'โอ๊ตมีล' เปิดใจร่ำไห้ ช่างตัดผมตัดหูหวิดขาด ปัดรับผิดชอบ บอกใช้หน้าตาทำงาน ไม่ได้ใช้หู
'โอ๊ตมีล' เปิดใจร่ำไห้ ช่างตัดผมตัดหูเกือบขาด ไม่รับผิดชอบ บอกใช้หน้าตาทำงาน ไม่ได้ใช้หู เผยหูเป็นแผลเป็น ต้องตัดไหมเอง แฉเคยเกิดแบบนี้มาแล้ว 3 ครั้ง
กรณี ‘โอ๊ตมีล’ นักแสดงหนุ่ม โพสต์วอนเรียกร้องความเป็นธรรมหลังจากไปตัดผมแต่โดนตัดหู โดยเสียใจกับเหตุการณ์นี้มาก เสียสุขภาพจิตแย่มาก ทนไม่ไหวแล้ว วอนช่วยเพราะช่างตัดผม ไร้ความรับผิดชอบ ตามที่เสนอข่าวไปนั้น
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 6 พ.ย.66 นายณัฐพงษ์ คัดทะจันทร์ หรือ โอ๊ตมีล นักแสดงซีรีย์วาย ภายใต้สังกัด Mflow Entertainment เปิดเผยกับ ข่าวสดออนไลน์ ระบุว่า เมื่อวันที่ 28 ก.ย.66 ช่วงเวลาประมาณ 15.00 น. ตนเอง เพื่อนนักแสดงในสังกัดอีก 3 คน เดินทางไปตัดผมที่ร้านคู่กรณี ซึ่งทางร้านเป็นสปอนเซอร์ให้กับทางค่าย และตนเองก็เคยตัดผมที่ร้านนี้มาประมาณ 5 ครั้งแล้ว
โดยเกิดเหตุตนเองตัดผมเป็นคนแรก ในขณะที่กำลังตัดผมบริเวณท้ายทอย ก็เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งทำให้เนื้อหูเปิด เกือบขาด วินาทีนั้นตนเองรู้สึกเจ็บมาก จี๊ดไปถึงหัวใจ และทางช่างก็ขอโทษ ก่อนที่เพื่อนเพื่อนนักแสดงจะพาตนเอง ส่งโรงพยาบาลสุขุมวิท โดยเย็บแผล 7 เข็ม ซึ่งเรื่องนี้ต้องขอขอบคุณอาจารย์หมอจริงๆ
ส่วนค่ารักษาพยาบาลอยู่ที่ 15,375 บาท ในวันเดียวกันนั้นตนรอให้ทางร้านจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้เต็มจำนวน แต่ตนเองต้องรอนานกว่า 4 ชั่วโมง ทั้งนี้หลังจากเกิดเหตุทางสังกัดของตนเองและร้านคู่กรณีได้เจรจาเรียกค่าสินไหมทดแทน เนื่องจากอุบัติเหตุในครั้งนี้ทำให้ตนเองไม่สามารถที่จะไปทำงานได้ ขาดในเรื่องงาน และกระทบเรื่องเงิน จนทำให้เกิดความเครียดมาตลอดระยะเวลา 1 เดือน เพราะด้วยอาชีพตนเองที่เป็นนักแสดงหากเป็นแผลเป็น ก็จะกระทบต่อการรับงานในอนาคต
ซึ่งเรื่องนี้กลายเป็นแผลทั้งกายและใจของตนเอง อย่างเมื่อ ช่วงเดือนที่แล้วตนเองไปแคสงาน ก็ถูกถามถึงแผลเป็นที่หู ซึ่งตอนนี้ก็เริ่มเป็นคีลอยด์อีกด้วย แต่ตนเองโชคดีที่เป็นพรีเซนเตอร์ของโรงพยาบาลมาสเตอร์พีซ เลยปรึกษากับแพทย์ในเรื่องของแผลเป็น และรักษาคีลอยด์ต่อไป
ส่วนเรื่องที่ทางช่างอ้างว่า ตนเองนั้นอยู่ไม่นิ่ง เลยทำให้เกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ ตนขอยืนยันว่านั่งอยู่นิ่งๆ อย่างไรก็ตาม ตนเองไม่อยากดิสเครดิตใคร และมองว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้เป็นอุบัติเหตุที่เกิดจากความประมาท ที่ตนออกมาเรียกร้องความเป็นธรรมในวันนี้ ก็เพื่อที่จะปกป้องสิทธิ์ของตนเอง และมั่นใจว่าหากเรื่องนี้ไม่ได้เกิดกับตนก็คงไม่เป็นเรื่องใหญ่เช่นนี้
เพราะตนเองรู้สึกว่าทางร้านไม่รับผิดชอบ อีกทั้งยังพูดกับตนเองว่า เงินจำนวน 15,375 บาทนั้น ถือว่าเป็นน้ำใจจากทางร้านแล้ว อีกทั้งเวลาทำงานก็ไม่ได้ใช้หูทำงาน ใช้หน้าตาทำงาน และยกเรื่องการเป็นสปอนเซอร์มาเป็นเหตุผลว่า จะไม่ขอจ่ายค่าสินไหมทดแทน อย่างไรก็ตาม ตนเองทักเข้าไปเจรจากับทางช่าง ซึ่งทางช่างเลือกที่จะอ่านแล้วไม่ตอบ ในขณะที่ทางร้านก็เลือกที่จะปัดความรับผิดชอบ และโยนไปให้ทางช่างรับผิดชอบค่าสินไหมทดแทน
"ต่อมาทางร้านก็ยอมที่จะจ่ายค่าตัดไหมและการดูแลแผลเป็น จนเมื่อถึงกำหนดตัดไหมทักไปทวงถามทางร้าน แต่ก็มีทีท่าบ่ายเบี่ยง จนสุดท้ายผมต้องตัดไหมเอง อย่างไรก็ตาม ทราบมาจากนักแสดงท่านอื่นว่า เคยมีอุบัติเหตุแบบนี้เกิดขึ้นมาแล้ว ประมาณ 3 ครั้ง เลยมองว่าเรื่องนี้มันไม่ควรเกิดขึ้นอีก" นายณัฐพงษ์ กล่าว
สุดท้ายนี้อยากฝากบอกถึงคู่กรณีว่า วันนี้ตนเองถอยมา 2 ครั้งแล้ว เพราะในตอนแรกที่ขอไม่จ่ายค่าสินไหมทดแทน ตนก็ยอม ส่วนถอยครั้งที่ 2 คือตอนทางค่ายหาทางออกให้ หลังจากที่ทางร้านเสนอว่าให้ทำประกัน พร้อมกับบัตรเอทีเอ็ม 1,599 บาท ตนก็ยอม และทางร้านก็ขอจ่ายในวันที่ 16 ต.ค.66 แต่จนถึงวันนี้ตนก็ยังไม่ได้ ตนถอยไม่ได้แล้ว เพราะเป็นเสาหลักของครอบครัว ตอนนี้ทั้งคุณยายและแม่ ต่างเป็นห่วง และจะไม่ยอมให้ครอบครัวเสียใจกับเรื่องนี้อีก จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด