โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

คุณสามี ฉันพร้อมที่จะหย่าแล้วนะ (My husband, I ready to divorce)

นิยาย Dek-D

อัพเดต 16 ธ.ค. 2566 เวลา 05.47 น. • เผยแพร่ 16 ธ.ค. 2566 เวลา 05.47 น. • PR Star Ploy
เมื่อการมีชีวิตไม่ได้เป็นไปอย่างปกติ ชีวิตของเธอและเขาจะจัดการมันอย่างไรเมื่อแรกเริ่มเขาเสนอการหย่าให้กับเธอ แต่เธอกลับยอม และพร้อมที่หย่าและจากเขาไป เขากลับห้ามใจไม่ยอมเสียเอง นั้นมัน…เขารักเธอ?

ข้อมูลเบื้องต้น

เมื่อการมีชีวิตไม่ได้เป็นไปอย่างปกติ ชีวิตของเธอและเขาจะจัดการมันอย่างไรเมื่อแรกเริ่มเขาเสนอการหย่าให้กับเธอ แต่เธอกลับยอม และพร้อมที่หย่าและจากเขาไป เขากลับห้ามใจไม่ยอมเสียเอง นั้นมัน…เขารักเธอ?

เรื่องย่อ

ไอซ์ นักตรวจสอบและผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุโบราณ จากการประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ทำให้เธอได้เข้าสู่ร่างของหญิงสาวอีกคนที่มีชื่อว่าอัยยะ เธอเป็นผู้หญิงที่มีนิสัยเอาแต่ใจ ไม่ไว้หน้าผู้ใด ใจร้าย ทำอะไรไม่เป็นโล้เป็นพาย ใช้อำนาจอย่างเดียวเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ตนเองต้องการ เธอบังคับลีออง ผู้ชายที่เธอตกหลุมรักตั้งแต่แรกพบมาแต่งงานด้วย แต่แล้วเธอก็ต้องช้ำใจ เพราะเขาทั้งเย็นชา และไม่ยอมที่จะแตะเนื้อต้องตัวเธอเลย ด้วยนิสัยของเธอมันทำให้ลีอองไม่มีทางที่จะรักเธอได้ และเขายังต้องการที่จะหย่ากับเธอหลังแต่งงานมาได้ 2 ปี ไอซ์ต้องมาอยู่ในร่างของผู้หญิงที่มีจิตใจชั่วร้าย เธอจะต้องปฏิวัติตัวตนของผู้หญิงคนนี้เสียใหม่ และเธอพร้อมที่จะหย่าจากเขาเช่นกัน แต่เขาละทำไมถึงไม่ยอมมาหย่าซักทีละ

ไปตายซะ

"คุณจะไปไหน"

อัยยะพายามยื้อกระเป๋าเดินทางจากมือชายหนุ่มเพื่อไม่ให้เขาไป แต่ชายหนุ่มกลับผลักเธอกลับ มันทำให้เธอล้มลงตรงหน้าของเขา (ปั๊บ!!)

"โอ๊ย!! นี้ฉันเจ็บนะ!!"

เสียงของหญิงสาวร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นจากการที่ก้นของเธอกระแทกลงสู่พื้น ถึงแม้เขาจะเห็นเธอล้มลงอย่างนั้น เขาก็ไม่คิดที่จะเห็นใจเธอเลย เขากลับพูดใส่ต่อหน้าเธอ

"ผมไม่อยากที่จะเห็นหน้าคุณอีก คุณไม่คู่ควรกับความรักของผม เพราะผมไม่เคยที่จะรักคุณ และมันก็จะไม่มีวันเป็นอย่างงั้นแน่นอน คุณมันเป็นผู้หญิงที่ใจร้ายที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอ คุณมันนางมารร้าย คุณช่างแต่งต่างกับคุณพ่อของคุณจริง ๆ คุณ…. อัยยะคุณฟังผมให้ดี ๆ ผมไม่เคยรักคุณ เราหย่ากันเถอะ…" ชายหนุ่มพูดเสร็จ เขาก็ลากกระเป๋าเดินทางเพื่อที่จะออกจากบ้านหลังนี้

"กรี๊ดดดดด!! อ๊ากกกกก!! คุณ คุณ ว่าอะไรนะ หย่า หย่างั้นเหรอ ไม่ ไม่ ไม่ ฉัน ฉันไม่หย่า คุณจะไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น!!"

เสียงกรีดร้องของหญิงสาวดังขึ้น เมื่อเธอที่กำลังเห็นชายหนุ่มเดินจากไปอย่างไม่แยแส มันทำให้เธอสติหลุด เธอตะโกนออกมาเพื่อห้ามไม่ให้เขาไป อีกครั้ง

"หยุดเดียวนี้นะ!! ฉันบอกให้คุณหยุดไง!! อ๊ากกกกก!!"

