โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Jim Thompson Heritage Quarter ไลฟ์สไตล์แลนด์มาร์ก ใจกลางมหานครกรุงเทพฯ

@Kitchen Magazine

อัพเดต 14 พ.ย. 2565 เวลา 10.50 น. • เผยแพร่ 13 พ.ย. 2565 เวลา 23.00 น.

Jim Thompson (จิม ทอมป์สัน) แบรนด์ไอคอนิกไลฟ์สไตล์ระดับโลกของไทย เตรียมเปิดปฐมบทใหม่แห่งไลฟ์สไตล์เดสติเนชันสุดยิ่งใหญ่ใจกลางมหานครกรุงเทพฯ “Jim Thompson Heritage and Creative Quarter” ซึ่งนอกจากพิพิธภัณฑ์บ้านจิม ทอมป์สัน (Jim Thompson House Museum) อาณาจักรเรือนไทยอันงดงามที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก นักท่องเที่ยวยังจะได้พบกับโซนกิจกรรมและพื้นที่จัดแสดงใหม่อีกมากมาย ได้แก่ Museum about the Man, Home Furnishing Exhibition, Silk Café และIconic Store โฉมใหม่ รวมถึงJim Thompson Art Center ที่อยู่ใกล้เคียงกัน ตอบโจทย์ผู้มาเยือนและนักท่องเที่ยว ทั้งสายอาร์ต สายประวัติศาสตร์ และสายช้อปแบบครบจบในที่เดียว เพื่อเติมเต็มไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ที่เปี่ยมด้วยคุณค่าแห่งศิลปวัฒนธรรมและความสวยงามทันสมัยอย่างสมบูรณ์แบบ

Jim Thompson Heritage Quarter พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่ต้องการสัมผัสศิลปวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมอันงดงามของไทย ร่วมตื่นตาตื่นใจไปกับจิตวิญญาณแห่งการสร้างสรรค์นวัตกรรมอันโดดเด่น เพียงก้าวแรกที่เข้าสู่โครงการ ผู้มาเยือนจะได้ดื่มด่ำกับความวิจิตรงดงามของกลุ่มสถาปัตยกรรมเรือนไทยซึ่งเคยเป็นบ้านของจิม ทอมป์สัน และพื้นที่จัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันของราชาไหมไทย (The Thai Silk King) ตลอดจนได้แนวทางการสร้างบริษัทเพื่ออนุรักษ์วิถีการทอผ้าไหมแบบดั้งเดิมของไทย และการเปลี่ยนแปลงสู่อาณาจักรสมัยใหม่ในปัจจุบัน

โครงการมูลค่าหลายล้านดอลลาร์แห่งนี้ได้ขยายพื้นที่ออกไปถึง 1,400 ตร.ม. เพื่อเตรียมต้อนรับนักท่องเที่ยวจำนวนมาก แฟรงก์ แคนเซลโลนี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท อุตสาหกรรมไหมไทย จำกัด แบรนด์ จิม ทอมป์สัน บอกว่า “เรารู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่ได้ประกาศถึงการเดินทางสู่ตำนานบทใหม่ของอาณาจักรจิม ทอมป์สัน เราไม่ได้เป็นเพียงแบรนด์ไลฟ์สไตล์เท่านั้น แต่ยังเป็นแบรนด์ที่ก่อตั้งขึ้นโดยชายผู้ฟื้นคืนชีวิตให้กับอุตสาหกรรมผ้าไหมไทยและได้กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งต้นตำรับและคุณภาพระดับสูงของผ้าไหมไทยตราบจนทุกวันนี้ สำหรับการก่อสร้างโซนต่าง ๆ ในโครงการ คาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ 100% ในเดือนเมษายน 2566 โดยจะมีการเปิดบริการทั้งร้านอาหาร บาร์ และห้องจัดเลี้ยงอเนกประสงค์ ซึ่งทุกโซนจะสะท้อนถึงจิตวิญญาณและกลิ่นอายแห่งการต้อนรับอันอบอุ่นในแบบของจิม ทอมป์สัน อย่างชัดเจน”

ทำความรู้จักกับ Jim Thompson Heritage Quarter

ศูนย์กลางของโครงการ Jim Thompson Heritage Quarterยังคงเป็น Jim Thompson House Museum ซึ่งได้รับการดูแลรักษาอย่างดีให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ พิพิธภัณฑ์บ้านจิม ทอมป์สันเป็นกลุ่มเรือนไม้สักไทย 6 หลัง ซึ่งจิม ทอมป์สัน เป็นผู้เสาะแสวงหามาจากภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศไทย ในช่วงทศวรรษ 1950-1960 โดยทำการถอดแยกส่วนเรือนไทยและนำมาประกอบกันอีกครั้งในบริเวณบ้านซึ่งอยู่ใกล้กับชุมชนบ้านครัวช่างทอผ้าของเขา บ้านของจิม ทอมป์สันหลังนี้กลายเป็นพื้นที่จัดแสดงงานศิลป์ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ขนาดใหญ่ และหลังจากที่เขาหายตัวไปในมาเลเซียเมื่อปี ค.ศ. 1967 บ้านหลังนี้จึงถูกเปลี่ยนให้เป็นพิพิธภัณฑ์ตราบจนทุกวันนี้

นิทรรศการจัดแสดงเส้นทางและตัวตนของจิม ทอมป์สัน รวบรวมจากเอกสารบันทึกของมูลนิธิเจมส์ เอช ดับเบิลยู ทอมป์สัน (James H.W. Thompson Foundation) แสดงถึงอิทธิพลทางความคิดที่สำคัญและหลักชัยอันยิ่งใหญ่ของชีวิต นับตั้งแต่การทำงานช่วงแรกในฐานะสถาปนิกที่สหรัฐฯ มาจนถึงการสร้างชื่อเสียงในฐานะราชาไหมไทย จนกระทั่งหายสาบสูญไปในขณะเดินทางพักผ่อนที่มาเลเซียในปี ค.ศ. 1967

