โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

"สมศักดิ์" เปิดแผน 3 ระยะ พัฒนาหุ่นยนต์ทางการแพทย์ ยกระดับบริการสุขภาพไทย

The Better

อัพเดต 22 ก.ค. 2568 เวลา 11.14 น. • เผยแพร่ 22 ก.ค. 2568 เวลา 11.14 น. • THE BETTER
“สมศักดิ์” กางแผน 3 ระยะ พัฒนาเทคโนโลยีหุ่นยนต์ทางการแพทย์ มั่นใจแม่นยำ ปลอดภัย ลดความผิดพลาดและภาวะเเทรกซ้อน เพิ่มประสิทธิภาพการรักษา ยกระดับการให้บริการประชาชน

ที่อิมแพค เมืองทองธานี นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดการประชุมและปาฐกถาพิเศษ ในการประชุมเชิงปฏิบัติการหุ่นยนต์ทางการแพทย์และระบบสาธารณสุข ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 วันนี้ (22 ก.ค. 2568) ณ ศูนย์การประชุมอิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายยกระดับ 30 บาทรักษาทุกที่ เพื่อเพิ่มการเข้าถึงบริการสุขภาพ ให้ประชาชนได้รับบริการที่ดี สะดวกและปลอดภัย ผ่านการยกระดับบริการด้วยปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ทางการแพทย์และเทคโนโลยีสุขภาพ เช่น หุ่นยนต์ทางการแพทย์ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีขั้นสูงที่แม่นยำและปลอดภัย ช่วยลดความผิดพลาดและภาวะเเทรกซ้อน เพิ่มประสิทธิภาพการรักษา และเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจสุขภาพ สู่ Medical & Wellness Hub

กางแผนพัฒนา 3 ระยะ

สำหรับแผนในการพัฒนา 3 ระยะ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า อธิบายดังนี้

ระยะที่ 1 ปี 2568 - 2570 พัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ กลุ่มนำร่อง กำหนดมาตรฐานและแนวทางการปฏิบัติ โดยจะดำเนินการในโรงพยาบาลนำร่อง 5 ภาค

ระยะที่ 2 ปี 2571 - 2572 ขยายผลการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ไปยังโรงพยาบาลที่มีความพร้อม

ระยะที่ 3 ปี 2573 เป็นต้นไป ประเมินผลลัพธ์ ปรับปรุงระบบ และสร้างความยั่งยืนในการใช้เทคโนโลยี

นอกจากนี้ จากการดำเนินงานการพัฒนาระบบบริการสุขภาพ (Service Plan) ที่ผ่านมาได้มีการจัดตั้งศูนย์เชี่ยวชาญความเป็นเลิศ (Excellent center) มุ่งเน้นการจัดบริการที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพในสาขาเฉพาะทาง เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการที่จำเป็นได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม

การเพิ่มศักยภาพศูนย์เชี่ยวชาญด้วยการนำเทคโนโลยีหุ่นยนต์ (Robotics) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาช่วยบริการทางการแพทย์และสาธารณสุข นอกจากจะช่วยยกระดับคุณภาพการรักษาและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ป่วย ยังเพิ่มขีดความสามารถในการทำงานของบุคลากร ลดภาระงานที่เป็นกิจวัตรหรือมีความเสี่ยงสูง ทำให้มีเวลาและทรัพยากรในการมุ่งเน้นงานที่ต้องใช้ทักษะเฉพาะด้าน ช่วยในการตัดสินใจที่ซับซ้อน และการให้บริการที่มีความละเอียดอ่อน ซึ่งล้วนเป็นหัวใจสำคัญของการดูแลทางการแพทย์

ตัวอย่างการใช้หุ่นยนต์รักษา

สำหรับการนำเทคโนโลยีทางด้านหุ่นยนต์มาใช้ในงานทางการแพทย์มีหลายด้าน เช่น หุ่นยนต์ในการขนส่งและจัดส่ง (Logistics and Delivery Robots) หุ่นยนต์จัดเตรียมและจ่ายยา (Pharmacy Automation Robots) หุ่นยนต์ผ่าตัด (Surgical Robots) หุ่นยนต์ช่วยฟื้นฟูสมรรถภาพ (Rehabilitation Robots) รวมถึงปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ช่วยในการวินิจฉัยโรค วิเคราะห์ข้อมูลทางการแพทย์ที่มีจำนวนมาก เช่น ภาพถ่ายรังสี (X-ray, MRI, CT Scan) ข้อมูลผลเลือด และประวัติผู้ป่วย ซึ่งเป็นประโยชน์ในการเพิ่มประสิทธิภาพการรักษา ลดความผิดพลาด ลดภาวะแทรกซ้อน และลดระยะเวลาการพักฟื้นของผู้ป่วย ขณะที่บุคลากรมีความเชี่ยวชาญในการใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งสร้างความเชื่อมั่นให้ทั้งกับผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...