ชายหนุ่มไม่ตอบอะไรเธอกลับมา แถมยังเดินหน้าไม่หยุด เขาเปิดประตูและออกไปยังรถของเขา หญิงสาววิ่งตามเขาออกมาพร้อมตะโกน

"หากคุณไม่หยุดฉันจะฆ่าตัวตาย!!"

เธอขู่เขาด้วยวิธีนี้อีกครั้ง ทุกครั้งที่พวกเขาทะเลาะกัน เธอมักจะใช้วิธีนี้มาขู่เขาเพื่อไม่ให้เขาออกจากบ้านหลังนี้ และมันก็มักจะได้ผลเสมอ แต่วันนี้ไม่ได้เป็นไปอย่างที่เธอคิด เพราะเธอไม่เคยที่จะหยุดทำเรื่องร้าย ๆ เขาพยายามให้โอกาสเธอตลอดเวลาที่เขาอยู่กับเธอ มันเป็นเวลาเกือบจะ 2 ปีแล้ว เมื่อชายหนุ่มได้ยินสิ่งที่หญิงสาวพูดออกมา และมันมักจะเป็นคำพูดที่ใช้ขู่เขาแบบเดิม ๆ แต่เธอก็ไม่เคยคิดที่จะทำมันจริง ๆ สักครั้ง ชายหนุ่มยิ้มที่มุมปากแบบเหยียดสุด ๆ

ก่อนหน้านี้ ที่พวกเขาแต่งงานกันใหม่ ๆ หญิงสาวมักจะขู่เขาด้วยการเอาบริษัทพ่อของเธอมาอ้าง และสัญญาว่าเธอจะไม่ทำอย่างนั้นอีก แต่เธอยังคงทำมันตลอด เขาอดทนจนเขาเริ่มทนไม่ไหว และไม่ยอมทำตามที่เธอต้องการ ส่วนพ่อของเธอเริ่มที่จะไม่ให้การช่วยเหลือเธอในเรื่องนี้แล้ว ดังนั้นเธอจึงเปลี่ยนมาใช้วิธีการขู่อย่างอื่นแทน

"หากคุณไม่ยอมฉันจะฆ่าตัวตาย คุณคอยดูว่า ถ้าหากฉันตายไป คุณพ่อจะจัดการพวกคุณยังไงบ้าง"

เขาหวนกลับไปคิดถึงคำขู่ของเธอ และเขาก็แสยะยิ้มอีกครั้ง เขาพอจะรู้จักนิสัยของผู้หญิงคนนี้ดี เธอไม่กล้าที่จะทำร้ายตัวเองหรอก แต่ทุกครั้งที่เขายอมเป็นเพราะเขายังคิดถึงพ่อของเธอมันก็เท่านั้น ท่านเป็นคนดี และมันแตกต่างจากเธออย่างหาที่สุดมิได้ การที่หญิงสาวเป็นอย่างนี้ ส่วนหนึ่งมันก็ถือเป็นความผิดของผู้เป็นพ่อ และพ่อของเธอก็รู้ดี เพราะท่านตามใจเธอมากจนเกินไปและนั้นมันทำให้ลูกสาวโตไม่เป็น และเป็นผู้หญิงที่เอาแต่ใจและมีจิตใจที่ร้ายกาจ และมันเริ่มจะร้ายแรงขึ้นไปเรื่อย ๆ ท่านเลยปล่อยให้ชายหนุ่มทำตามวิธีการของเขา ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเธอจะจบลงอย่างไร ท่านก็ตามใจชายหนุ่ม เพราะท่านเห็นแล้วว่าลูกสาวคนนี้ไม่สามารถแก้ไขตัวเองได้ แต่ท่านก็อดที่จะลงโทษเธอไม่ได้ จึงได้แต่ปล่อยให้เธอทำตามใจตัวเอง และให้สังคมลงโทษเธอเอง และท่านจะไม่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือแล้ว เธอควรโตได้แล้ว

เขาหยุดแต่ไม่ได้หันหน้ามาหาเธอ เขาเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่มืดมิด เม็ดฝนเริ่มตกปลอย ๆ ลงมากระทบที่ใบหน้าของเขา เขาพูดกับเธอเพียงประโยคสั้น ๆ

"อัยยะ หากเธออยากตายอย่างที่เธอพูด ก็ไปตายซะ!!!" เขาพูดเสร็จก็เดินออกไปขึ้นรถ และเขาก็ขับมันออกไป หญิงสาวอึ้งกับสิ่งที่ชายหนุ่มพูด (ไปตายซะ!!!) เสียงของชายหนุ่มยังก้องในหัวของเธอ

