"อ.เอก ฝ่ามือพลังจิต" ยันไม่ได้ท้าทาย "หมอชลน่าน" ชี้ คิดค้นศาสตร์เอง
จากกรณี “อาจารย์เอก ฝ่ามือพลังจิต” ได้โพสต์คลิปวิดีโอการรักษาชาวบ้านที่ป่วยด้วยอาการหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท โดยการตบ หรือถีบ ซึ่งรักษาได้แม้กระทั่งคนอาการตาฟาง ซึ่ง อาจารย์เอก ระบุว่า การแพทย์แผนปัจจุบันไม่สามารถรักษาโรคเหล่านี้ พร้อมท้าทายกระทรวงสาธารณสุข และ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้มารักษากับตน นั้น
ต่อมา นพ.ชลน่าน ได้ให้สัมภาษณ์ว่า “อย่ามาท้าผม ถ้าทำผิดกฏหมาย ผมจะส่งคนไปจับ ซึ่งกรณีนี้ ตนยังไม่ทราบรายละเอียดชัดเจนว่า อาจารย์เอก ทำการรักษาอย่างไร แต่การดูแลรักษาที่เกี่ยวกับชีวิตมนุษย์จะต้องเป็นไปตามกฎหมายและบทบัญญัติ เนื่องจากอาจอันตรายต่อชีวิต ดังนั้น ต้องไปดูว่าสิ่งที่เขาทำนั้นมีกฎหมายอะไรมารองรับหรือไม่? มีการประกอบวิชาชีพที่ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่? จะอ้างสิทธิ์โดยไม่ยึดข้อกฎหมายไม่ได้ บ้านเมืองมีกฎหมาย คนที่ไม่ยอมรับในกฎหมายก็อยู่ในบ้านเมืองไม่ได้"
ล่าสุด วันที่ 14 พ.ย. 66 นายกีรติ สมคิด หรือ “อาจารย์เอก ฝ่ามือพลังจิต” ชี้แจงว่า ตนไม่ได้ท้าทาย นพ.ชลน่าน แต่เป็นการเชิญให้มาพิสูจน์ให้รู้ว่าศาสตร์นี้มันมีและดี ควรจะให้การสนับสนุนให้เป็นรูปแบบ เพราะตอนนี้ตนยังไม่มีใบรับรองอะไร เพราะเป็นศาสตร์ที่ตนเพิ่งคิดค้นขึ้นมาเป็นครั้งแรก แล้วแบบนี้จะให้ใครมารับรองศาสตร์ที่ตนคิดค้นขึ้นมาได้
ตอนนี้ตนกำลังให้ทีมงาน และทนายความจัดเตรียมเอกสารขอจดทะเบียนให้ถูกต้อง เพื่อต้องการให้ศาสตร์นี้อยู่กับประเทศไทย แล้วดึงดูดคนต่างชาติให้เข้ามาที่ประเทศไทยอีกทาง ที่ผ่านมาเคยมีคนไข้ที่ไปรักษาอาการป่วยจนหมดเนื้อหมดตัวมาขอรับการรักษากับตนที่เสียเพียงแค่ค่าครู ตนไม่ได้ไปบอกกับคนป่วยคนไข้ว่าให้มารักษากับตนเพียงคนเดียว แต่ตนบอกว่าถ้าไปรักษากับแพทย์แผนปัจจุบันแล้วไม่หายหรือช่วยไม่ได้ ค่อยมารักษากับตน
ทั้งนี้ โรคบางโรคแม้ไปตรวจรักษากับแพทย์แผนปัจจุบัน ก็ไม่สามารถวินิจฉัยโรคได้ หาสาเหตุไม่เจอก็มี เพราะการป่วยมันมีหลายรูปแบบ บางครั้งก็ไม่ได้เกิดจากธรรมชาติ ซึ่งเหมือนกับศาสตร์พลังจิตที่ไม่สามารถรักษาช่วยได้ทุกเรื่อง ตนไม่เคยไปบอกว่าสามารถรักษาโรคให้หายได้ทุกโรค เพียงแต่ถ้าคนป่วยมาขอให้ช่วย ตนก็ทำการรักษาให้เต็มที่จากศาสตร์พลังจิตที่ตนมี
ส่วนจะมีหน่วยงานต่าง ๆ มาตรวจพิสูจน์ในศาสตร์นี้ ตนก็ยินดีและพร้อมจะให้ร่วมกันพิสูจน์ เพราะที่ผ่านมา ตนก็เคยรักษาทั้งระดับนายพล หมอ เจ้าของโรงพยาบาล หรือแม้ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมาแล้ว บุคคลเหล่านี้ก็พร้อมที่ยืนยันให้