โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อยากติดเภสัชฯ รอบ Admission ต้องทำ TGAT, A-Level ได้เท่าไหร่

Dek-D.com

เผยแพร่ 11 ม.ค. 2567 เวลา 08.28 น. • DEK-D.com
ถ้าจะเข้าเภสัชฯ ที่อยู่นอก กสพท ต้องทำคะแนนให้ได้เท่าไหร่ ถึงจะมีโอกาสสอบติด

คณะเภสัชฯ เป็นคณะที่มีการเปิดรับนอก กสพท ด้วย จำนวนที่นั่งในมหาวิทยาลัยที่เปิดรับก็ไม่น้อยเลยทีเดียว ซึ่งการรับในรอบนี้ ใช้เกณฑ์แตกต่างจากการรับใน กสพทโดยไม่มีการใช้ TPAT1 แต่จะใช้ TGAT และ A-Level 5 วิชา

หลังจากที่คะแนน TGAT ออก น้องๆ หลายคนก็คงอยากรู้ว่า ได้คะแนนเท่านี้จะเอาไปยื่นคณะอะไรได้บ้าง หรืออย่างเภสัชฯ ต้องใช้คะแนน TGAT มั้ย วันนี้พี่มิ้นท์ได้สรุปมาให้พร้อมกับคะแนนย้อนหลังปีก่อน และคาดการณ์คะแนนที่ควรจะทำได้ ไปดูกันเลยค่ะ

อยากติดเภสัชฯ รอบ Admission ต้องทำ TGAT ได้เท่าไหร่

เกณฑ์ค่าน้ำหนักคณะเภสัชศาสตร์ รอบ Admission (นอก กสพท) อ้างอิงปี 66

เภสัชศาสตร์ ม.มหิดล

TGAT20% + คณิต1 20% + ฟิสิกส์ 13% + เคมี 14% + ชีววิทยา 13% + อังกฤษ 20%

เภสัชศาสตร์ ม.ขอนแก่น, ม.ธรรมศาสตร์, ม.ศิลปากร, มศว, ม.สงขลานครินทร์, ม.มหาสารคาม, ม.นเรศวร, ม.พะเยา

TGAT20% + คณิต1 20% + อังกฤษ 20% + วิทยาศาสตร์ (ฟิสิกส์ + เคมี + ชีววิทยา) 40%

มาตั้งเป้าคะแนนกัน

วิธีการดูง่ายๆ คือ จำนวนเปอร์เซ็น คือ คะแนนเต็มของวิชานั้น เมื่อแปลงตามค่าน้ำหนักแล้ว

ดังนั้นจากเกณฑ์ข้างต้น วิชา TGAT, คณิต 1, ภาษาอังกฤษ ทุกมหาวิทยาลัย มีค่าน้ำหนัก 20% เท่ากับมีคะแนนเต็มอยู่ที่วิชาละ 20 คะแนน (ถ้าสอบได้ 100 คะแนนเต็ม จะได้ 20 คะแนนเต็ม, สอบได้ 50 คะแนน จะได้ 10 คะแนน)

ซึ่งสูตรน้องๆ ลองคะแนนโดยตั้งเป้าคะแนนล่วงหน้าได้
โดยใช้สูตร
(ค่าน้ำหนักวิชา A ÷ คะแนนเต็มวิชา A) x คะแนนที่ทำได้ A = คะแนนวิชา A ตามค่าน้ำหนัก

ตัวอย่าง จะเข้า เภสัช ม.ธรรมศาสตร์

เกณฑ์ TGAT20% + คณิต1 20% + อังกฤษ 20% + วิทย์ (ฟิสิกส์+เคมี+ชีววิทยา) 40%

ตั้งเป้าว่าจะทำคะแนนให้ได้ดังนี้

TGAT 50 คะแนน, คณิต1 40 คะแนน, อังกฤษ 60 คะแนน, วิทย์รวม 3 วิชา 150 คะแนน

ย้ำสูตร (ค่าน้ำหนัก ÷ คะแนนเต็มของวิชา) x คะแนนที่ทำได้ = คะแนนที่แปลงตามค่าน้ำหนัก

  • TGAT=(20 ÷ 100) x 50 = 10 คะแนน
  • คณิต1 = (20 ÷ 100) x 40 = 8 คะแนน
  • อังกฤษ=(20÷ 100) x 60 = 12 คะแนน
  • วิทยาศาสตร์=(40 ÷ 300) x 150 = 20 คะแนน

รวม คะแนนที่จะทำได้ในคณะเภสัชฯ ม.ธรรมศาสตร์ คือ 50 คะแนน

ทีนี้มาลองดูคะแนนต่ำสุดของ TCAS66 กัน!

คะแนนต่ำสุด คณะเภสัชศาสตร์ ในรอบ Admission TCAS66

  • เภสัช ม.มหิดล

  • ต่ำสุด 58.1870 ต่ำสุด 64.9882

  • เภสัช ม.ขอนแก่น

  • ภาคปกติ ต่ำสุด 54.4689 สูงสุด 60.3388

    • ภาคพิเศษ ต่ำสุด 51.4887 สูงสุด 54.0944
    • นานาชาติ ต่ำสุด 48.8721 สูงสุด 57.3010
  • เภสัช ม.ธรรมศาสตร์

