เมื่อน่านฟ้ากัมพูชา อยู่ภายใต้กำมือบริษัทไทยได้สัมปทาน 49 ปี ทุกสนามบิน-ทุกเส้นทางบิน 100%บริหารการจราจรบนฟ้าเจ้าแรกเจ้าเดียวแบบไร้คู่แข่ง
Reporter Journey
อัพเดต 08 พ.ย. 2566 เวลา 05.49 น. • เผยแพร่ 08 พ.ย. 2566 เวลา 05.49 น. • Reporter Journeyหลังจากที่สนามบินนานาชาติเสียบเรียบ (เสียมเรียบ-อังกอร์ )แห่งใหม่ที่เพิ่งสร้างเสร็จ โดยเป็นการลงทุนโดยบริษัทของจีน และได้เปิดให้บริการแบบ Soft Opening ไปแล้วเมื่อกลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมา แต่หลายคนยังไม่ทราบว่า ทั้งสนามบินเสียมเรียบ และสนามบินทั้งหมดในกัมพูชา บริษัทจากประเทศไทยได้สิทธิในการเข้าไปบริหารจัดการทั้งระบบการควบคุมการเดินอากาศแบบ 100%
ซึ่งเอกชนที่เข้าไปดำเนินงานคือ บริษัท สามารถ เอวิเอชั่น โซลูชั่นส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SAV และเป็นผู้ถือหุ้น 100% บริษัท แคมโบเดีย แอร์ ทราฟฟิค เซอร์วิส จำกัด (CATS) ผู้ให้บริการเพียงรายเดียวที่ได้สิทธิในการบริหารจัดการจราจรทางอากาศ ครอบคลุมเส้นทางบินทั้งหมดของน่านฟ้าประเทศกัมพูชา โดยได้รับสัมปทานจากรัฐบาลกัมพูชา ระยะเวลารวม 50 ปี (2545-2594) เนื่องจากกัมพูชาไม่มีหน่วยงานหรือความสามารถในด้านนี้ และบริษัทเห็นการเติบโตของกัมพูชาในอนาคต จึงเข้าไปลงทุนเป็นเจ้าแรกและเจ้าเดียวแบบไร้คู่แข่ง ซึ่งปัจจุบันกัมพูชามีสนามบินเพียง 6 แห่ง ได้แก่
1. สนามบินนานาชาติพนมเปญ
2. สนามบินนานาชาติเสียมเรียบ
3. สนามบินนานาชาติสีหนุ
4. สนามบินพระตะบอง
5. สนามบินเกาะกง
6. สนามบิน สตึงเตรง
สำหรับรายได้หลักของ CATS มาจากบริการควบคุมการจรารจรทางอากาศ โดยแบ่งตามประเภทเที่ยวบินได้ 3 ประเภท ได้แก่
1. รายได้ค่าบริการสำหรับเที่ยวบินที่บินขึ้น-ลงระหว่างประเทศ (Landing &Take-off : International) เป็นสัดส่วนรายได้ประมาณ 37 - 44%
2. รายได้ค่าบริการสำหรับเที่ยวบินที่บินขึ้น-ลงภายในประเทศ (Landing & Take-off : Domestic) เป็นสัดส่วนรายได้ประมาณ 4-5% และ
3. รายได้ค่าบริการสำหรับเที่ยวบินที่บินผ่านเขตน่านฟ้ากัมพูชา (Overflight) เป็นสัดส่วนรายได้ประมาณ 50% ของรายได้รวม
สำหรับปี 2565 ที่ผ่านมา กัมพูชามีเที่ยวบินรวม 68,390 เที่ยวบิน ครองเส้นทางการบินระหว่างประเทศ 18 เส้นทาง และเส้นทางการบินในประเทศ 20 เส้นทาง แบ่งเป็นเส้นทางบินภายในประเทศ (domestic landing) สัดส่วน 9% เส้นทางบินระหว่างประเทศ (international landing) สัดส่วน 18.8% และเส้นทางบินผ่าน หรือ overflight สัดส่วน 72.2% โดยบริษัทมีรายได้จากการให้บริการประมาณ 1,200 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้น 165% เมื่อเทียบกับปี 2564
และคาดว่าจะเพิ่มเป็นประมาณ 1,700-1,800 ล้านบาทในปี 2566 และเพิ่มขึ้นได้ถึง 2,000 ล้านบาทในปี 2567 ซึ่งจะกลับมาใกล้เคียงกับรายได้ปี 2562 ที่มีรายได้รวม 2,057 ล้านบาท