โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

33 ปี ไม่ลืม ‘พฤษภา 35’ นิรโทษกรรมประชาชน คำถามเดิม ที่รอคำตอบใหม่

MATICHON ONLINE

อัพเดต 17 พ.ค. 2568 เวลา 05.50 น. • เผยแพร่ 17 พ.ค. 2568 เวลา 05.06 น.

กะพริบตาเพียงชั่วขณะ ก็ผ่านไปแล้ว 33 ปี

สำหรับเหตุการณ์ ‘พฤษภา 35’ ที่ประชาชนออกมาชุมนุมบนท้องถนนโดยมีเหตุจากการรัฐประหารของคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) ก่อนบานปลายจนมีผู้บาดเจ็บ เสียชีวิต และสูญหาย

กลายเป็นบาดแผลใหญ่ที่ยังไม่เคยหายดี โดยเฉพาะครอบครัวผู้สูญเสีย

14 พฤษภาคมที่ผ่านมา เวทีอภิปรายสาธารณะ เนื่องในโอกาส 33 ปีเหตุการณ์พฤษภา 35“ถึงเวลานิรโทษกรรมประชาชน สลายความขัดแย้งประเทศไทย” มีขึ้นที่คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร

ถกปมปัญหาที่วนกลับมาพูดคุยกันทุกปี ปีนี้ก็พูดอีก และยังต้องพูดต่อไป

นิรโทษกรรม เครื่องมือแก้ปัญหา ‘เฉพาะกิจ’

หวังยั่งยืน ต้องป้องกัน ‘ขัดแย้ง’

เปิดเวทีด้วยอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 เช่นเดิม

ตอนนี้เหตุการณ์บ้านเมืองและเศรษฐกิจ รวมทั้งเหตุการณ์โลกทุกประเทศมีปัญหามาก ถ้าหากเราไม่รวมตัวเป็นหนึ่งเดียว ก็ยากที่จะก้าวพ้นสงครามเศรษฐกิจครั้งนี้ แต่จะทำอย่างไรก็ต้องเป็นหน้าที่ของทุกคนบนเวทีต้องช่วยกันหาทางออก ทั้งนี้ ความเข้าใจที่ว่าออกกฎหมายนิรโทษกรรมไม่สามารถที่จะทำได้

แต่ไม่ถือว่าเป็นความบกพร่องของภาคประชาชน แม้ว่าผมเรียกร้องเรื่องนี้เป็นปีที่ 33 แล้ว” อดุลย์กล่าว

ด้านรศ.ดร.ภูมิ มูลศิลป์ คณบดีคณะสังคมศาสตร์ มศว.ประสานมิตร มองว่า นิรโทษกรรมเป็น 1 ในเครื่องมือหนึ่งที่แก้ไขปัญหาเฉพาะกิจเฉพาะคราว และเป็นการแก้ไขปัญหาที่อาจจะไม่มีความยั่งยืนเท่าใดนักถ้ามองไปในอนาคต ฉะนั้นถ้าต้องป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งหรือความรุนแรงเกิดซ้ำ

“เรื่องกระบวนการปรองดอง มีการคุยกันอยู่เสมอว่าจะมีการค้นหาความจริง มีการเยียวยาและจะมีการดำเนินคดี ซึ่งถ้าจะใช้กระบวนการทางกฎหมายปกติ ก็จะไปใช้ช่องทางของอัยการ หรือค่อยๆ กรองใครมีปัญหาว่ามูลเหตุจูงใจทางการเมืองคืออะไร ในกรรมาธิการฯก็มีการคุยกัน มีการจัดทำบัญชีท้ายตัวร่าง พ.ร.บ.ว่าคดีประเภทไหน ถ้าไม่ใช้กระบวนการที่ทำตามปกติ นิรโทษกรรมก็เป็นเครื่องมือหนึ่ง” รศ.ดร.ภูมิกล่าว

มัดรวมทั้งก้อนไม่ได้?