"อ๊ากกกกก!!! ลี ลี หยุดเดียวนี้นะ อ๊ากกกกก!!!" เธอกรีดร้อง และตะโกนเรียกชื่อชายหนุ่มออกมา เธอคิดถึงคำพูดของผู้ชายที่เธอรักที่สุด ใช่เธอรักเขา ลีคือผู้ชายที่เธอรักตั้งแต่แรกพบ แต่เขากลับไม่เคยรักเธอเลย เธอยังคงคิดถึงคำพูดสุดท้ายที่เขาพูดกับเธอพร้อมกับไล่เธอให้ไปตาย หลังจากที่เธอกรีดร้องเสร็จ เธอก็ได้สติและรับรู้ได้ว่าชายหนุ่มขับรถออกไปจากบริเวณบ้านแล้ว

"คุณจะไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น ฉันไม่ยอม ฉันไม่หย่าเด็ดขาด!!!" เธอตะโกนออกมา น้ำตานองหน้า เธอเอามือปาดหยาดน้ำตานั้น พร้อมกับวิ่งไปขึ้นรถ เพื่อขับตามชายหนุ่มที่เพิ่งหนีเธอไปเมื่อกี้นี้ เธอขับรถออกมาจากบ้านด้วยความโกรธและน้อยใจสุดๆ ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยน้ำตา เธอสบถกับตัวเอง

"ใช่ ฉันมันเลว ฉันมันนางมารร้าย ใช่ฉันเป็นคนทำเรื่องเหล่านั้น แล้วจะทำไหมล่ะ ก็คุณเป็นของฉัน !! ลีคุณเป็นของฉัน ฉันจะทำทุกอย่าง…." เธอตะโกนดังลั่นภายในรถที่เธอกำลังขับตามเขาไป

"ฉันจะไม่มีวันปล่อยคุณไปอยู่กับอีนังพวกนั้นเด็ดขาด อย่าหวังไปเลย คุณต้องเป็นของฉันคนเดียวเท่านั้น อ๊ากกกกก!!!" อัยยะกรีดร้องขึ้นมาอีกครั้งในรถ พร้อมกับเอามือทุบไปที่พวงมาลัยรถ

…. ช่วงสายของวันนี้ อัยยะเข้าไปที่บริษัทเพื่อจัดการกับผู้หญิงที่เข้าใกล้สามีของเธอ ที่จริงเธอเป็นคนแย่งชายหนุ่มมาจากแฟนเก่าของเขา และเธอคิดเพียงแค่ว่าสิ่งที่เธออยากได้ สิ่งที่เธอต้องการ ต้องเป็นของเธอเท่านั้น เธอพยายามเข้าหาชายหนุ่ม เธอเสนอผลประโยชน์มากมายให้เขาทั้งบ้าน รถ ชื่อเสียง เงินทอง แต่เขาก็ไม่เล่นด้วยกับเธอเพราะเขามีแฟนอยู่แล้ว

ผู้หญิงคนนั้น (ฮึอ…) เสียงของเธอหลอดออกมาทางลำคอ เธอมองไปยังผู้หญิงที่กำลังเดินเข้าไปยังเคาน์เตอร์จุดประชาสัมพันธ์ที่โถงกลาง เธอเป็นแฟนเก่าของเขา เธอชื่อจิมมี่ เธอคบกับเขามาตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย และได้เข้ามาทำงานที่บริษัทของเขาตั้งแต่เธอเรียนจบ จิมมี่อายุมากกว่ากับอัยยะ 1 ปี เธอเป็นรุ่นน้องของลีที่มหาวิทยาลัย 2 ปี พวกเขาคบกันตั้งแต่เรียนโดยหญิงสาวอยู่ปี 2 ส่วนลี อยู่ปีสุดท้าย จิมมี่เป็นหญิงสาวหน้าตาสะสวย ใครเห็นก็รู้สึกถึงความอบอุ่น เพราะเธอเป็นคนอ่อนหวาน เสียงไพเราะ เป็นคนอัธยาศัยดี เธอทำงานเป็นฝ่ายประชาสัมพันธ์ของบริษัทชายหนุ่มที่เป็นแฟนของเธอ คนทั้งบริษัทรู้ พวกเขาคบกันทุกคนรู้ รวมทั้งพ่อแม่ของชายหนุ่มก็รับรู้ และยอมรับการคบกันของทั้งสอง จนกระทั่งเมื่ออัยยะเห็นเขาในตอนที่เธอตามพ่อของเธอไปร่วมเจรจาการร่วมลงทุนระหว่างบริษัทของเขากับพ่อของเธอ