  • ต่ำสุด 54.0811 สูงสุด 66.5955

  • เภสัช ม.ศิลปากร

  • ภาคปกติ ต่ำสุด 53.0811 สูงสุด 57.9310

    • ภาคพิเศษ ต่ำสุด 49.1687 สูงสุด 57.1399
  • เภสัช มศว

  • สาขาการบริบาลทางเภสัชกรรม ต่ำสุด 53.0900 สูงสุด 57.3877

    • สาขาเภสัชกรรมอุตสาหการ ต่ำสุด 51.2632 สูงสุด 56.4211
  • เภสัช ม.สงขลานครินทร์

  • สาขาเภสัชกรรมอุตสาการ ต่ำสุด 46.6310 สูงสุด 55.7799

    • สาขาการบริบาลทางเภสัชกรรม ต่ำสุด 50.2333 สูงสุด 55.0887
  • เภสัช ม.มหาสารคาม

  • ต่ำสุด 48.5555 สูงสุด 58.8500

  • เภสัช ม.นเรศวร

  • ต่ำสุด 45.5876 สูงสุด 57.1832

  • เภสัช ม.พะเยา

  • ต่ำสุด 55.7000 สูงสุด 60.6733

ต้องทำคะแนนได้เท่าไหร่ ถึงจะสอบติด

จากตัวอย่างที่ลองคำนวณ เภสัชฯ ม.ธรรมศาสตร์ 50 คะแนน พบว่ายังไม่สามารถทำคะแนนได้ถึงคะแนนต่ำสุดของปีที่แล้ว แปลว่าสอบไม่ติดค่ะ แต่คะแนน 50 ก็ยังมีโอกาสสอบติดในอีกหลายมหาวิทยาลัย ตามคะแนนต่ำสุดข้างบน

คราวนี้ ชวนน้องๆ มาลองกำหนดคะแนนดูว่า ถ้าอยากสอบติดเภสัช จะต้องทำคะแนนให้ได้เท่าไหร่

เริ่มจาก TGAT, A-Level คณิต1, ภาษาอังกฤษ มีค่าน้ำหนัก 20%

  • ทำเต็ม 100 เต็ม จะได้ 20 คะแนน
  • ทำ 80 คะแนน ได้ 16 คะแนน
  • ทำ 70 คะแนน ได้ 14 คะแนน
  • ทำ 50 คะแนน ได้ 10 คะแนน
  • ทำ 40 คะแนน ได้ 8 คะแนน

ส่วน A-Level วิทยาศาสตร์ ที่รวม 3 วิชา ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา รวมกัน (ยกเว้น ม.มหิดล)

น้องๆ สามารถตั้งเป้าโดยเอา 3 วิชามารวมกันได้เลย ซึ่งคะแนนเต็มจะเท่ากับ 300 คะแนน (มาจากวิชาละ 100 คะแนน x 3 วิชา) โดยมีค่าหนัก 40%

  • ทำเต็ม 300 เต็ม จะได้ 40 คะแนน
  • ทำ 250 คะแนน ได้ 33.33 คะแนน
  • ทำ 230 คะแนน ได้ 30.66 คะแนน
  • ทำ 220 คะแนน ได้ 29.33 คะแนน
  • ทำ 200 คะแนน ได้ 26.66 คะแนน
  • ทำ 180 คะแนน ได้ 24 คะแนน
  • ทำ 160 คะแนน ได้ 21.33 คะแนน
  • ทำ 150 คะแนน ได้ 20 คะแนน
  • ทำ 130 คะแนน ได้ 17.33 คะแนน
  • ทำ 100 คะแนน ได้ 13.33 คะแนน

ดังนั้น หากน้องๆ ต้องการให้ได้คะแนนอยู่ในช่วง 45-50 คะแนน

  • สายเน้น TGAT ควรได้TGAT คณิต1 อังกฤษ วิทย์ (3 วิขา) คะแนนรวมที่จะได้ 70 40 50 130 ~49 คะแนน

  • สายเน้น ภาษาอังกฤษ ควรได้TGAT คณิต1 อังกฤษ วิทย์ (3 วิชา) คะแนนรวมที่จะได้ 60 40 60 130 ~49 คะแนน

  • สายเน้นวิทยาศาสตร์ ควรได้TGAT คณิต1 อังกฤษ วิทย์ (3 วิชา) คะแนนรวมที่จะได้ 60 30 50 160 ~49 คะแนน

**การคำนวณนี้เป็นเพียงตัวอย่างเท่านั้น น้องๆ สามารถดูความถนัดวิชาของตัวเองและปรับเป้าหมายคะแนนแต่ละวิชาได้

ถ้าต้องการให้ได้คะแนนอยู่ในช่วง 50 คะแนนขึ้นไป

  • สายเน้น TGAT ควรได้
    TGAT คณิต1 อังกฤษ วิทย์ (3 วิชา) คะแนนรวมที่จะได้ 80 40 50 150 ~54 คะแนน

  • สายเน้น ภาษาอังกฤษ ควรได้TGAT คณิต1 อังกฤษ วิทย์ (3 วิชา) คะแนนรวมที่จะได้ 70 40 70 140 ~55 คะแนน

  • สายเน้นวิทยาศาสตร์ ควรได้TGAT คณิต1 อังกฤษ วิทย์ (3 วิชา) คะแนนรวมที่จะได้ 70 40 50 180 ~56 คะแนน

**การคำนวณนี้เป็นเพียงตัวอย่างเท่านั้น น้องๆ สามารถดูความถนัดวิชาของตัวเองและปรับเป้าหมายคะแนนแต่ละวิชาได้

สำหรับคะแนนที่ควรจะทำได้เป็นเพียงแนวทางหรือตัวอย่างเท่านั้น น้องๆ สามารถใช้สูตรคำนวณและลองใส่คะแนนที่คิดว่าจะทำได้ ก็ช่วยน้องๆ วางแผนได้เหมือนกันค่ะ และสำหรับน้องๆ ที่อาจจะยังได้ TGAT ความถนัดทั่วไป ไม่ตามเป้า ยังมี A-Level ที่จะจัดสอบในเดือนมีนาคมนี้อีก ไปทุ่มสุดตัวกันที่สนามนี้ได้เลย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...