แนะตั้งกรรมการแก้ปมซับซ้อน

ขณะที่ ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล ประธานมูลนิธิพฤษภาประชาธรรม เผยว่า ตนเข้าใจว่าคำว่านิรโทษกรรมเหมือนกับของแสลง เช่น กรณีศาลรัฐธรรมนูญเอาเหตุที่พรรคการเมือง เสนอแก้กฎหมายมาตรา 112 มายุบพรรค จึงกลายเป็นเรื่องที่คนไม่ค่อยกล้า

“เรื่องของการนิรโทษกรรมถ้าดูจากบทเรียนที่ผ่านมา เมื่อใดก็ตามที่ผู้มีอำนาจเป็นผู้กระทำ หรือทหารยึดอำนาจทุกครั้งก็จะนิรโทษกรรมให้ตนเอง หรือคราวใดที่ไปทำประชาชนตายขึ้นมา เช่น 6 ตุลาคม 2519 หรือพฤษภาคม 2535 เขาก็จะรีบนิรโทษกรรม โดยเหตุผลที่บอกคือ นิรโทษกรรมให้กับประชาชน เหมือนกับมีบางคนไปกระทำเข้าข่ายที่กระทำผิดกฎหมาย ก็อ้างว่านิรโทษกรรมให้ประชาชน แต่ไปอ่านดูเป็นการนิรโทษกรรมทั้งหมดทุกคนที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นั้น

คือเหตุผลว่าทำไมเหตุการณ์ต่างๆ จึงเอาผิดใครไม่ได้แม้แต่ครั้งเดียว แม้ว่าญาติจะพยายามต่อสู้คดีไปถึงชั้นศาล แต่ศาลก็บอกว่านิรโทษกรรมไปแล้วก็จบ ตรงนี้คือปัญหา” ผศ.ดร.ปริญญากล่าว

ก่อนโฟกัสอีกว่า เรื่องของนิรโทษกรรมมีทั้งเรื่องการเมือง ซึ่งเข้าใจว่าเป็นเรื่อง ‘การเมืองล้วนๆ ‘ตั้งแต่เหตุการณ์ชุมนุมที่ผ่านมา ตั้งแต่หลังพฤษภาคม 35 ตั้งแต่ปี 2549 ก็ควรจะนิรโทษกรรมให้ เพราะเป็นเรื่องของความเห็นต่าง และความขัดแย้งก็ควรจะจบ แต่ถ้าเป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกับกฎหมายอาญาในบางมาตรา ตรงนี้คิดว่าจะทำรวดเดียวเป็นก้อนไม่ได้

“ขอเสนอแก้ปัญหาความซับซ้อนโดยมีคณะกรรมการขึ้นมา 1 ชุด ที่ทุกคนเห็นด้วยและจะดูว่าจะแก้กันอย่างไร เช่น ขั้นตอนอยู่ระหว่างการสอบสวน หรือเรื่องอยู่ระหว่างการพิจารณาในศาล ฉะนั้นต้องแยกแยะเป็นกลุ่มๆ ไม่ใช่รวมเป็นก้อนเดียว แล้วมาดูกรณีที่เห็นต่างกันอยู่ดำเนินการอย่างไร การเจรจาต้องเจรจาจากเรื่องง่าย การที่พรรคการเมืองไปคุยกันเพราะว่าคุยกันประเด็นที่เห็นไม่ตรงกัน ดังนั้นต้องเปลี่ยนวิธีการใหม่ เพราะเรื่องจะต้องกลับมาสู่สภาแล้วสุดท้ายที่รัฐบาล

การนิรโทษกรรมเหมือนกับเป็นการมัดรวมกัน ซึ่งควรที่จะมีการแยกแยะ แต่วิธีการจะแยกแยะได้ต้องมีคณะกรรมการขึ้นมา ซึ่งประกอบด้วยผู้คนที่หลากหลายมาพิจารณากัน แต่กลายเป็นว่าไม่ช่วยเลย เพราะถ้าช่วยแล้ว เช่น ใน 100 คน จะมี 2 คนที่ยังเถียงกันอยู่ว่าควรช่วยหรือไม่ ก็เลยไม่ช่วยใครสักคนเลย เปรียบเสมือนหมอมีคนไข้ 100 คน ก็ต้องแยกแยะตามอาการของโรค แต่ขณะนี้เราไม่ปล่อยใครกลับบ้านเลย ทั้งที่คนไข้กลับบ้านได้ 7 คนใน 100 คน เช่น อาจจะมีคนป่วยหนัก 1-2 คน แต่เรากลับไม่ปล่อยเลยสักคนเดียว ผมคิดว่าต้องมีกรรมการชุดหนึ่งแยกแยะเป็นกลุ่มๆ ไป” ผศ.ดร.ปริญญาอธิบาย