การที่เขามีแฟนอยู่แล้ว มีหรือที่เธอจะไม่รู้ และเธอก็รู้ด้วยว่าพวกเขาทั้งคู่รักกันดี แต่จะทำไหมล่ะ ก็ช่วยไม่ได้นิ เธอต้องการเขานี้นา ดังนั้นเธอจึงใช้เล่ห์เหลี่ยม โดยการยืมมือพ่อของเธอบีบบริษัทพ่อของชายหนุ่ม เธอเสนอเงื่อนไขให้พ่อของเธอว่าเธอชอบชายหนุ่ม และต้องการแต่งงานกับเขา เธอสัญญากับพ่อของเธอว่าจะเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อผู้ชายคนนี้ และเพื่อพ่อของเธอ หากทั้งสองได้แต่งงานกันบริษัทของชายหนุ่มจะเจริญรุ่งเรือง และเธอก็จะได้สามีที่ดีที่จะมาดูแลบริษัทของพ่อต่อไป เพราะเธอเป็นลูกสาวเพียงคนเดียว พ่อของเธอเมื่อรู้อย่างนั้นท่านก็สืบเรื่องของชายหนุ่มที่ลูกสาวตัวเองอยากแต่งงานด้วยทันที และท่านก็พอใจกับเรื่องนี้ ดังนั้นพ่อของเธอจึงยอมทำตามที่เธอต้องการ ไม่ใช่ท่านไม่รู้ว่านี้คือการยืมมือท่านให้จัดการชายหนุ่ม แต่ท่านต้องการให้ลูกสาวมีที่พึ่งพาในยามที่ท่านไม่สามารถอยู่กับเธอได้

ข้อสัญญาระหว่างบริษัทของชายหนุ่มกับพ่อของหญิงสาวจึงเสมือนเป็นการบังคับให้ชายหนุ่มแต่งงานกับเธอ หากชายหนุ่มไม่ยอม บริษัทของพวกเขาก็จะไม่มีเงินมาลงทุนและขยายธุรกิจของบริษัทได้ และนั้นมันจะทำให้พวกเขาติดหนี้มหาศาลและอาจถึงขั้นล้มละลายเลยก็ว่าได้ ดังนั้นพ่อของเขาจึงมาขอร้องชายหนุ่มให้ยินยอมตามข้อตกลงที่ทางบริษัท MNC จำกัดมหาชน ที่เป็นบริษัทเกี่ยวกับการเงิน การลงทุน และการธนาคาร และมันถือเป็นกลุ่มบริษัทที่มีอิทธิต่อการเงินของทั้งประเทศ และยังมีอิทธิพลครอบคลุมไปยังประเทศในทวีปนี้อีกด้วย ชายหนุ่มจึงยินยอมตกลงและแต่งงานกับเธออย่างไม่เต็มใจ

อุบัติเหตุ

หลังแต่งงาน อัยยะได้พยายามที่จะระงับอารมณ์ของเธอไม่ให้อาละวาด ผ่านไปได้แค่ครึ่งปี ความอดทนของเธอก็ถึงขีดจำกัด เธอเริ่มหวาดระแวงในตัวชายหนุ่มมากขึ้น เพราะตั้งแต่เธอแต่งงานกับเขา เขาไม่ยอมนอนกับเธอและไม่ยอมแต๊ะต้องตัวเธอเลยสักครั้ง และจะพูดกับเธอเฉพาะเมื่อจำเป็นเท่านั้น เธอได้แต่คิดว่าเขายังคงรักผู้หญิงคนนั้น และนั้นเธอจะไม่ยอมเป็นอันขาด ถึงแม้ว่าเขาจะกลับบ้านตรงเวลา และพาเธอไปร่วมรับประทานอาหารกับพ่อของเธอในวันหยุดสุดสัปดาห์

หลังจากนั้น เธอก็เริ่มไปอาละวาดหญิงสาวทุกคนที่เข้าใกล้สามีของเธอ โดยเฉพาะอดีตแฟนเก่าของชายหนุ่มที่ยังคงทำงานในบริษัทของสามีเธอ เขาไม่ยอมไล่ยัยนั้นออก แถมยังปกป้องหล่อนตลอดเมื่อเธอไปอาละวาด นับวันอัยยะเริ่มอาละวาดหนักขึ้นเรื่อย ๆ มันทำให้พวกเขาเริ่มทะเลาะกัน จากที่ชายหนุ่มกลับบ้านตรงเวลา กลายเป็นว่าเขาเริ่มจะไม่ค่อยกลับมานอนบ้าน ยกเว้นเมื่อเธอเริ่มขู่เขา เขาถึงจะกลับ แต่ชายหนุ่มก็ยังคงมารับเธอไปทานอาหารกับพ่อของเธอเมื่อถึงเวลา และหลังจากนั้นเขาก็แค่มาส่งและจากเธอไป

นี้ก็ผ่านมาจะเกือบ 2 ปีแล้ว นับวันชายหนุ่มที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีของเธอก็ยิ่งเย็นชาใส่เธอ พวกเขาแทบจะไม่ได้เจอกัน ยกเว้นว่าเขาจะมารับเธอไปทานข้าวกับพ่อของเธอเท่านั้น ในที่สุดเธอก็ถึงขีดสุดของความอดทน ดังนั้นการมาของเธอในวันนี้ จึงมาเพื่อจัดการกับยัยผู้หญิงที่เธอคิดว่าหล่อนจะมาแย่งสามีของเธอไป

