โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชัวร์ก่อนแชร์: มัสยิดอิหร่านชักธงดำประกาศสงครามอิสราเอล จริงหรือ?

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 07 พ.ย. 2566 เวลา 18.27 น. • เผยแพร่ 07 พ.ย. 2566 เวลา 11.27 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

07 พฤศจิกายน 2566
แปลและเรียบเรียงบทความโดย: อดิศร สุขสมอรรถ
ตรวจทานและพิสูจน์อักษร : คมส์ธนนท์ ศุขอัจจะสกุล

ข้อมูลที่ถูกแชร์ :

มีข้อมูลสร้างความเข้าใจผิดเผยแพร่ทาง Facebook และ X ในต่างประเทศ โดยอ้างว่ามัสยิดอิหม่ามเรซา มัสยิดสำคัญของนิกายชีอะห์ในประเทศอิหร่าน ทำการชักธงสีดำขึ้นเหนือมัสยิดเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ เพื่อประกาศสงครามกับอิสราเอลที่รุกรานดินแดนของชาวปาเลสไตน์ จนกลายเป็นข้อความที่มียอดรับชมรวมกันทาง X กว่า 20 ล้านครั้ง

บทสรุป :

  • ธงของมัสยิดอิหม่ามเรซา ใช้เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์สำคัญทางศาสนา
  • ธงของมัสยิดอิหม่ามเรซา ถูกชักเหนือมัสยิดเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม เพื่อไว้อาลัยเหยื่อโรงพยาบาลในฉนวนกาซาที่ถูกโจมตีจนมีผู้เสียชีวิตเกือบ 500 ราย
  • ข้อความที่จารึกบนธงของมัสยิดอิหม่ามเรซาไม่ใช่คำประเทศสงคราม แต่เป็นข้อความเพื่อเยียวยาผู้ประสบเหตุในช่วงสงคราม
  • มีกองกำลังติดอาวุธนำข้อความในคัมภีร์อัลกุรอานไปใช้เพื่อประกาศสงคราม แต่ไม่เคยมีการนำข้อความบนธงของมัสยิดอิหม่ามเรซาไปใช้ประกาศสงครามมาก่อน

FACT CHECK : ตรวจสอบข้อเท็จจริง :

จากการตรวจสอบโดย Fact Checker ในต่างประเทศพบว่า ไม่ใช่ครั้งแรกที่มัสยิดอิหม่ามเรซาประดับธงสีดำหน้ามัสยิด ส่วนข้อความที่ปรากฏบนธงก็ไม่ได้สื่อถึงการประกาศสงครามเช่นกัน

การประดับธงเพื่อรำลึกเหตุการณ์สำคัญทางศาสนา

มัสยิดอิหม่ามเรซา (Imam Reza shrine) ในประเทศอิหร่านถือเป็นมัสยิดที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ที่สุดในโลก เป็นที่รำลึกถึงอิหม่ามอาลี อัลรีดาหรืออิหม่ามเรซา อิหม่ามลำดับที่ 8 ตามแนวคิดสิบสองอิหม่ามของนิกายชีอะห์ มัสยิดอิหม่ามเรซาถือเป็นสถานที่แสวงบุญสำคัญของอิหร่าน ผลสำรวจเมื่อปี 2007 พบว่ามัสยิดอิหม่ามเรซาต้อนรับนักท่องเที่ยวต่อปีถึงกว่า 25 ล้านคน

ซึ่งการประดับธงสีดำเหนือมัสยิด แท้จริงแล้วคือการรำลึกถึงเหตุการณ์สำคัญทางศาสนาที่มัสยิดอิหม่ามเรซาทำต่อเนื่องมาทุกปี