พะเยาว์ อัคฮาด หรือแม่น้องเกด ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์พฤษภา 2553 กล่าวว่า นิรโทษกรรมก็ไม่ใช่ว่าจะเลวร้ายอะไร ส่วนตัวก็เคยขัดขวางในกรณีไม่เห็นด้วยกับนิรโทษกรรม เป็นตัวตั้งตัวตีในการต่อต้าน และมาบัดนี้ผ่านเหตุการณ์มา 35 ปี ก็ได้รับรู้และตกผลึกหลายอย่าง

“เห็นด้วยกับที่อาจารย์ปริญญาพูด เรื่องการนิรโทษกรรมจะมัดรวมไม่ได้เพราะจะมีปัญหา นอกจากนี้แต่ละพรรคการเมืองจะมีความขัดแย้ง ทั้งนี้ อยากเห็นเด็กคนรุ่นใหม่ที่กำลังมีปัญหา มีโอกาสหายใจ มีโอกาสที่ชีวิตเขาจะไม่ตกอยู่กับสิ่งที่เขาต้องเผชิญ

ซึ่งเราก็เคยผ่านในวันนั้นมาแล้ว ทำไมเราไม่เอาตรงนั้นมาคิด มันติดอยู่ที่ว่าเราพูดกัน หรือหลายฝ่ายพูดกันมานานแต่ไม่ได้ลงมือ”

เปิดข้อดี ชี้ข้อเสีย

ทำไมต้องรับ ‘ร่างพรรคประชาชน’?

ด้าน ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ ตัวแทนจากพรรคประชาชน ยืนยันว่า ร่างของพรรคประชาชนไม่มีเรื่องของมาตรา 112

“เราต้องการที่จะปรองดองสลายความขัดแย้งต่างๆ หรือเปลี่ยนชื่ออะไรก็ได้ แต่ทิ้งเด็กกลุ่มที่ออกมาเคลื่อนไหวไม่ได้ เพราะเป็นเหตุการณ์ที่กำลังดำรงอยู่ ยังไม่มีการยื่นขอประกันตัว ยังมีการเข้าเรือนจำอยู่ ทุกวันเด็กนักศึกษาจำนวนมากลี้ภัยไปเยอะแล้ว

ละคนที่ลี้ภัยไม่ใช่หมูหมากาไก่ แต่เป็นเด็กที่มีความสามารถทั้งนั้น จึงรู้สึกเสียดายเพราะหลายคนมีความรู้ความสามารถ มีโอกาสที่จะไปต่อได้ แต่คนที่อยู่ในเรือนจำไปไหนไม่ได้ สุดท้ายแล้วพรรคประชาชนพยายามพูดคุยกับหลายพรรคการเมือง ว่าทำไมจะต้องรับร่างของพรรคก้าวไกลเดิม”

นพ.ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวว่า ประเด็นนิรโทษกรรมกับปรองดองเป็นคนละประเด็นกันไม่ใช่ 1+1 จะเป็น 2 ถ้านิรโทษกรรมดีก็ควรปรองดอง ถ้านิรโทษกรรมไม่ดีอาจจะไม่ปรองดอง มันเป็นคำพูด 2 คำซึ่งหลายคนที่คิดอาจจะให้เป็นไปในทางเดียวกัน คือนิรโทษกรรมและมีการปรองดอง ทั้งนี้นิรโทษกรรมมีทั้งข้อดีและข้อเสีย

“ผมได้ร่วมกับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยและ กปปส. โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยึดอำนาจมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาไม่รู้กี่คณะเพื่อพยายามดำเนินการ จนเราพูดว่าหากนำร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม คงสูงท่วมหัวแล้ว

ในแง่ของประชาชนถ้าใครทำผิดท่ามกลางข้อดี-ข้อเสีย เราต้องพิจารณาว่าจะทำอย่างไรให้สังคมเกิดข้อดีเป็นหลัก อย่างไรก็ตามผมเดินหน้าเรื่องนี้มาประมาณ 10 ปีแล้ว” นพ.ระวีกล่าว