"เพี้ยะ!" ฝ่ามือของเธอฟาดเข้าไปเต็มหน้าของหญิงสาวที่กำลังเดินบริเวณห้องโถงทางเข้าบริษัท หญิงสาวที่ถูกกระทำอย่างไม่ทันตั้งตัวบวกกับอาการตกใจที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันกับตัวเองขึ้น จึงไม่ทันป้องกันอะไรทั้งนั้น คอเรียวยาวของเธอก็ถูกมืออันทรงพลังบีบเข้ามาอย่างแรง เสียงหญิงสาวที่กำลังบีบคอเธอพูดตะคอกใส่หน้าของเธอ

"นี้มันยังน้อยไป กับการที่แกคิดจะแย้งสามีคนอื่น ฉันจะทำให้แกตาย ๆ ไปจากโลกนี้ซะ!!!"

"ยะ ยะ ยะ ทำฉะ ฉะ ฉะ ……ชะ ชะ ชะ ….." เสียงหญิงสาวที่ถูกบีบคอจนแหบแห้ง เสียงเธอเริ่มขาดหาย ไม่สามารถเปล่งเสียงออกมาได้แบบเต็มแรง เธอพยายามแกะมือของคนที่กำลังจะฆ่าเธอ ใช่แล้วละ การมาของอัยยะในวันนี้ คือ….. (ฉันจะทำให้แกหายไปจากโลกนี้ซะ ไปตายซะ นังผู้หญิงแพศยา) เสียงในหัวของอัยยะดังก้อง พร้อมกับมือที่บีบไปที่คอของหญิงสาวอย่างแรง

"ฮา ฮา ฮา ไปตายซะ" เสียงหัวเราะของอัยยะดังออกมาอย่างลืมตัว

ก่อนที่หญิงสาวที่ถูกบีบคอจะสิ้นลมหายใจ มือใหญ่และหนา บวกกับพลังที่ส่งผ่านมา แกะไปที่มือของผู้ที่ก่อเหตุ และผลักหญิงสาวที่เป็นตัวต้นเหตุจนเธอล้มลงก้นกระแทกพื้น (ปั๊บ!!!) เธอร้องเสียงหลง และตะโกน

"โอ๊ย!!! ใครทำฉัน!!!" ก่อนเงยหน้าขึ้นมองที่มาของการกระทำนั้น

"อะ อะ อะ ลี!!" ชายหนุ่มที่มาถึงผลักเธอทันที พร้อมกับดึงหญิงสาวที่กำลังจะถูกผู้หญิงบ้าคนนี้ฆ่าตายมาไว้ด้านหลังของเขา เขาถามเธอ

"คุณคิดจะทำอะไร!!!" หญิงสาวที่ยังคงนั่งอยู่กับพื้น พูดอะไรไม่ออก และพยายามจะยืนขึ้น แต่ถูกเขาผลักลงกับพื้นอีกครั้ง จากนั้นเธอก็ยืนขึ้นได้ พร้อมพูดออกมาแบบไม่สำนึกผิด

"อ๊ะ โอ๊ย!!! ลี คุณทำกับฉันอยากนี้ไม่ได้นะ ฉัน ฉัน จะฆ่ามัน มันคิดจะแย่งคุณไปจากฉัน" เธอต่อว่าชายหนุ่มที่ทำกับเธอ แต่เขากลับไม่สนใจเธอเลย

สิ่งที่หญิงสาวพูดออกมา มันทำให้ชายหนุ่มที่รู้สึกกับเธอไม่ดีมาตลอดเป็นระยะเวลาเกือบจะ 2 ปีแล้ว หมดไปโดยสิ้นเชิง

"แคก…แคก" เสียงไอจากหญิงสาวที่เพิ่งถูกช่วยจากการบีบคอดังขึ้น หลังจากได้รับการช่วยเหลือ เธอเอามือลูบคอของตัวเอง

"ไม่เป็นไรมากใช่ไหม" เสียงชายหนุ่มถามอาการหญิงสาว

เมื่อเธอได้ยินเสียงชายหนุ่ม เธอก็เงยหน้าขึ้นมอง เขาคือ…..เธอเห็นเขาแล้วก็ได้แต่ยิ้ม แต่อาการเจ็บที่คอยังคงอยู่ และเสียงของเธอยังไม่กลับมาเป็นปกติ จึงตอบแบบไม่เต็มเสียง

"มะ ไม่ เป็นไรค่ะ ขอบคุณนะที่มาช่วยเรา" ชายหนุ่มไม่ได้ตอบเธอกลับ เขาหันไปบอกกับพนักงานที่กำลังมุงดูเหตุการณ์

