โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ศบ.ทก.ยัน ไทยไม่เคย ปิดด่าน มีเพียงจุดผ่อนปรนการค้า ย้ำเดินหน้าปราบสแกมเมอร์ ควบคู่มิติชายแดน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 23 มิ.ย. 2568 เวลา 12.48 น. • เผยแพร่ 23 มิ.ย. 2568 เวลา 12.46 น.

ศบ.ทก. ย้ำ ไทยไม่เคยปิดด่าน มีเพียงจุดผ่อนปรนทางการค้า รบ.มุ่งปราบอาชญากรรมข้ามชาติ จ่อระงับเน็ต-ระงับส่งออกสินค้าเกื้อหนุน ยันไทยดูแลแรงงานกัมพูชาตามกม. ไม่มีส่งกลับ ยันแยกแยะได้ มองเป็นคำสั่งผู้นำระดับสูงบางคน ไม่ใช่ความผิดปชช.กัมพูชา

เวลา 18.00 น. วันที่ 23 มิถุนายน 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ร.ต. สุรสันต์ คงสิริ รองโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย และนายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงผลการประชุมศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.)

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ขอสรุปประเด็นที่เกี่ยวกับมิติด้านการต่างประเทศที่ได้มีการหารือกันในที่ประชุมศบ.ทก. เมื่อเช้านี้ประเด็นแรกคือ รัฐบาลยังคงยืนยันว่าขณะนี้ ยังไม่มีการปิดด่าน หรือที่เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า จุดผ่านด่านถาวรทุกด่านยังคงทำเปิดทำการปกติ เพียงแต่จะมีการจำกัดการผ่านด่านให้บุคคลที่มีเหตุจำเป็นและจำกัดวันเวลาในการเข้าออก

ซึ่งเป็นการบังคับใช้มาตรการขั้นที่หนึ่งและขั้นที่สองจากที่มีทั้งหมดสี่ขั้น ตามที่ได้เคยเรียนให้ทราบแล้ว ทั้งนี้ฝ่ายไทยจะเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพิจารณาความจำเป็นในการเพิ่มความเข้มข้นของการใช้มาตรการต่างๆ โดยให้ส่งผลกระทบต่อประชาชนน้อยที่สุด

สำหรับกรณี เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาวันที่ 21 มิถุนายน 2568 กองทัพภาคที่สองได้มีคำสั่งปรับมาตรการควบคุมจุดผ่อนปรนทางการค้าช่องสายตระกูล จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งไม่ถือเป็นการปิดด่านที่เป็นจุดผ่านแดนถาวร หรือแม้แต่จุดผ่านด่านชั่วคราว เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง ขอเรียนดังนี้

การแบ่งประเภทจุดผ่านแดนแบบต่างๆมีหลายประเภทจุด 1,000 จุดผ่อนปรนทางการค้า ตามที่ปรากฏในข่าวเป็นจุดในมิติทางเศรษฐกิจเป็นช่องทางที่รัฐบาลเปิด เพื่อผ่อนปรนให้การค้าสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นเท่านั้น ซึ่งเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์ของประชาชนในระดับท้องถิ่น และช่วยเหลือประเทศเพื่อนบ้านในด้านมนุษยธรรม

การปรับมาตรการควบคุมที่จุดผ่อนปรนแห่งนี้ เป็นมาตรการที่หน่วยทหารในพื้นที่ได้พิจารณาอย่างรอบคอบแล้วว่ามีมีความจำเป็นต้องดำเนินการจากการประเมินภาพรวมสถานการณ์ด้านความมั่นคงในพื้นที่ และเป็นมาตรการที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

แต่ก่อนเกิดเหตุการณ์ความตึงเครียดในปัจจุบัน ตามนโยบายของรัฐบาลในการป้องกันอาชญากรรมข้ามชาติและการกระทำที่ผิดกฎหมายอาชีการหลอกลวงออนไลน์ การลักลอบขนส่งผิดผิดกฎหมาย การลักพาตัวภายใต้นโยบายซีลสต็อปเพื่อดูแลความปลอดภัยให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ ซึ่งรัฐบาลได้มอบอำนาจให้ในการควบคุมจุดพักด่านทุกประเภทให้แก่หน่วยทหารในพื้นที่ และเป็นการดำเนินการตลอดแนวชายแดนฝั่งตะวันออกของไทยทั้งหมด