ถึงเวลาสลายขัดแย้ง

นิรโทษประชาชน ไม่ใช่นิรโทษเจ้าหน้าที่รัฐ

ปรีดา บุญเพลิง พรรคกล้าธรรม แสดงความเห็นว่า ในฐานะที่ทำ พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข คิดว่าถึงเวลาแล้วที่จะสลายความขัดแย้ง ยืนยันว่าเรื่องนี้ตนได้เสนอร่างไปแล้ว และขณะเดียวกันพรรคการเมืองต่างๆ ก็รอว่ารัฐบาลจะเอาร่างรัฐบาลเข้าเมื่อไหร่ ซึ่งตนจะติดตามเรื่องนี้ด้วยชีวิต เพื่อให้ผลงานนี้สำเร็จเพื่อบ้านเมือง

“สภาประชาธรรมเป็นนิมิตหมายที่ดี เพื่อที่ประชาชนจะอยู่กันอย่างมีธรรมะ ทำอะไรถูกต้องตามทำนองคลองธรรมในสังคมบ้านเมืองของไทย สังคมไทยเป็นสังคมที่เหมือนกับประเทศใดในโลกชื่นชมประเทศไทย ที่รักชอบและอยากอยู่ประเทศไทย

เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้เราควรที่จะรักษาไว้ ความเห็นต่างเป็นเรื่องของทุกประเทศในโลก เพราะฉะนั้นต้องรับฟังเสียงส่วนใหญ่”

ปิดท้ายที่ เมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 โดยสรุปประเด็นการอภิปรายว่า

1.ข้อเสนอการนิรโทษกรรมประชาชน โดยเฉพาะนักโทษทางการเมืองและนักโทษทางความคิดในประเทศไทย ไม่ใช่นิรโทษกรรมเจ้าหน้าที่รัฐ ผู้มีอำนาจ หรือผู้กระทำความผิด เช่น การรัฐประหาร การสังหารหมู่ประชาชนในเหตุการณ์ต่างๆ เนื่องจากที่ผ่านมาผู้มีอำนาจรัฐได้นิรโทษกรรมตนเองไปหมดแล้ว

2.นับตั้งแต่ปี 2563 มีคนรุ่นใหม่ที่สูญเสียอนาคตเพราะเหตุการณ์ทางการเมืองจำนวนมาก และเป็นเหยื่อในเหตุการณ์ที่ต้องคดีทางการเมือง ทั้งคดีการชุมนุม คดีการแสดงความคิดเห็น ทำอย่างไรจะนำเขาคืนกลับมาสู่สังคม และสลายความขัดแย้ง

3.ต้องมีการจัดการความทรงจำของประชาชนในเหตุการณ์ความขัดแย้ง และคืนความชอบธรรมให้แก่สังคม โดยเฉพาะเหยื่อผู้ถูกกระทำ ดังที่มีการสัมภาษณ์เหยื่อในปี’53

4.บทเรียนจากเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 19 และความขัดแย้งทางสังคมที่นำพาคนหนุ่มสาวเข้าสู่ป่าเขาและสู้รบด้วยกองกำลังอาวุธ เป็นความขัดแย้งครั้งใหญ่ที่เกิดสงครามกลางเมืองมากกว่า 40 จังหวัดทั่วประเทศ แต่สุดท้ายแล้วก็สามารถนิรโทษกรรมและปรองดองคืนสู่สังคมได้ โดยใช้คำสั่งที่ 66/23 เป็นตัวอย่างหนึ่งว่าท่ามกลางความขัดแย้ง รัฐสามารถที่จะสรุปบทเรียนและแก้ไขได้

5.ควรมีกรรมการกลั่นกรองโดยรัฐสภา เพื่อให้ทุกพรรคการเมืองและทุกฝ่ายได้หันหน้าหารือกัน เรื่องคดีนักโทษทางการเมืองและนักโทษทางความคิดทั้งหมด

6.ปัจจุบันมีความขัดแย้งในหลายมิติและหลายระดับ ควรให้มีคณะกรรมการพิจารณาตามกฎหมายนิรโทษกรรม

