โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กรมชลฯ เฝ้าระวังรับมือพายุ ‘วิภา’ บูรณาการทุกภาคส่วน เร่งช่วยเหลือประชาชน

The Bangkok Insight

อัพเดต 22 ก.ค. 2568 เวลา 10.05 น. • เผยแพร่ 22 ก.ค. 2568 เวลา 10.05 น. • The Bangkok Insight

กรมชลฯ เฝ้าระวังรับมือพายุ "วิภา" เกาะติดสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำสำคัญทั่วประเทศ บูรณาการทุกภาคส่วน พร้อมเร่งช่วยเหลือประชาชน

ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน เปิดเผยว่า จากการติดตามปริมาณฝนสะสมตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-13 กรกฎาคม 2568 โดยกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่าปริมาณฝนทั่วประเทศสูงกว่าค่าปกติ 16% (ค่าปกติประมาณ 652 มิลลิเมตร(มม.) ขณะที่ฝนปีนี้อยู่ที่ประมาณ 756.5 มม.)

พายุ

สำหรับสถานการณ์น้ำปัจจุบัน (22 ก.ค. 2568) อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศมีปริมาณน้ำรวม 45,274 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 59% ของความจุอ่างฯรวมกัน ยังสามารถรองรับปริมาณน้ำได้อย่างเพียงพอในช่วงฤดูฝนนี้ เฉพาะในลุ่มน้ำเจ้าพระยา 4 เขื่อนหลัก ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 14,172 ล้านลูกบาศก์เมตร (57% ของความจุอ่างฯรวมกัน)

ทางด้านเขื่อนเจ้าพระยา ได้ปรับเพิ่มการระบายน้ำแบบขั้นบันได เพื่อรองรับมวลน้ำเหนือที่กำลังไหลลงมาเพิ่มอย่างต่อเนื่อง โดยให้สอดคล้องกับสถานการณ์ฝนที่ตกในพื้นที่ตอนล่าง เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนให้มากที่สุด

นอกจากนี้ กรมชลประทาน ยังได้เฝ้าระวังและติดตามปริมาณน้ำท่าในลุ่มน้ำสำคัญทั่วประเทศอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในภาคเหนือ ได้แก่ ลุ่มน้ำปิง วัง ยม และน่าน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ ลุ่มน้ำโขงตะวันออกเฉียงเหนือ ชี และมูล ภาคกลาง ได้แก่ ลุ่มน้ำเจ้าพระยา เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับน้ำฝนและป้องกันผลกระทบจากพายุที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่ลุ่มต่ำและเขตชุมชนริมแม่น้ำสายต่าง ๆ

ในส่วนของพายุวิภา กรมชลประทาน ได้เน้นย้ำให้โครงการชลประทานในพื้นที่เสี่ยง เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ซึ่งคาดว่าจะส่งผลให้หลายพื้นที่ของประเทศ โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนและภาคเหนือ มีแนวโน้มเกิดฝนตกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งคาดการณ์สถานการณ์ล่วงหน้า เพื่อเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยที่อาจเกิดขึ้น

ทั้งนี้ ได้กำชับให้โครงการชลประทานทั่วประเทศ ปฏิบัติตาม 9 มาตรการรับมือฤดูฝน ปี 2568 ของ กนช. อย่างเคร่งครัด ได้แก่

  • บริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำให้สอดคล้องกับแนวโน้มฝน โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงฝนตกหนัก พร้อมพร่องน้ำล่วงหน้าเพื่อรองรับน้ำฝน
  • ตรวจสอบอาคารชลประทานให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน
  • จัดเตรียมเครื่องจักรกลและอุปกรณ์ช่วยเหลือ อาทิ เครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ รถขุด รถแบคโฮ และเรือผลักดันน้ำ ประจำจุดเสี่ยงน้ำหลาก
  • ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแจ้งเตือนประชาชนอย่างทันท่วงที และวางแผนการช่วยเหลือให้ครอบคลุมทุกพื้นที่

หากประชาชนพบปัญหาน้ำท่วม หรือมีข้อกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำ สามารถติดต่อโครงการชลประทานใกล้บ้าน หรือสายด่วนกรมชลประทาน โทร. 1460 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...