ประเด็นที่สอง ที่ผ่านมารัฐบาลไทยจริงจังกับการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติโดยเฉพาะการหลอกลวงทางออนไลน์หรือออนไลน์สแกม ทางการไทยได้มุ่งแก้ไขปัญหาดังกล่าวในฝั่งตะวันตกของประเทศ โดยได้เป็นเจ้าภาพการประชุมสามฝ่ายระหว่างไทย-เมียนมา-จีน เพื่อประสานงานการปราบปรามการคอลเซ็นเตอร์เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ที่กรุงเทพฯ ซึ่งนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นที่น่าพอใจ พบการกระทำผิดน้อยลงและเหยื่อจำนวนมากได้รับความช่วยเหลือ

แต่ปรากฏว่า ปัญหาออนไลน์สแกมได้เปลี่ยนพื้นที่มาทำการยังฝั่งตะวันออกของประเทศมากขึ้น อย่างมีนัยยะสำคัญ ซึ่งรัฐบาลไทยไม่ได้นิ่งนอนใจในเรื่องนี้ โดยได้ติดตามอย่างใกล้ชิดและดำเนินการปราบปรามผู้กระทำผิด

และที่ผ่านมา ได้ร่วมมือกับสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและกรรมแห่งสหประชาชาติ UNDC รวมทั้งผ่านการจัดตั้งหน่วยเฉพาะกิจต่อต้านอาชญากรรมคอลเซ็นเตอร์และการค้ามนุษย์ เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาดังกล่าวปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติโดยเฉพาะออนไลน์สแกม

จึงถือเป็นความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนบริเวณชายแดนซึ่งฝ่ายไทยจะได้พิจารณามาตรการที่เกี่ยวข้อง เมื่อช่วงบ่ายวันนี้ นายกรัฐมนตรีได้เป็นประธานการประชุมระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหารือมาตรการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติและได้ประกาศยกระดับการแก้ไขปัญหาดังกล่าว

โดยไทยอาสาเป็นศูนย์กลางในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติและจะประสานความร่วมมือกับนานาประเทศ และองค์การระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องซึ่งนอกเหนือจากการจำกัดบุคคล และวันเวลาเปิดปิดด่านที่ได้กล่าวไปแล้ว รัฐบาลจะดำเนินมาตรการที่เข้มข้นขึ้น อาทิ การระงับอินเตอร์เน็ต และการระงับการส่งออกสินค้าที่เกื้อหนุนต่อกิจกรรมของกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติ ดังนั้น จากนี้ไป ศบ.ทก.จะเชื่อมโยงการดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ กับการบริหารมาตรการชายแดนในภาพรวม

ประเด็นที่สาม ในส่วนของนโยบายที่เกี่ยวข้องกับแรงงานกัมพูชา ขอเรียนว่า รัฐบาลไทยจะดูแลสวัสดิการของแรงงานกัมพูชาตามกฏหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง และขอยืนยันว่าไทยไม่มีนโยบายผลักดันแรงงานกัมพูชาออกนอกราชอาณาจักร แต่จะให้ความแต่จะให้เป็นไปตามความสมัครใจของแรงงาน

หากแรงงานตัดสินใจเดินทางกลับประเทศย่อมเป็นสิทธิและเสรีภาพของแรงงานเอง โดยทางการไทยได้เตรียมแผนรองรับสำหรับภาคเอกชนไว้แล้ว ด้วยการนำแรงงานสำรองจากประเทศอื่นเข้ามาทดแทนเพื่อให้ธุรกิจสามารถดำเนินได้อย่างต่อเนื่อง และขอย้ำอีกครั้งว่าแรงงานกัมพูชายังคงสามารถทำงานในไทยได้ตามปกติ

