9 Ultra รองรับการถ่ายงานวิดีโอระดับสูง ด้วยไฟล์ O-Log2 ที่พัฒนาขึ้นจากรุ่นก่อนหน้า ช่วยรักษารายละเอียดในส่วนเงาได้ดีขึ้น และลดการเบลอของภาพได้อย่างมาก ทําให้ได้ช่วงไดนามิกที่กว้างขึ้นสําหรับการปรับแต่งสี และยังได้รับการรับรองจาก Academy Color Encoding System (ACES) รวมทั้งยังรองรับ LUT แบบเรียลไทม์ และเบิร์นอิน LUT - รองรับ 3D LUT แบบใหม่ทั้งหมด และยังสามารถโหลด 3D LUT จากแหล่งอื่น (.cube) มาลงใช้ในอุปกรณ์ได้โดยตรงอีกด้วยครับ
นอกจากนี้ ยังมากับสเปกฮาร์ดแวร์ที่เป็นที่สุดของอุตสาหกรรมสมาร์ตโฟนแอนดรอยด์ในเวลานี้ ไม่ว่าจะเป็น ชิปเซ็ต Snapdragon 8 Elite Gen 5 แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 7050mAh ชาร์จไว 100W SUPERVOOC จอแสดงผลก็ใหญ่ขึ้นและให้อัตราการรีเฟรชสูงกว่าเมื่อเทียบกับ OPPO Find X9 Pro ดังนั้น OPPO Find X9 Ultra จึงเหมาะสำหรับคนที่ต้องการสมาร์ตโฟนเรือธง ที่มุ่งเน้นไปที่การใช้งานกล้องเป็นพิเศษ พร้อมกับสเปกตัวเครื่องที่สูง สามารถรองรับโจทย์ใช้งานทั้งด้านการนำไปถ่ายงานภาพนิ่งหรือวิดีโอ หรือไลฟ์สไตล์ที่ต้องการพกอุปกรณ์ถ่ายภาพแบบเครื่องเดียวจบ เป็นได้ทั้งกล้องที่พึ่งพาได้และสมาร์ตโฟนครับ
Price & Availability
ราคา การวางจำหน่าย และโปรโมชัน
ออปโป้ วางจำหน่าย OPPO Find X9 Ultra ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการด้วยกันทั้งหมด 2 สี คือ สีส้ม Canyon Orange และสีน้ำตาล Tundra Umber พร้อมรุ่นย่อยให้เลือกตามการใช้งาน 2 รุ่น คือ
- OPPO Find X9 Ultra รุ่น RAM 12GB + ROM 512GB ราคา 54,999 บาท
- OPPO Find X9 Ultra รุ่น RAM 16GB + ROM 1TB ราคา 69,999 บาท
สําหรับลูกค้าที่ซื้อ OPPO Find X9 Ultra สมาร์ตโฟนถ่ายภาพสวยระดับมืออาชีพ ระหว่างวันที่ 1 - 31 พฤษภาคม 2569 จะได้รับสิทธิพิเศษ ดังต่อไปนี้
- E-VIP Card มูลค่า 27,999 บาท ประกอบไปด้วย ประกันหน้าจอแตก จํานวน 1 ครั้ง ภายใน 2 ปี และประกันเลนส์กล้องหลัง จํานวน 1 ครั้ง ภายใน 1 ปี
- OPPO Find X9 Ultra Quicksand Shimmer Magnetic Case คละสี มูลค่า 1,099 บาท
- Trade Up เก่าแลกใหม่ ลดสูงสุด 22,000 บาท
สําหรับลูกค้าที่ซื้อ OPPO Find X9s สมาร์ตโฟนเที่ยวไหนก็ถ่ายสวย ระหว่างวันที่ 1 - 31 พฤษภาคม 2569 จะได้รับสิทธิพิเศษ ดังต่อไปนี้
- E-VIP Card มูลค่ารวม 19,999 บาท ประกอบด้วย ประกันหน้าจอแตก จํานวน 1 ครั้ง ภายใน 2 ปี และประกันเลนส์กล้องหลัง จํานวน 1 ครั้ง ภายใน 1 ปี
- Trade Up เก่าแลกใหม่ ลดสูงสุด 12,000 บาท
พร้อมเสริมศักยภาพการถ่ายภาพให้เหนือชั้นยิ่งขึ้นด้วย OPPO Hasselblad Earth Explorer Kit วางจำหน่ายในราคา 11,999 บาท
สําหรับลูกค้าที่ซื้อ OPPO Hasselblad Earth Explorer Kit ระหว่างวันที่ 1 - 31 พฤษภาคม 2569 จะได้รับสิทธิพิเศษ ดังต่อไปนี้
- Compact Photography Shoulder Bag มูลค่า 2,999 บาท
- Bundle Promotion ลด 1,000 บาท เมื่อซื้อคู่โทรศัพท์รุ่น OPPO Find X9 Ultra
*ของสมนาคุณมีจํานวนจํากัด เฉพาะร้านค้าที่ร่วมรายการเท่านั้น
**ลูกค้าจะต้องกดรับสิทธิ์ E-VIP Card ผ่านแอปพลิเคชัน MY OPPO เท่านั้น
***เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กําหนด บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิก หรือเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
สัมผัสกับประสบการณ์ระดับอัลตร้าได้แล้ววันนี้! ที่ OPPO Brand Shop ทุกสาขา, ช่องทางออนไลน์ Shopee : shopee.co.th/6AhKZ6Owp9, Lazada : lazada.co.th/s.Zgo0im, Tiktok Shop : tiktok.com/ZS9NMVBEaMS9A-MaQ5n และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ
#OPPOFindX9UltraTH
#HasselbladinPocket
#ถ่ายสวยระดับมืออาชีพ
#oppothailand
/ บทความรีวิวล่าสุด
รีวิว vivo Y31d สมาร์ตโฟนสำหรับไรเดอร์ตัวจริง! แบต 7200mAh จอสว่าง ทนทาน
รีวิว OPPO Enco Air5 Pro หูฟังไร้สาย TWS พร้อมตัดเสียงรบกวนเรียลไทม์ระดับ 55 เดซิเบล รองรับการใช้งาน 2 อุปกรณ์
ASUS Zenbook S14 (UX5406AA) โน้ตบุ๊กประสิทธิภาพระดับโปร ในดีไซน์สุดเพรียวบาง
รีวิว realme C100 5G มือถือจอมแกร่ง และ realme C100i สองพี่น้อง ‘C’ มือถือตัวคุ้มในงบหลักพัน!
รีวิว POCO X8 Pro สมาร์ตโฟนจอ 1.5K กล้อง 50MP แบตฯ 6500mAh พร้อมชาร์จไว 100W
—————
▶︎ อัปเดตข่าวสาร และบทความต่างๆ
คลิกดูต่อที่ insight-daily.com ได้เลย!