"คุณ…" ชายหนุ่มเรียกพนักงานอีกคนที่กำลังอึ้งกับเหตุการณ์

"ค่ะ" เสียงพนักงานหญิงตอบรับ

"ผมเรียกคนนั้นล่ะ มานี้ พาเธอไปห้องพยาบาล" เขาชี้และเรียกตัวพนักงานหญิงที่อยู่ใกล้เพื่อให้นำหญิงสาวที่ได้รับบาดเจ็บไปที่ห้องพยาบาล และดูแลเธอ

"คุณอัยย์ ผมหมดความอดทนกับผู้หญิงอย่างคุณแล้ว คุณมันแก้ไขนิสัยตัวเองไม่ได้จริง ๆ มากับผม เราต้องคุยกัน"

จากนั้นเขาก็ลากหญิงสาวที่เป็นตัวต้นเหตุออกจากพื้นที่ทันที นี้ถือเป็นครั้งแรกที่ชายหนุ่มจับข้อมือของเธอ เธอมองดู แต่มันไม่ใช่การจับเพื่อความเสน่หา เขาจับเธอแน่นจนเธอเจ็บ และเธอก็ไม่ยอมให้ทำอย่างนี้

"ฉัน ฉัน ทำไม ปล่อยฉันนะ ฉันจะไปจัดการกับยัยผู้หญิงคนนั้น มะ มะ มันคิดจะแย่งคุณไปจากฉัน"

ชายหนุ่มไม่ฟังเสียงเธอ และเขายังคงลากเธอออกจากบริษัทของเขา ก่อนที่จะพ้นหน้าประตูบริษัท เขาบอกกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดที่อยู่ด้านหน้าประตู

"ผมขอให้พวกคุณรู้ว่าต่อไปนี้ ห้ามให้ผู้หญิงคนนี้เขามาที่บริษัทของเราอีกเป็นอันขาด"

"ครับท่านประธาน" เสียงตอบรับจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอด

"มะ มัน มันหมายความว่ายังไง ไม่ให้ฉันมาทีนี้อีก นี้ลี ฉันเป็นภรรยาของคุณนะ คุณจะทำอย่างนี้กับฉันไม่ได้นะ ปล่อยฉัน ปล่อยฉันนะ" เธอได้ยินก็หน้าเสียทันที แต่ชายหนุ่มไม่ฟังที่เธอพูด พร้อมกับดึงเธอให้เดินตามเขาไปที่รถ

"กรี๊ดดดดด!!! อ๊ากกกกก!!!" เสียงกรีดร้องของเธอดังออกมาทันที

ชายหนุ่มจับเธอยัดเข้าไปยังเบาะหลังของรถทันที เธอพยายามออกจากรถ

"ปล่อยฉันนะ ปล่อยฉันนนนน!!!" เขารู้ว่าอัยยะจะไม่ยอมกลับกับเขาดี ๆ เขาจึงเตรียมตัวมาเพื่อการนี้แล้ว

เธอถูกเขาใช้เชือกที่เตรียมไว้แล้ว มัดที่มือของเธอ และขาของเธอทันที จากนั้นเขาก็เดินไปขึ้นรถและขับมันออกไป เขาไม่พูดอะไรทั้งนั้น แต่หญิงสาวที่ถูกเขากระทำกรี๊ดลั่นอยู่ภายในรถ

"กรี๊ดดดดด!!! อ๊ากกกกก!!!" ชายหนุ่มไม่สนใจ และขับรถออกไป

ที่จริงแล้ว อัยยะกะจะเอาผู้หญิงที่เธอเกลียดให้ตาย ๆ คามือของเธอไปจริง ๆ ดีที่คนในบริษัทโทรแจ้งไปยังชายหนุ่ม และเขาก็มาช่วยเธอได้ทันเวลา แต่จะอย่างไรละ ก็อยากมายุ่งกับสามีฉันทำไมละ แค่นี้ยังมันน้อยไป เป็นแค่แฟนเก่าก็ควรหัดเจียมเนื้อเจียมตัวและออกจากชีวิตของเราไปซะ

….. คืนนี้ช่างเป็นคืนที่โดดเดี่ยวแน่แท้ บรรยากาศที่ปกคลุมไปด้วยสายฝนที่กำลังตกกระหน่ำลงมาชวนให้เศร้าใจ ในคืนนี้เธอยังถูกชายคนที่เธอรักจับมัดมือมัดเท้ายัดเข้ารถ และยังบอกให้เธอไปตาย เพียงเพราะเธอไปทำร้ายแฟนเก่าของเขา รวมถึงผู้หญิงทุกคนที่เข้าใกล้เขา ใช่เธอจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนได้เข้าใกล้เขา เสียงแตรรถดังขึ้นอย่างดัง