ประเด็นที่สี่ ที่ผ่านมา ฝ่ายไทยได้ปฏิบัติตามเอ็มโอยู 2543 อย่างเคร่งครัด ไม่ได้เป็นไปตามข้อกล่าวหาที่ว่า ฝ่ายไทยละเมิดเอ็มโอยู 2543 ตามที่ปรากฏในสื่อออนไลน์ อย่างไรก็ดี หากฝ่ายใดเห็นว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งละเมิดเอโอยู 2543 ก็สามารถใช้กลไกทวิภาคีในการเจรจา เพื่อแก้ไขปัญหาได้เช่น กลไก JBC และ RBC ซึ่งจะช่วยสร้างความเข้าใจร่วมกันและลดความตึงเครียดที่มีอยู่

สุดท้าย ขอย้ำว่า ฝ่ายไทยยังคงมุ่งมั่นที่จะดำเนินการเพื่อลดความตึงเครียดของสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทยกัมพูชาผ่านกลไกทวิภาคี ในขณะเดียวกันเราจะเพิ่มความเข้มข้นในการดำเนินมาตรการเพื่อปราบปรามกรรมข้ามชาติซึ่งอาจจะมีผลกระทบทางอ้อมต่อประชาชนทั้งสองฝ่าย

ปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติเป็นประเด็นที่ไม่สามารถแก้ไขได้โดยประเทศใดประเทศหนึ่งเพียงลำพัง โดยที่ที่ผ่านมามีการหารือแนวทางแก้ไขปัญหานี้ในกรอบความร่วมมือระดับอนุภูมิภาค ดังนั้นฝ่ายไทยจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่ากัมพูชาจะยังคงให้ความร่วมมือในการต่อสู้กับภัยคุกคามนี้ เพื่อแสดงความรับผิดชอบร่วมกันต่อประชาชนของทั้งสองประเทศ

ด้านรองโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย ระบุว่า ในเวลานี้สถานการณ์ตามแนวชายแดนไทยกัมพูชาได้ทวีความตึงเครียดขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญจากวิกฤตการณ์ล่าสุดของกำลังทหารกัมพูชาและการกระทำของบุคคลบางกลุ่มในพื้นที่ชายแดนซึ่งได้ล่วงล้ำเข้ามาในเขตอธิปไตยของประเทศไทยทั้งในลักษณะการเดินลาดตระเวนติดอาวุธการดัดแปลงที่มั่นทางทหารและการกระทำที่สื่อถึงความพยายาม

โดยเฉพาะในบริเวณประสาทตาควาย รวมถึงการปิดจุดผ่านแดนฝ่ายเดียวโดยการหารือหน้า ประเทศไทยตระหนักถึงความละเอียดอ่อนของสถานการณ์ และยืนยันอย่างหนักแน่นว่าฝ่ายไทยยึดมั่นในหลักสันติวิธีมาโดยตลอด และมีความมุ่งมั่นที่จะคลี่คลายปัญหาทั้งหมดโดยกระบวนการเจรจาแบบทวิภาคี บนพื้นฐานของความเคารพต่ออธิปไตย

และความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน ในขณะเดียวกันไทยมองพี่น้องประชาชนชาวกัมพูชาเป็นมิตรเสมอมา เราเข้าใจและแยกแยะได้อย่างชัดเจนว่าพฤติกรรมที่สร้างความเครียดในขณะนี้เป็นผลจากนโยบายหรือคำสั่งของผู้นำระดับสูงบางคน มิได้สะท้อนเจตจำนงของประชาชนโดยรวมจากสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงต่อการกระทบกระทั่งจนบานปลาย

รัฐบาลไทยโดยศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทยกัมพูชาหรือศบ.ทก.ได้ดำเนินมาตรการควบคุมเพิ่มเติมในบางพื้นที่บริเวณแนวชายแดน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมกองกำลังป้องกันชายแดนครอบคลุมเจ็ดจังหวัดได้แก่ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ สระแก้ว จันทบุรี และตราด