7.การนิรโทษกรรมประชาชนวันนี้อยู่ที่ผู้มีอำนาจและรัฐบาลที่นำโดยพรรคเพื่อไทย รวมถึงพรรคร่วมรัฐบาลแล้วว่าจะเอาอย่างไรกับเรื่องนี้ ตามที่พรรคเคยหาเสียงไว้ โดยรัฐบาลสามารถผ่านกฎหมายทั้ง 4 ฉบับได้ โดยไปแปรญัตติในชั้นกรรมาธิการตามเจตนารมณ์ที่หาเสียงไว้ได้ โดยไม่จำเป็นต้องเสนอกฎหมายใหม่ของตนเอง

“สำหรับข้อเสนอของญาติวีรชนพฤษภา 35 ซึ่งมีภารกิจในเรื่องของการดูแลญาติผู้เสียชีวิต รัฐบาลทักษิณเคยตั้งคณะกรรมการอิสระชุดคุณอานันท์ ปันยารชุน เป็นประธานและมีมติให้ชดใช้แก่ผู้เสียชีวิตและสูญหายเพื่อสร้างบรรทัดฐานทางสังคม แต่กลับไปใช้กฎหมายช่วยเหลือภารกิจรัฐด้านภัยพิบัติเยียวยาวีรชนแทน ซึ่งเป็นการลบหลู่วีรชน ไม่ดำเนินการตามข้อเสนอของคณะกรรมการอิสระที่ต้องการให้รัฐรับผิดชอบตามหลักการสากล

ภารกิจที่สอง ค้นหาคนหายและหาคำตอบคนหายในเหตุการณ์พฤษภา 35 ซึ่งเคยมีทหารในเหตุการณ์แจ้งข้อมูลมาว่ามีการส่งผู้เสียชีวิตเพื่อทำลายศพไปยังเขตทหารในจังหวัดกาญจนบุรี และบริเวณทะเลแสมสาร ซึ่งเมื่อ 10 กว่าปีก่อน พยายามให้มีการตรวจค้นตู้คอนเทนเนอร์กลางทะเล แต่มีการตรวจค้นแค่ตู้แรก แล้วปิดการตรวจค้นในตู้ต้องสงสัยที่อยู่ถัดออกไป

ภารกิจที่ 3 จัดสร้างอนุสรณ์สถานพฤษภาประชาธรรมและอนุสาวรีย์วีรชนพฤษภา 35 แต่ที่ผ่านมายังไม่แล้วเสร็จ แม้รัฐบาลมีมติ ครม.เมื่อ 30 ธันวาคม 2546 แต่ยังไม่เคยอนุมัติงบประมาณมาก่อสร้างเลย โดยมูลนิธิพฤษภา ญาติวีรชน และ กทม. ต้องดำเนินการเบื้องต้นกันเอง ซึ่งหวังว่ารัฐบาลจะพิจารณาอนุมัติงบประมาณในปีนี้เพื่อสร้างอนุสาวรีย์วีรชนให้สำเร็จลุล่วง

สำหรับข้อเสนอการนิรโทษกรรมทางการเมือง สมควรให้มีการนิรโทษกรรม นักโทษทางการเมืองและนักโทษทางความคิดในประเทศไทยทั้งหมด ซึ่งมีทั้งระหว่างต้องคดี ไม่ได้รับการประกันตัว หรืออยู่ระหว่างการจำคุกระหว่างต่อสู้คดี สำหรับการเคลื่อนไหวทางการเมืองทั้งพันธมิตร นปช. และขบวนการคนรุ่นใหม่ ซึ่งมีมูลเหตุทางการเมือง เพื่อผลประโยชน์ของชาติ แม้ถูกจับกุมคุมขังมาแล้วก็ควรให้มีการนิรโทษกรรมทั้งหมดและออกกฎหมายล้างมลทินเพื่อกลับมาใช้ชีวิตต่อได้ในสังคมโดยไม่ถูกตัดสิทธิทางการเมือง ตามข้อเสนอของ คอป. ที่เคยทำรายงานไว้ทั้งหมดแล้ว แต่รัฐบาลที่ผ่านมาไม่เคยดำเนินการ” เมธาทิ้งท้าย

ยังเป็นคำถามเดิมที่รอคำตอบใหม่ ผลลัพธ์ใหม่ เพื่อชีวิตเดิมที่เคยสูญสลาย เพื่อคนรุ่นต่อไปในประเทศนี้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 33 ปี ไม่ลืม ‘พฤษภา 35’ นิรโทษกรรมประชาชน คำถามเดิม ที่รอคำตอบใหม่

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...