ข้อมูลจาก Islamic Republic News Agency (IRNA) สำนักข่าวทางการของอิหร่านระบุว่า มัสยิดอิหม่ามเรซาจะทำการชักธงขึ้นเหนือมัสยิดปีละหลายหนเพื่อรำลึกเหตุการณ์สำคัญต่าง ๆ ทางศาสนา เช่นการรำลึกถึงอิหม่ามอาลี บุตรเขยของนบีมุฮัมมัด ศาสดาของศาสนาอิสลาม ผู้เป็นอิหม่ามลำดับที่ 1 ของนิกายชีอะห์ รวมถึงพิธีรำลึกถึงอิหม่ามฮุสเซน หลานของนบีมุฮัมมัด ผู้เป็นอิหม่ามลำดับที่ 3 ของนิกายชีอะห์

สัญลักษณ์ของการไว้อาลัย

ข้อความที่จารึกบนธงของมัสยิดอิหม่ามเรซานำมาจากคัมภีร์อัลกุรอาน แปลความหมายโดยรวมได้ว่า “จากความช่วยเหลือของอัลลอฮ์ ชัยชนะจะบังเกิดในไม่ช้า” (help from Allah and an imminent victory)

ผู้เชี่ยวชาญด้านอิหร่านและศาสนาอิสลามระบุว่า ข้อความบนธงของมัสยิดอิหม่ามเรซาไม่ใช่ข้อความที่ใช้ประกาศสงคราม แต่ใช้เพื่อเยียวยาและมอบความหวังให้ผู้คนที่ต้องพบกับความทุกข์ยากในช่วงสงคราม และสร้างความมั่นใจว่าการเสียสละของพวกเขาจะไม่สูญเปล่า เพราะท้ายที่สุดอัลลอฮ์จะมอบชัยชนะแก่ผู้ศรัทธา

Astan Quds Razavi หน่วยงานที่ดูแลมัสยิดอิหม่ามเรซาเผยแพร่แถลงการณ์เมื่อวันที่ 18 ตุลาคมเพื่อชี้แจงว่า การชักธงสีดำขึ้นเหนือมัสยิดเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม เพื่อเป็นการไว้อาลัยให้กับผู้เสียชีวิตหลายร้อยรายจากเหตุระเบิดในโรงพยาบาลในฉนวนกาซา ซึ่งทางมัสยิดเชื่อว่าเป็นฝีมือการโจมตีของกองทัพอิสราเอล

ซัจจาด ริซวี ศาสตราจารย์ด้านประวัติศาสตร์อิสลาม ศูนย์การศึกษาอาหรับและอิสลาม มหาวิทยาลัยเอ็กเซเตอร์ ประเทศอังกฤษ ชี้แจงว่า ความหมายของการประดับธงสีดำของมัสยิดอิหม่ามเรซาถูกสื่อสังคมออนไลน์ตีความผิด ๆ ไปทั่วโลก เพราะความหมายที่แท้จริงคือการไว้อาลัยและรำลึกเหตุการณ์สำคัญทางศาสนาเท่านั้น

ฮามิด ดาบาชี ศาสตราจารย์ด้านอิหร่านศึกษา มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย สหรัฐอเมริกา วิเคราะห์ว่าความหมายของการชักธงคือการเรียกร้องให้ชาวมุสลิมทั่วโลกร่วมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับชาวปาเลสไตน์ โดยมองว่าการชักธงครั้งนี้เปรียบเสมือนการยืนยันว่ารัฐบาลอิหร่านให้การสนับสนุนกองกำลังติดอาวุธฮามาสและอิสลามิกจิฮัด แต่ไม่ใช่การประกาศสงครามกับอิสราเอลโดยตรงตามที่กล่าวอ้าง

ข้อมูลอ้างอิง :

https://www.politifact.com/factchecks/2023/oct/23/facebook-posts/a-shrine-in-iran-raised-a-black-flag-in-mourning-n/
https://www.reuters.com/fact-check/black-flag-raised-by-iranian-shrine-mourning-occasions-2023-10-23/
https://apnews.com/article/fact-check-israel-hamas-gaza-iran-mosque-450023053332

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...