(ปี๊นนนนนนน….) ในขณะที่เธอทุบพวงมาลัย มือของเธอเผลอทุบลงไปที่แตรรถ เสียงที่ดังขึ้นอย่างกะทันหัน มันทำให้เธอตกใจเช่นกัน เธอก้มมองมือตัวเองอย่างลืมตัว พอเธอเงยหน้าขึ้นจากพวงมาลัย เธอก็เจอกับเสาของสะพานลอยที่อยู่ตรงเกาะกลางถนนเข้าอย่างจัง เธอหักพวงมาลัยเพื่อหลบมันแต่เธอก็ชนเข้ากับเกาะกลาง เฉียดเสาสะพานพอดี

"โครม!!!" เสียงรถยนต์ที่กระแทกกับเกาะกลางถนน รถของเธอเหินข้ามเกาะกลางถนนหลังชน มันพลิกตัวหงายท้องตกลงอีกฟากของถนนข้างขอบของเกาะกลาง สภาพรถของเธอหลังจากที่แตะกับพื้นถนน มันยุบตัว ตัวรถถูกกระแทก ล้อชี้ฟ้า ถุงลมนิรภัยทำงานเธอติดอยู่กับเบาะคนขับเพราะเธอขาดเข็มขัดนิรภัย เสียงของเธอดังออกจากลำคอเบาๆ "แคก…แคก…อะ อะ อะ ช่วย……" จากนั้นเธอก็หมดสติลงทันที ก่อนหมดสติ เธอคิดถึงแต่เขา (ลี…ฉันขอโทษ)

รถที่สัญจรไปมาต่างหยุดเมื่อเห็นอุบัติเหตุ และเริ่มให้การช่วยเหลือผู้ประสบเหตุทันที

ฝัน

"คุณยาย คุณยายค่ะ……………" เสียงของไอรดาที่ยังคงนอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยดังขึ้น

พยาบาลที่ดูแลเธอ เดินเข้ามาได้ยินเสียงของเธอที่ดังละเมอออกมาพอดี เธอจึงรีบเข้าไปเพื่อเช็กอาการของหญิงสาวที่กำลังหลับสนิท

สีหน้าของผู้ป่วยตอนนี้ดีขึ้นมากกว่าเมื่อวาน พยาบาลตรวจเช็กอาการของผู้ป่วยเสร็จ

จากนั้นนางพยาบาลก็เดินออกไปจากห้องเพื่อแจ้งข้อมูลกับแพทย์เจ้าของไข้ให้ทราบถึงอาการล่าสุดของเธอ

…ไอรดา ลืมตาขึ้น เธอเห็นแต่หมอกสีขาวโผลน มันล้อมรอบตัวเธอ เธอมองไม่เห็นอะไร เธอเรียกหาบุคคลอันเป็นที่รักของเธอ

"คุณยาย คุณยายค่ะ คุณยายอยู่ไหน หนู หนู อยู่ที่ไหน คุณยายอยู่ไหนค่ะ"

สิ้นเสียงของเธอ กลับมีเสียงหญิงสาวอีกคนดังแว่วมาแต่ไกล "ชะ ชะ ช่วยฉันด้วย………….ลี…ฉันขอโทษ"

"นั่นใครนะ ฉันถามว่าใคร" ไอรดาถามหาเจ้าของเสียงทันที

"ไอซ์ ไอซ์…..ลูกแม่" แทนที่เธอจะได้ยินเสียงของเจ้าของเสียงเมื่อสักครู่นี้ เธอกลับได้ยินอีกเสียงของหญิงสาวที่ฟังดูมีอายุมากกว่าเสียงเมื่อกี่นี้ที่เรียกชื่อเธอ

เธอคลับคล้ายคลับคร่าเสียงนี้เป็นอย่างมาก แต่เธอยังคงคิดไม่ออก "ใครค่ะ คุณเป็นใคร" เธอถามกลับไปยังเจ้าของเสียงที่สองทันที แต่น้ำเสียงครั้งนี้เธอเปลี่ยนไปถามอย่างสุภาพกว่าครั้งแรกมากนัก

"ไอซ์ ไอซ์…..ลูกแม่" เสียงที่สองดังออกมาอีกครั้ง ครั้งนี้มันดังชัดเจนขึ้น และเธอก็จำมันได้

เธอไม่ได้ยินเสียนี้มานานแค่ไหนแล้วนะ จากนั้นไอหมอกก็เริ่มจางลง ทำให้เธอสามารถมองเห็นเจ้าของเสียง แต่ก็ไม่ชัดเจน เพราะหมอกยังคงมีอยู่ มันรายล้อมรอบตัวคนที่เธอกำลังมองไปยังเบื้องหน้า

ไอรดามองเห็นผู้หญิง 2 คน ที่ยืนอยู่ตรงข้ามกับเธอ โดยมีไอหมอกขวางกั้นพวกเขาอยู่ แต่บริเวณใบหน้าของผู้หญิงคนหนึ่งไอหมอกได้เลือนลางจางไปบางส่วน ทำให้ไอรดาจำได้ทันที