ทั้งนี้ เพื่อให้สามารถดูแลความสุขเรียบร้อยและคุ้มครองความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที รวมทั้งป้องกันและปราบปรามกระบวนการอาชญากรรมข้ามชาติในพื้นที่ชายแดน ซึ่งรวมถึงเครือข่ายหลอกลวงประชาชนผ่านระบบคอลเซ็นเตอร์ การฟอกเงิน การค้ามนุษย์ การลักลอบขนแรงงานผิดกฎหมาย และยาเสพติด

ขอเรียนว่า มาตรการควบคุมชายแดนที่กำหนดโดยศบ.ทก.นั้นมีทั้งหมด 4 ขั้นตอนได้แก่ขั้นที่หนึ่งการจำกัดบุคคลที่สามารถเข้าออกในพื้นที่ ขั้นที่สองการจำกัดเวลาเปิดจุดผ่านแดน ขั้นที่สามการปิดจุดผ่านแดนบางจุด และขั้นที่สี่การปิดจุดผ่านแดนตลอดแนว ในขณะนี้ได้มีการดำเนินการเฉพาะในครั้งที่หนึ่งและสองเท่านั้น ยังไม่มีการปิดด่านหรือจุดผ่านแดนถาวร และจะมีการประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดก่อนการดำเนินมาตรการในขั้นต่อไป

นอกจากนี้ รัฐบาลไทยได้รับทราบว่า รัฐบาลกัมพูชาได้มีการประกาศงดซื้อน้ำมันจากประเทศไทยซึ่งส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนชาวกัมพูชาในหลายพื้นที่ ทั้งนี้ขอเรียนว่าประเทศไทยมิได้มีนโยบายห้ามขายน้ำมันให้แก่กัมพูชาแต่อย่างใด ประเด็นดังกล่าวที่เกิดขึ้นในเวลาที่ผ่านมาเป็นเพียงการแสดงความเห็นจากภาคส่วนต่างๆและจากบางสื่อเท่านั้น ไม่ใช่ข้อเท็จจริงหรือนโยบายของรัฐบาลไทย

จึงขอเรียนชี้แจงไปยังพี่น้องประชาชนชาวกัมพูชาด้วยว่าความเดือดร้อนที่ท่านประสบอยู่ในขณะนี้มิได้เกิดจากมาตรการของฝ่ายไทย แต่เป็นผลจากการตัดสินใจของรัฐบาลกัมพูชาเอง ทั้งนี้ขอเรียกร้องให้รัฐบาลกัมพูชาดูแลความปลอดภัยรวมถึงการปกป้องคุ้มครองชุมชนไทยในกัมพูชา

ประเทศไทยยังคงยึดมั่นในหลักไมตรี มองประชาชนกัมพูชาเป็นเพื่อนบ้านที่มีสายสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมร่วมกัน และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความจริงใจของฝ่ายไทยจะนำไปสู่การเจรจาและการคืนความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดนโดยเร็ว ขอให้ประชาชนมั่นใจว่าทุกการดำเนินการของฝ่ายไทยอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย ยึดหลักแห่งสันติ สติ และความรอบคอบ ไม่ตอบโต้ด้วยความรุนแรง แต่ยืนหยัดปกป้องศักดิ์ศรีของชาติอย่างสง่างาม

สุดท้ายนี้ ขอขอบพระคุณพี่น้องประชาชนชาวไทยที่ติดตามสถานการณ์ด้วยความห่วงใยและขอความร่วมมือทุกภาคส่วนในการร่วมกันรักษาความสงบยืนหยัดเคียงข้างประชาชนและจะไม่ยอมให้สถานการณ์ใดๆบั่นทอนความมั่นคงและศักดิ์ศรีของแผ่นดินไทย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ศบ.ทก.ยัน ไทยไม่เคย ปิดด่าน มีเพียงจุดผ่อนปรนการค้า ย้ำเดินหน้าปราบสแกมเมอร์ ควบคู่มิติชายแดน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...