จิม ทอมป์สัน เคยทำงานเป็นทั้งเจ้าหน้าที่ข่าวกรองของกองทัพสหรัฐฯ ผู้ประกอบการธุรกิจผ้าไหม นักสะสมงานศิลปะผู้เชี่ยวชาญด้านเรือนไทยโบราณ และเป็นคนดังในแวดวงสังคมของกรุงเทพฯ ช่วงยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ความหลงใหลในงานหัตถศิลป์ของทอมป์สันทำให้เขามีความสัมพันธ์อันดีกับชุมชนทอผ้าบ้านครัว (ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามคลองกับบ้านจิม ทอมป์สัน) ซึ่งทำให้เขาได้รู้จักและเรียนรู้เทคนิคการผลิตผ้าไหมที่งดงามและมีคุณภาพ เขาทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเพื่ออนุรักษ์วิถีชีวิตและวัฒนธรรมพื้นบ้านของช่างทอพื้นบ้านและเกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมในท้องถิ่น

นิทรรศการยังแสดงถึงการเดินทางอันน่าอัศจรรย์ของผลิตภัณฑ์ผ้าไหมของจิม ทอมป์สัน ที่เดินทางไปสร้างชื่อเสียงตั้งแต่ Vogue ไปจนถึง Hollywood และ Broadway จนก้าวขึ้นเป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์ระดับโลกของไทยเพียงรายเดียว นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายของจิม ทอมป์สัน ตั้งแต่ทศวรรษ 1960

Home Furnishing Exhibition

พื้นที่จัดแสดงวิวัฒนาการสิ่งทอของจิม ทอมป์สัน หรือ The Evolving World of Jim Thompson Textiles จะเผยให้เห็นถึงเรื่องราวความเป็นมาของบริษัท อุตสาหกรรมไหมไทย จำกัด (Thai Silk Company Limited) และผู้สร้างสรรค์คนสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการดำเนินธุรกิจของบริษัท หลังการหายตัวไปของจิม ทอมป์สัน ในปี ค.ศ. 1967

ตลอดระยะเวลากว่า 6 ทศวรรษที่ผ่านมา บริษัทได้นำเสนอเอกลักษณ์อันโดดเด่นสู่อุตสาหกรรมครื่องตกแต่งบ้านมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยความอุตสาหะทุ่มเทและการสนับสนุนของกลุ่มบุคคลผู้มีชื่อเสียงของวงการอย่าง แจ็ค เลนอร์ ลาร์สัน, เจอราร์ด เพียซ, ทินนาถ นิสาลักษณ์, อู้ พหลโยธิน และอีกมากมาย ซึ่งนิทรรศการจะนำพาผู้ชมให้ได้สัมผัสถึงการทำงานและผลงานของนักออกแบบผู้สร้างสรรค์เหล่านี้ รวมถึงศักยภาพในการผลิตของบริษัทที่ยังคงขยายตัวและเติบโตอย่างต่อเนื่องมาตลอด 60 ปีที่ผ่านมา

The Iconic Store

พบกับไอคอนิกสโตร์โฉมใหม่ของจิม ทอมป์สันที่จะทำให้คุณตื่นตาตื่นใจ ทั้งการตกแต่งภายในและบรรยากาศภายนอกกับประสบการณ์การช้อปปิ้งรูปแบบใหม่ที่ไม่ซ้ำใคร นำเสนอผลิตภัณฑ์เครื่องแต่งกาย ทั้งชายและหญิง กระเป๋า เครื่องประดับ ของตกแต่งบ้าน และคอลเลกชันสุดเอ็กซ์คลูซีฟซึ่งมีจำหน่ายที่นี่เพียงแห่งเดียว

การตกแต่งภายในได้รับแรงบันดาลใจมาจากโทนสีแดงของเรือนไทยจิม ทอมป์สัน และถูกออกแบบใหม่ให้เป็นโทนสีส้มอมแดง โดยทุกส่วนของร้านนับตั้งแต่การตกแต่งสีเอิร์ธโทนไปจนถึงแนวผนังลูกคลื่นที่พลิ้วไหว ล้วนถูกออกแบบให้ส่งเสริมสีสันอันงดงามของผลิตภัณฑ์ผ้าไหม ทั้งยังสื่อถึงความหลงใหล ความเคารพต่องานหัตถศิลป์และขนบธรรมเนียมไทยของผู้ก่อตั้งอาณาจักรแห่งนี้ โดยออกแบบเป็นอาคาร 2 ชั้น เชื่อมต่อกันด้วยบันไดวนที่ทันสมัย ให้ลูกค้าสามารถเดินชมผลิตภัณฑ์และของตกแต่งมากกว่า 6,000 รายการ ได้อย่างเพลิดเพลิน

Jim Thompson House Museum: เปิดทุกวัน 10.00 - 18.00 น. ทัวร์นำชมสถานที่รอบสุดท้าย 17.00 น.
Jim Thompson Iconic Retail Store: เปิดทุกวัน 09.00 - 19.00 น.
Jim Thompson Art Center: เปิดทุกวัน 10.00 - 18.00 น.
The Man Himself Exhibition: เปิดทุกวัน 10.00 - 18.00 น.
The Evolving World of Jim Thompson Textiles: เปิดทุกวัน 10.00 - 18.00 น.
Silk Café: เปิดทุกวัน 10.00 - 18.00 น.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...