ตาเธอเบิกโพลงขึ้นทันที แต่คนที่สองที่ยืนอยู่ข้างผู้หญิงคนที่เธอจำได้ขึ้นใจแล้วเธอมองมันไม่ชัด มันยังคงมีไอหมอกหนาปิดบังใบหน้าของเธออยู่

"มะ มะ แม่ แม่ค่ะ แม่" เธอเรียกผู้หญิงที่ดูมีอายุคนนั้นทันที นั้นคือแม่ของเธอนั่นเอง เธอพยายามเดินเข้าไปหา แต่ยิ่งเธอเดิน ระยะห่างระหว่างพวกเขาก็ยังคงเท่าเดิมไม่เปลี่ยนแปลง เธอยื่นมือขวาออกไปเพื่อไขว่คว้า แต่ก็สามารถจับได้แค่เพียงอากาศที่ว่างเปล่าเท่านั้น

"แม่ แม่ค่ะ รอหนูด้วย" เสียงเรียกแม่ของเธอดังขึ้นอีกครั้ง ครั้งนี้เธอวิ่งออกไปเพื่อไปหาแม่ของเธอ แต่ระยะห่างระหว่างเธอและแม่ยังคงเป็นเหมือนเดิม

ใบหน้าของไอรดามีหยาดน้ำตาไหลลงมาอย่างไม่รู้ตัว เธอยังคงพยายามใช้มือของเธอทั้งสองข้าง ยื่นออกไปเพื่อไล่ตามแม่ของเธอให้ทัน

"ไอซ์….ลูกแม่ แม่มาลาลูกเป็นครั้งสุดท้าย" เสียงแม่ของเธอดังขึ้น

"มะ แม่ แม่จะไปไหน แม่อย่าไปไหนอีกนะคะ หนูคิดถึงแม่ แม่อยู่กับหนูนะคะ" เสียงสะอื้นร้องไห้ปนอ้อนวอนของไอรดาดังออกมา

"ถึงเวลาของแม่แล้ว แม่แค่มารับพี่สาวของลูก" ไอรดาได้ยินสิ่งที่แม่ของเธอบอกกล่าวก็ตกใจ

"พี่ พี่ของหนู หนูมีพี่สาวหรือค่ะ แต่…….. " ไอรดาพูดยังไม่ทันจบ เสียงแม่ของเธอก็ดังขึ้น และมันเหมือนจะลอยออกไปไกลมากขึ้นด้วย

"แม่ต้องไปแล้ว รักษาสร้อยเส้นนั้นให้ดีนะ และนำมันกลับมารวมกัน รักษาตัวเองให้ดี ทำสิ่งดี ๆ แทนพี่เขาด้วย พี่เขาทำผิดพลาดมาเยอะ แม่ต้องไปแล้ว" แม่เธอกล่าวลาเธอเป็นครั้งสุดท้าย พร้อมกับเสียงที่เลือนหายไป

"ไม่นะคะ หนูจะไปกับแม่ แม่จะทิ้งหนูอีกครั้งไม่ได้นะคะ หนูคิดถึงแม่" ไอรดาตะโกนออกมาเพื่อเรียกแม่ของเธอ

…..ในชั่วขณะ จู่ ๆ ไอหมอกที่ปกคลุมพื้นที่รอบตัวเธอ แม่ของเธอและหญิงสาวอีกคนก็จากหาย มันทำให้เธอได้เห็นใบหน้าของผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างแม่ของเธอได้อย่างชัดเจน เธอตกใจแต่ไม่สามารถเปล่งเสียงออกมาได้

"ฉันฝากเธอดูแลเขาแทนฉันด้วยนะ….ฉันต้องไปแล้ว ทำส่วนที่ฉันไม่สามารถทำได้ และแก้ไขสิ่งเลวร้ายแทนฉันด้วย" เสียงหญิงสาวที่แม่ของเธอบอกว่า (พี่สาวของลูก) บอกกล่าวเธอเป็นครั้งสุดท้าย ทั้งสองเดินจับมือกัน และหันหลังให้เธอ และทั้งคู่ก็ลอยออกไป

ไอรดาอยากจะตะโกนออกไป แต่เธอไม่สามารถเปร่งเสียงใด ๆ ออกมาได้เลย เธอได้แต่พยายามวิ่งตามคนทั้งสอง แต่ก็ไม่สามารถวิ่งตามได้ทัน จนกระทั่งทั้งสองคนได้เลือนหายไป

ไอรดาร้องไห้อย่างหนัก น้ำตาไหลอาบทั้งสองแก้มของเธอ เสียงสะอื้นไห้ของเธอดังไปทั่วจนก้องกังวาน เธอได้แต่อ้าปากที่ไม่มีเสียงใด ๆ ออกมา แต่มันสามารถรู้ได้ว่าเธอพูดอะไร มันคือ …..แม่ แม่ แม่ แม่ เธอล้มลง หมดสติ

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...